ธปท. คงเป้าส่งออกไทยติดลบ 2.5%

ธปท. คงเป้าส่งออกไทยติดลบ 2.5%

ธปท. คงเป้าส่งออกไทยติดลบ 2.5%

ผู้ว่า ธปท. คงประมาณการส่งออกปีนี้ติดลบร้อยละ 2.5 แม้ตัวเลขการส่งออกเดือน ส.ค. จะปรับบวกครั้งแรกในรอบ 5 เดือน

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวถึงภาพรวมตัวเลขการส่งออกของไทยเดือนสิงหาคมที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 6.5 ซึ่งเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ว่า ถือเป็นข่าวดีที่การส่งออกปรับตัวสูงขึ้น แต่ทั้งนี้ยังต้องติดตามการส่งออกในเดือนที่เหลือของปีว่าเป็นอย่างไร และต้องจับตามองในในระยะยาวด้วย เพราะตลาดต่างประเทศยังระมัดระวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปาะบาง ซึ่ง ธปท. ยังคงประมาณการการส่งออกปีนี้ติดลบที่ร้อยละ 2.5 ส่วนปีหน้าติดลบร้อยละ 0.5

ส่วนกรณีที่ธนาคารเพื่อการพัฒนเอเชีย หรือ เอดีบี ปรับเพิ่มจีดีพีไทยปีนี้จากร้อยละ 3 เป็นร้อยละ 3.2 นั้น สอดคล้องกับที่ ธปท. ได้ปรับเพิ่มจีดีพีไทยก่อนหน้านี้ที่ว่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 3.2 จากเดิมร้อยละ 3.1 ซึ่งยังต้องจับตาการบริโภคในประเทศว่าจะขยายตัวดีหรือไม่ โดยภาครัฐจะต้องมีการสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะมีรายได้ที่มั่นคงและส่งเสริมให้มีการจ้างงาน การลงทุนมากขึ้น ซึ่งอาจต้องมีการแก้กฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ส่วนการที่แรงงานของปรับขึ้นค่าแรงเป็น 360 บาทต่อวัน หากมีการปรับขึ้นจริงจะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ แต่จะกระตุ้นการบริโภคดีแค่ไหนจะต้องติดตามต่อไป

กินเจ สบายกระเป๋า เขาทำกันยังไง

กินเจ สบายกระเป๋า เขาทำกันยังไง

กินเจ สบายกระเป๋า เขาทำกันยังไง

สำหรับปี 2559 เทศกาลกินเจใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยปีนี้จะอยู่ในช่วงวันที่ 1 – 9 ตุลาคม ซึ่งจะเห็นได้ว่าในทุกๆปีจะมีพ่อค้าแม่ค้านำอาหารเจมาขายกันอย่างคึกคักเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการจะกินเจในช่วงนี้
ด้วยความต้องการในการบริโภคที่สูงขึ้น ทำให้มีการขึ้นราคาผักสดซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารเจกันใหญ่ แถมอาหารเจที่ทำสำเร็จแล้วยังขายในราคาที่สูงขึ้นกว่าปกติด้วย แต่ก็ยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเพราะคนพร้อมที่จะจ่ายเพื่อเข้าร่วมเทศกาล

ถึงอย่างนั้น การใช้จ่ายเงินเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลกินเจอาจทำให้กระเป๋าเงินของคุณเบาหวิวลงอย่างรวดเร็ว และเพื่อเป็นการเซฟตัวเอง เราจะทำยังไงให้กินเจอย่าง สบายกระเป๋า มาดูกันเลยค่ะ
1. กินอาหารเจไทยๆ ดีกว่า

ยกตัวอย่างเช่น ทำผัดบวบ ผัดผักกระเฉด ย่างกฐินริมริ้ว มะเขือหั่น แล้วกินกับน้ำพริกเจ หรือจะเอาเห็ดไทยๆ มาลวกกินกับน้ำพริกก็อร่อยแซ่บถึงใจ แถมยังไม่แพงด้วยเพราะเป็นของท้องถิ่นที่หาซื้อได้ง่ายในราคาไม่สูงนัก เผลอๆ ยังได้มาฟรีๆ จากแถวบ้านอีกต่างหาก

และที่สำคัญ ถ้าเราทำอาหารเอง เราสามารถกำหนดปริมาณน้ำมันที่ใช้ไม่ให้มันเยอะเกินไปด้วย จะได้ไม่ต้องรับไขมันมากจนเกินไปในช่วงนี้ไงล่ะคะ

2. กินแต่พอดี

ด้วยความที่เทศกาลทานเจมีขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น ทำให้เวลาออกไปซื้อกับข้าวเจมากิน อะไรๆ ก็ล่อตาล่อใจไปหมด ผัดอันนี้ก็น่าทาน ของทอดอีกอันก็น่ากิน กลายเป็นว่าซื้อของกินมาเต็มไม้เต็มมือ จากเดิมที่กินข้าวมื้อนึงกับกับข้าวสองสามอย่าง กลายเป็นกินห้าอย่างในมื้อเดียว เสี่ยงน้ำหนักขึ้นเพราะกินเยอะเกินที่ร่างกายต้องการ แถมยังเปลืองเงินอีกด้วย

3. ไม่ซื้อเนื้อเก็บไว้ที่บ้าน

ก่อนจะเริ่มกินเจสักหนึ่งสัปดาห์ ให้คุณเคลียร์ของในตู้เย็นโดยการงดซื้อเนื้อสัตว์เข้าบ้าน เพราะถึงซื้อมาก็ไม่ได้กินอยู่ดีตั้งหลายวัน เกรงว่าจะเน่าเสียเปล่าๆ

ส่วนของที่ไม่เจที่เก็บไว้ในตู้เย็นที่บ้าน อย่าทิ้งนะคะ เสียดาย ให้แยกของกลุ่มนั้นออกจากของที่เป็นเจ พอช่วงเทศกาลกินเจมาถึงจะได้ไม่เผลอหยิบของไม่เจมาใช้ทำกับข้าวไงล่ะคะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่สำคัญอย่างมากของการกินเจ คือการกินเพื่อจุดประสงค์ของมัน ซึ่งมีดังนี้ค่ะ

● กินเพื่อสุขภาพ

อาหารเจเป็นอาหารชีวิตจิต เมื่อเรากินติดต่อกันไปสักพักจะช่วยให้ร่างกายสามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากไปได้ดี ร่างกายมีภาวะสมดุล ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ดีและลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย

● กินด้วยจิตเมตตา

อาการที่เรากินในชีวิตประจำวันประกอบด้วยเลือดเนื้อของสัตว์ต่างๆ ผู้มีจิตเมตตาจึงไม่อาจกินเลือดเนื้อสัตว์เหล่านั้นได้เพราะสัตว์เหล่านั้นมีเลือดเนื้อ จิตใจ และรักตัวกลัวตายเหมือนกับคนเรา เป็นการไม่เบียดเบียนชีวิตอื่นๆ
● กินเพื่อเว้นกรรม

การกิน ซึ่งอาศัยการฆ่าเพื่อเอาเลือดเอาเนื้อผู้อื่นมากินเป็นของเรา นี่เป็นการสร้างเวรสร้างกรรม แม้เราจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าด้วยตัวเองก็ตาม การซื้อจากผู้อื่นก็เหมือนกับการจ้างฆ่าเพราะถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่าเอาเนื้อมาขาย อาหารเจทำให้ร่างกายเติบโตได้เหมือนกันโดยไม่ต้องเบียดเบียนสัตว์อื่น
การกินเจ งดเว้นเนื้อสัตว์ของคาว คือการปฏิบัติธรรม รักษาศีลของความเป็นมนุษย์ เป็นการเจริญมหาเมตตากรุณาธรรม อันจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และก่อให้เกิดสันติสุขแก่ทุกชีวิตบนโลก ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์และผลบุญสูงสุด เราควรปฏิบัติตนโดยคำนึงถึงข้อห้ามต่างๆ ที่บัญญัติไว้เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตัวในช่วงนี้ประกอบด้วยนะคะ
● งดเว้นเนื้อสัตว์ หรือทำอันตรายต่อสัตว์
● งด นม เนย หรือน้ำมันที่มาจากสัตว์
● งดอาหารรสจัด หมายถึง อาหารรสเผ็ดมาก เค็มมาก หวานมาก เปรี้ยวมาก
● งดผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด คือ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ รวมทั้งเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน
● รักษาศีล 5
● รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์ให้คงที่
● ทำบุญ ทำทาน
พอทราบอย่างนี้แล้ว เราก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลกินเจอย่างสบายใจและมีเป้าหมายที่แน่วแน่ เพราะได้รู้ทั้งจุดประสงค์ ข้อดีของมัน และข้อปฏิบัติต่างๆ ที่ทำได้ไม่ยากเลย และจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ “เจแตก” อย่างที่อาจเคยเกิดขึ้นมาก่อน และที่สำคัญ เราหวังว่าทุกคนจะประหยัดเงินได้มากขึ้นหลังจากที่ได้รู้วิธีการประหยัดเงินในช่วงเทศกาลกินเจนี้นะคะ

แบบนี้ก็ได้ด้วย! ชุดโอกูตูร์ที่ร่างแบบโดยใช้น้ำยาทาเล็บ

แบบนี้ก็ได้ด้วย! ชุดโอกูตูร์ที่ร่างแบบโดยใช้น้ำยาทาเล็บ

f3

แบบนี้ก็ได้ด้วย! ชุดโอกูตูร์ที่ร่างแบบโดยใช้น้ำยาทาเล็บ

Chan Clayrene ศิลปินหญิงชาวสิงคโปร์ หลงใหลในความเงางาม วิบวับของน้ำยาทาเล็บจึงนำมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ด้วยการออกแบบชุดโอกูตูร์ (Haute Couture) หรือแฟชั่นที่ต้องใช้ศิลปะการตัดเย็บแบบขั้นสูง

จากนั้นจึงใช้พู่กันบรรจงวาดออกมาได้อย่างสวยงาม บางชุดของเธอสวยงามจนมีคนนำไปผลิตใช้เป็นชุดสำหรับตุ๊กตากระดาษด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามผลงานจากไอเดียสร้างสรรค์ของเธอได้ทางอินสตาแกรม @artclayti

รวมพลคนเอวบาง! งานฉลอง 10 ปี แบรนด์ โพเอม ใครเอวคอดสุด ซูม

นับเป็นงานแฟชั่นโชว์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี กับงานฉลองครบรอบ 10 ปี จาก “แบรนด์ โพเอม” (POEM) แบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงคัตติ้งเนี้ยบดีไซน์โก้ หรู ที่เซเลบในเมืองไทยเลือกใส่เป็นอันดับต้นๆ

p6

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 “คุณฌอน ชวนล ไคสิริ” ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ ได้จัดแฟชั่นโชว์ครั้งใหญ่ เผยผลงานการดีไซน์คอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2016 ในชื่อ “เอ ดีเคด ออฟ แกลมเมอร์” (A Decade of Glamour) คอลเลคชั่นเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ในคอนเซ็ปต์โชว์ “Red Carpet” โดยมีเหล่าคนดังร่วมเดินแฟชั่นโชว์ และร่วมอัพเดทเทรนด์แฟชันมากมาย

ความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของ “แบรนด์ โพเอม” (POEM) ต้องยกให้สไตล์ที่เรียบ แต่หรูหรา เน้นสัดส่วนโค้งเว้า ช่วงเอวคอดกิ่ว ได้อย่างไม่มีที่ติ ผู้หญิงคนไหนได้ใส่ชุดของแบรนด์นี้ เอวบางทันตาเห็นค่ะ

6 เคล็ดลับ ทำงานที่บ้านให้ได้ “งาน”

6 เคล็ดลับ ทำงานที่บ้านให้ได้ “งาน”

6 เคล็ดลับ ทำงานที่บ้านให้ได้ “งาน”

ในยุคนี้คงมีใครหลายต่อหลายคนนิยมการนั่งทำงานที่บ้าน หรือปรับแต่งบ้านให้กลายเป็นที่ทำงาน สำหรับบ้านที่กลายเป็นโฮมออฟฟิศที่มีคนทำงานร่วมกันจำนวนมากๆ ก็คงไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับฟรีแลนซ์หรือใครก็ตามที่ต้องนั่งทำงานคนเดียว กฎระเบียบ ความขยัน และความรับผิดชอบถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากคุณจะไม่มีคนคอยเตือนให้ทำงานด้วยแล้ว ยังไม่มีคนคอยแชร์ความคิดเห็น ไม่มีคนให้คอยคุยด้วย (ถ้าหากเลี้ยงสุนัขไว้ก็อาจมีเพื่อนแก้เหงาได้บ้าง)

อย่างไรก็ตาม Jacqueline Whitmore ผู้เชี่ยวชาญด้านมารยาท และยังเป็นผู้ก่อตั้ง Protocol School of Palm Beach ในรัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา ได้แนะนำแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้การทำงานที่บ้านได้ผลที่ดีที่สุด มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. ตั้งเวลาให้เหมือนกับการทำงานปกติ กลุ่มคนที่ทำงานในบ้านมักพบว่าพวกเขาทำงานมากกว่าคนที่ทำงานในออฟฟิศ บางคนทำงานในตอนกลางวันได้ไม่กี่ชั่วโมง แต่ตอนกลางคืนกลับต้องนั่งทำแบบหามรุ่งหามค่ำ เพราะช่วงกลางวันอาจมีเด็กเล็กอยู่ในบ้าน หรือปัญหาอื่นๆ ที่ทำให้การทำงานสะดุดได้เรื่อยๆ หรือลูกค้าขอเปลี่ยนกำหนดเวลาส่งงานให้เร็วขึ้น แต่จะปัญหาอะไรก็แล้วแต่ คุณต้องพยายามกำหนดเวลาทำงานให้ชัดเจนแล้วทำตามนั้น เช่น เวลางานของคุณคือ 09.00-16.00 น. ก็ทำให้เต็มที่ หลังเวลางานก็ลองปิดเสียงโทรศัพท์ แล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบคนปกติเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้ชีวิตของตัวเองดูบ้าง มันจะช่วยให้การทำงานในวันถัดๆ ไปดีขึ้น

2. วางแผนการทำงาน ในแต่ละวันคุณควรวางแผนการทำงานว่าจะทำอะไรบ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในแต่ละนาที และถ้าคุณรู้ว่าช่วงเช้าตัวเองมีสมาธิทำงานหรือไม่มีภาระอื่นๆ มากวนใจ ให้รีบทำงานในตอนเช้า งดเล่นเฟซบุ๊ค หรือท่องอินเทอร์เน็ตโดยไม่จำเป็น นอกจากนั้นต้องไม่ลืมลิสต์ลงไปว่าสิ่งสำคัญที่ต้องทำลำดับแรกคืออะไร และลำดับถัดๆ ไปคืออะไร

3. แต่งตัวให้พร้อม ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการแต่งตัวมีผลต่อสภาพจิตใจของคุณ ดังนั้น อย่าใส่ชุดนอนแล้วนั่งทำงานตลอดวัน หาเวลาไปอาบน้ำ แปรงฟัน ทานอาหารเช้า แล้วแต่งตัวเพื่อให้คุณรู้สึกว่าตอนนี้คุณพร้อมที่จะทำงานแล้วจริงๆ

4. จัดแต่งห้องให้เหมาะกับการทำงาน ห้องที่คุณใช้ทำงาน อาจเป็นห้องนอนสำรอง แต่คุณต้องนั่งทำงานตรงจุดนั้นทั้งวันใช่หรือเปล่าละ ดังนั้น การนำแจกันดอกไม้มาตั้งไว้บนโต๊ะ เปิดเพลงฟัง หรือติดรูปภาพที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีได้ถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เพราะมันคือการสร้างความสุขในจุดที่คุณทำงานนั่นเอง เพื่อให้การทำงานออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด
สุดท้ายคงไม่มีใครอยากนั่งทำงานในห้องที่รกๆ หาข้าวของไม่เจอ มีแต่เศษขยะเต็มไปหมด ถูกไหม ดังนั้น ทำความสะอาด และจัดให้เป็นระเบียบด้วยก็เป็นความคิดที่ดีไม่ใช่น้อย

5. หาเวลาพักบ้าง การทำงานที่บ้านมีข้อได้เปรียบสูงสุดคือ พักได้เต็มที่ ดังนั้น อย่าลืมหาเวลาพักบ้าง เช่นตอนกลางวัน คุณอาจจะอยากมีสังคมกับเพื่อนหรือลูกค้า ถ้าตารางเวลาในวันนี้เอื้ออำนวย ก็ไปทานข้าวกับพวกเขาเถอะ เพราะต่อให้คุณกลับมาบ่าย 2 โมง ก็ไม่มีหัวหน้ามาคอยตำหนิคุณ เพียงแต่งานต้องเสร็จตามกำหนดเท่านั้น ดังนั้น ควรบริหารจัดการเวลาให้ดี อย่าให้เครียดจนเกินไป

6. ตั้งสมาธิในการทำงานให้ดี ความท้าทายขั้นสูงสุดของการทำงานที่บ้านก็คือ คุณต้องเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ เพราะการที่เราไม่มีเพื่อนร่วมงานหรือพาร์ทเนอร์ มันเป็นเรื่องง่ายมากๆ ที่เราจะเสียสมาธิให้กับเรื่องอื่นๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ทำงานบ้าน จนงานไม่คืบหน้า ดังนั้น พยายามอย่าเพิ่งให้สิ่งรบกวนต่างๆ เหล่านั้นมาแย่งชิงเวลาการทำงานของคุณไป จนกว่าจะหมดเวลางานที่เรากำหนดไว้จริงๆ

7 ลักษณะสำคัญ นักการตลาดออนไลน์

%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%81-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad

7 ลักษณะสำคัญ นักการตลาดออนไลน์
1.ประยุกต์ใช้สิ่งที่มี
การตลาดออนไลน์มีความเคลื่อนไหวและซับซ้อน โดยเฉพาะการทำ SEO ซึ่งต้องคิด Keyword ให้ตรงใจของการค้นหาของคนทั่วไป รู้จักใช้ Social media ให้เกิดประโยชน์
2.มีความอดทน
การตลาดออนไลน์ต้องมีความอดทน บางวันอาจขายสินค้าได้และบางวันอาจขายไม่ได้เลยก็มีถือว่าเป็นเรื่องปกติ จึงจำเป็นต้องขยัน ใช้สื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ไม่เลิกล้มความตั้งใจง่าย ๆ
3.เรียนรู้ตลอดเวลา
ควรมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา หากคิดว่าวันนี้ทำสำเร็จแล้ว วันหน้าต้องทำให้สำเร็จกว่าวันนี้ เพราะ การที่จะเติบโตได้ต้องมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง โลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเราก็ต้องเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับโลกด้วย ถึงจะมีการเติบโตที่ยั่งยืน
4.มีความน่าเชื่อถือ
นักการตลาดออนไลน์จำเป็นต้องมีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า
5.มีการบริหารจัดการที่ดี
นักการตลาดต้องมีทักษะที่ดีต่อการทำงานเพราะไม่ได้ทำงานคนเดียวเพราะต้องทำงานกันเป็นทีม และงานที่ได้วางแผนไว้ต้องสามารถปฏิบัติได้จริง
6.สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับลูดค้าเป็นสิ่งที่ดี สร้างความประทับใจให้กับลูดค้า เพื่อเป็นการักษาฐานลูกค้าไว้ จะเป็นผลดีต่อการทำการตลาด
7.เป็นนักสื่อสารที่ดี
การสื่อสารต้องมี ช่าวเจรจา มีทักษะในการพูด สื่อสารให้เกิดความเข้าใจ มีความเป็นมืออาชีพ ไม่กลับคำพูดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

” มาแล้ว!!! สติกเกอร์ไลน์ #มิสเตอร์วินน์ซอฟต์#wynnsoft-solution สมกับการรอคอย ที่แสนคุ้มค่าจริงๆ โหลดมาใช้งานได้ที่แอพพิเคชั่นไลน์ได้แล้ว วันนี้…
และสามารถซื้อได้ที่ http://line.me/S/sticker/1309513

จับ iPhone 7 ทดสอบความทนทานสุดโหด ทั้งขูด ลนไฟ และจับงอ จะทนได้แค่ไหนไปดูกัน!

จับ iPhone 7 ทดสอบความทนทานสุดโหด ทั้งขูด ลนไฟ และจับงอ จะทนได้แค่ไหนไปดูกัน!

จับ iPhone 7 ทดสอบความทนทานสุดโหด ทั้งขูด ลนไฟ และจับงอ จะทนได้แค่ไหนไปดูกัน!

เชื่อว่านอกจากคุณสมบัติและฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ iPhone 7 แล้ว หลายคนคงอยากทราบถึงความทนทานของเรือธงแห่งยุคจาก Apple ตัวนี้กันแน่ๆ โดยเฉพาะกับคนที่ยังหลอนกับกรณี “Bendgate” ของ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อยู่

ในวันนี้ JerryRigEverything จาก YouTube ก็ได้นำคำตอบมาให้ดูกันแล้ว ด้วยการจับ iPhone 7 มาทดสอบความทนทานแบบหฤโหด ขีดข่วนทุกส่วนทั้งหน้าจอ, ปุ่ม Home, ลำโพง, เส้นเสาอากาศ, ปุ่มกด และเลนส์กล้อง ตามมาด้วยการลนไฟหน้าจอ และปิดท้ายด้วยการจับมาหักสุดแรงด้วยมือ สุดท้ายแล้วยอดเรือธงปี 2016 จาก Apple จะต้านทานได้แค่ไหน เราไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ

โมเดลที่นำมาทดสอบในครั้งนี้ เป็น iPhone 7 สีดำด้าน Matte Black

การทดสอบด่านแรกคือความทนทานต่อการขีดข่วนของหน้าจอ โดยจะแบ่งเป็น 8 ระดับ ตามความแข็งของวัสดุที่นำมาขูดลงบนจอ ซึ่ง iPhone 7 ก็สามารถทนต่อการขีดข่วนได้ถึง 6 ระดับก่อนจะเริ่มเป็นรอย ถือว่ามีความทนทานของหน้าจอพอๆ กับสมาร์ทโฟน high-end ทั่วไป ในระดับนี้เหรียญและกุญแจในกระเป๋ากางเกงไม่อาจทำให้เกิดริ้วรอยได้ แต่ก็ควรติดฟิล์มกันรอยไว้ เพราะยังมีโอกาสเกิดรอยขีดข่วนจากการเสียดสีกับวัตถุอื่นๆ เช่นเม็ดทรายได้อยู่

ถัดจากหน้าจอก็เป็นคิวของปุ่ม Home แบบใหม่ ซึ่งคราวนี้ Apple ได้เปลี่ยนเป็นแบบสัมผัสแล้ว และยังลือกันว่าใช้วัสดุเป็นแร่ซัฟไฟร์ซึ่งมีความทนทานต่อการขีดข่วนสูงเกือบเท่าเพชรอีกด้วย การทดสอบเริ่มขึ้นโดยการใช้ปลายมีดคัตเตอร์กรีดย้ำๆ ลงไปบนปุ่ม ซึ่งผลก็คือไม่ระคายผิวแม้แต่น้อย จึงเพิ่มระดับการทดสอบเป็นการนำเอา scratch tester ระดับ 6 มาขูดลงไปแทน ณ จุดนี้ตัวปุ่มเริ่มมีริ้วรอยเกิดขึ้น ซึ่งหมายความว่าปุ่ม Home แบบใหม่นี้เป็นกระจกเหมือนกับหน้าจอ ไม่น่าจะใช่แร่ซัฟไฟร์อย่างที่ลือกัน เพราะแร่ซัฟไฟร์จะเริ่มเป็นรอยที่ระดับ 8 และ 9

ขั้นต่อไปคือการทดสอบความทนทานของลำโพงด้วยการใช้ปลายมีดคัตเตอร์กรีด ซึ่งก็สามารถทนต่อคมมีดได้อย่างดี ไม่หลุดหรือฉีกขาด

สำหรับตัวเครื่องด้านหลังซึ่งผลิตจากวัสดุอลูมินัม เมื่อทดสอบโดยใช้กุญแจขูด สามารถใช้นิ้วลูบให้รอยหายไปได้ แต่เมื่อเจอกับมีดคัตเตอร์กลับโดยกรีดเป็นรอยลึกอย่างง่ายดาย จึงควรระวังเรื่องการเก็บของมีคมหรือวัตถุปลายแหลมไว้ในกระเป๋ากางเกงด้วย

มีดคัตเตอร์ไม่สามารถทำอะไรกระจกเลนส์ของกล้องหลังได้ แต่ยังคงถูก scratch tester ระดับ 6 ขูดเป็นรอยอยู่ดี จึงคาดว่าเป็นวัสดุกระจกแบบเดียวกับหน้าจอและปุ่ม Home

ไฟแฟลช LED 4 ดวงโดนคัตเตอร์ขูดเป็นรอยลึกอย่างง่ายดาย

ปุ่มกดบนตัวเครื่องทุกปุ่มทำจากโลหะ ซึ่งมีความทนทานกว่าปุ่มกดพลาสติกบนสมาร์ทโฟนทั่วไป และสียังลอกยากกว่าด้วย

เส้นเสาอากาศยังคงเป็นพลาสติกอยู่ จึงถูกขูดเป็นรอยได้อย่างไม่ยากเย็น

 

สำหรับหน้าจอ IPS ของ iPhone 7 นั้น สามารถทนต่อการสัมผัสกับเปลวไฟโดยตรงได้ประมาณ 10 วินาทีก่อนจะกลายเป็นสีดำ แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาก็สามารถฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติได้

และแล้วก็มาถึงการทดสอบสุดท้ายที่หลายคนรอคอยนั่นคือการทดสอบงอเครื่องด้วยมือ ซึ่ง iPhone 7 ก็สามารถทนทานต่อการทดสอบได้อย่างน่าประทับใจ แม้จะมีการบิดงอเล็กน้อย แต่เมื่อผ่อนแรงลงตัวเครื่องก็สามารถกลับคืนสภาพเดิมได้อย่างรวดเร็ว ไม่หักงอจนหลุดเป็นชิ้นๆ จึงมั่นใจได้ว่าไม่เกิดกรณี Bendgate แบบใน iPhone 6 แน่นอน

อย่างไรก็ตามแรงเค้นขนาดนี้อาจทำให้ซีลกันน้ำในตัวเครื่องเสียหายได้ จึงต้องระวังในจุดนี้ด้วย

โดยรวมแล้ว iPhone 7 มีงานประกอบที่ดีและใช้วัสดุที่ทนทานสมเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงแห่งปี 2016 ไม่น่าจะทำให้แฟนๆ ไอโฟนผิดหวังอย่างแน่นอน สำหรับคลิปวิดีโอการทดสอบแบบเต็มๆ สามารถดูได้ด้านล่างครับ


ที่มา : JerryRigEverything

GoPro เปิดตัว Hero 5 และ Hero 5 Session รุ่นล่าสุดกล้อง Action Cam ขาลุยดำน้ำได้ราคาถูกลง

GoPro เปิดตัว Hero 5 และ Hero 5 Session รุ่นล่าสุดกล้อง Action Cam ขาลุยดำน้ำได้ราคาถูกลง

GoPro เปิดตัว Hero 5 และ Hero 5 Session รุ่นล่าสุดกล้อง Action Cam ขาลุยดำน้ำได้ราคาถูกลง

    สิ้นสุดการรอคอยสำหรับกล้อง action camera รุ่นใหม่อย่าง Go Pro hero 5 ซึ่งออกมา 2 รุ่นคือhero 5 black และ hero 5 session 

โดย GoPro hero 5 black จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 2 นิ้ว และด้านหน้ามีจอแสดง โหมดการทำงานพร้อมกับเลนส์กว้างถ่ายภาพได้ขนาด 12 ล้านพิกเซล ถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุดที่ 4K 30 fps แต่ถ่ายวีดีโอ full hd 60 fps และคราวนี้ลงน้ำได้ 10 เมตรไม่ต้องใส่ housing อีกต่อไป พร้อมระบบกันสั่นแบบ electronic image stabilization

ส่วนราคาอยู่ $399 หรือประมาณ 14,000 บาท

ส่วน GoPro hero 5 session หน้าตาคลายกับตัวเดิมความสามารถพอกันแต่ไม่มีหน้าจอต้องต่อกับมือถือเท่านั้น ราคาเลยถูกกว่าที่ $299 หรือประมาณ 10,800 บาท ในต่างประเทศเริ่มขายประมาณเดือนตุลาคมนี้

ที่มา : Engadget

รู้จัก “โบนัส ภัททิยา” สาวสวยคม เจ้าของมงกุฎ Miss International Thailand 2016

รู้จัก "โบนัส ภัททิยา" สาวสวยคม เจ้าของมงกุฎ Miss International Thailand 2016

รู้จัก “โบนัส ภัททิยา” สาวสวยคม เจ้าของมงกุฎ Miss International Thailand 2016

โบนัส ภัททิยา พงศ์ไทย” สาวงาม หน้าคม วัย 24 ปี คว้า MISS INTERNATIONAL THAILAND 2016

ผ่านไปแล้วอีกหนึ่งเวทีการประกวดสาวงามสุดยิ่งใหญ่ “มิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ 2016” (MISS INTERNATIONAL THAILAND 2016) ที่ตัดสินไปเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 17 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งถ่ายทอดทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 โดยมี “ณหทัย เล็กบำรุง” เป็นผู้อำนวยการกองประกวด และ “ภูมิรัตน์ เลิศวิศิษฐ์ชัย” เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์จัดการประกวด

สาวงามผู้คว้ามงกุฎ Miss International Thailand 2016 ไปครองได้แก่ หมายเลข 8 “โบนัส ภัททิยา พงศ์ไทย” อายุ 24 ปี บัณฑิตเพิ่งรับพระราชปริญญาบัตรจาก คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เธอมีดีกรีตำแหน่ง “มิสมรกตอันดามัน ปี 2016” ด้วย

โบนัส กล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่ทำให้โดนัทก้าวมาถึงจุดนี้ได้คือ การน้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีกรอบแนวคิดคือ การชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็น สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลาของการอยู่ในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต เพื่อความมั่นคง และ ความยั่งยืนแห่งการพัฒนา ตลอดจนการรู้จักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และ การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว”

โบนัส นอกจากเป็นสาวสวย เธอยัง เก่ง มีไหวพริบดี และมีรูปร่างที่เป๊ะไม่ต่างอะไรกับนางแบบเลยทีเดียว สัดส่วนของเธอคือ 34-23-37 ส่วนสูง 178 เซ็นติเมตร น้้ำหนัก 55 กิโลกรัม

นอกจากเป็นเจ้าของตำแหน่ง “มิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ 2016” เธอยังพ่วงด้วยตำแหน่ง Miss People’s Choice พร้อมได้เป็นตัวแทนสาวไทย เตรียมตัวเดินทางไปประกวด “มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2016” ที่ประเทศญี่ปุ่น

ธนวรรธน์เชื่อเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย ก.ย.

ธนวรรธน์เชื่อเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย ก.ย.

ธนวรรธน์เชื่อเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย ก.ย.

‘ธนวรรธน์ พลวิชัย’ เชื่อ เฟด ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน นี้ ห่วง เศรษฐกิจโลกผันผวน แต่มีโอกาสขึ้นปลายปี

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า เชื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน นี้ เพราะหากสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยเร็วในเดือนกันยายน อาจจะทำให้เศรษฐกิจโลกที่กำลังค่อย ๆ ฟื้นตัวเกิดภาวะชะงักงันได้ จากการไหลกลับของเงินตราต่างประเทศเข้าไปยังสหรัฐฯ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ในขณะที่ตลาดในประเทศอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบจากเงินไหลออกมากเกินไป อาจทำให้ในหลายประเทศเกิดความผันผวน ในขณะที่ประเทศไทย อาจมีผลต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว เพราะหากค่าเงินบาทแข็งค่าจากการไหลออกของเงินต่างประเทศ จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า และได้รับผลกระทบจากปัญหาของเศรษฐกิจโลกมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม มองว่า มีโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงเดือนธันวาคม หลังมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 และในปีหน้า มีโอกาสที่จะปรับขึ้นอีกร้อยละ 0.5 ได้ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น