ชาวเน็ตสะดุ้ง,คสช.,จับตาแฮชแท็ก, #ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ

ชาวเน็ตสะดุ้ง! คสช.จับตาแฮชแท็ก #ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ

ชาวเน็ตสะดุ้ง! คสช.จับตาแฮชแท็ก #ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ

หลังจากที่ในโลกออนไลน์ได้เกิดกระแสแฮชแท็ก #ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ ซึ่งมีข้อความทั้งขำขันและล้อเลียน

ล่าสุด พล.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคสช. กล่าวถึงการติดแฮซแท็ก #ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ ว่า อยู่ที่เจ้าหน้าที่พนักงานจะใช้ดุลยพินิจ ยืนยันทุกคนยังสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยสุจริต ไม่ผิดไปจากข้อเท็จจริง ไม่พาดพิงบุคคลหรือองค์กรในลักษณะหมิ่นประมาททำให้เสียชื่อ ทำให้บุคคลเข้าใจผิด

ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานในสังคมในการดำเนินชีวิตในสังคม ซึ่งการดำเนินชีวิตประจำวันทั่วไปจะเห็นว่าเรื่องแบบนี้ยังมีให้เห็นในสังคม อย่างเช่นเรื่องความขัดแย้งกันของบุคคลหรือเอกชนกันเป็นธรรมดา ไม่ใช่แต่ภาคราชการเท่านั้น

ก.ตร.เห็นชอบ,ให้ผบ.ตร.,ใช้อำนาจ,ตั้งตร.,30เม.ย.

ก.ตร.เห็นชอบให้ผบ.ตร.ใช้อำนาจตั้งตร.30เม.ย.

ก.ตร.เห็นชอบให้ผบ.ตร.ใช้อำนาจตั้งตร.30เม.ย.

ก.ตร. เห็นชอบ ให้อำนาจ ผบ.ตร. ใช้มาตรา 56 ตั้ง สว. – รอง ผบก.วาระประจำปี 58 – ผบ.ตร. ยันเสร็จภายใน 30 เมษายน นี้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย ผู้บัญชาการสำนักงานข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ร่วมกันแถลงผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 4/2559 ว่า ที่ประชุม ก.ตร. มีมติเห็นชอบให้ ผบ.ตร. เป็นผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งตามมาตรา 56 ดังกล่าว โดยมีวาระตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯ เพื่อใช้ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร (สว.) – รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2558 พร้อมยืนยันว่า จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้ แน่นอน พร้อมระบุว่า ที่ประชุมตกลงด้วยดี ในการแต่งตั้งเป็นไปตามกระบวนการ 44(7) ตั้งแต่ระดับ สว. – รอง ผบก.ทั้งหมดทุกตำแหน่ง ทุกหน่วย ถ้าดำเนินการตามเหตุพิเศษไว้ไม่มีปัญหา ส่วนกรณีตำรวจ 33 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องกังวล เนื่องจาก ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติกำหนดเหตุพิเศษตามมาตรา 56 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯ มีทั้งหมด 4 ประเด็น คือ เรื่องความจำเป็นในการพิจารณา กรณีที่มีการเยียวยาตำรวจที่ยังไม่เรียบร้อยในการแต่งตั้งที่ผ่านมา / โครงสร้างตำแหน่งพนักงานสอบสวนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งไป ซึ่งต้องจัดสัดส่วนให้เหมาะกับคุณภาพของงาน / ความสมดุลระหว่างตำแหน่งว่างกับบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่ไม่สอดคล้องกัน / สถานการณ์ความมั่นคงที่ยังมีต่อเนื่อง ซึ่งต้องดำเนินการแก้ปัญหาในภาพรวมของประเทศ ทั้งนี้ มีรายงานว่า การดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร (สว.) – รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2558 ให้ทุกหน่วยออกคำสั่งแต่งตั้งวันที่ 30 เม.ย. 2559 โดยให้มีผลวันที่ 5 พ.ค. 2559

รองผบ.ตร.,สั่งขยายผล,เบื้องหลัง,แก๊งไม้พะยูง

รองผบ.ตร.สั่งขยายผลเบื้องหลังแก๊งไม้พะยูง

รองผบ.ตร.สั่งขยายผลเบื้องหลังแก๊งไม้พะยูง

‘เฉลิมเกียรติ’ สั่งขยายผลผู้อยู่เบื้องหลัง แก๊งมอดไม้พะยูง หลังพบทำกันเป็นขบวนการพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ควบคุมการสืบสวนขยายผลด้วยตนเอง กรณีเจ้าหน้าที่เข้มจับกุมแก๊งมอดไม้พะยูงครั้งใหญ่ โดยสามารถตรวจยึดไม้พะยูง พร้อมรถจักรยานยนต์ ได้ถึง 43 คัน ผู้ต้องหาจำนวน 2 คน คือ นายแสวง โคตรบุพผา และ นายชัยชนะ สาโหมด ที่เหลือวิ่งหลบหนีไปได้ โดยผู้ต้องหารับว่าจะนำไม้พะยูงไปขายที่ด่านชายแดนช่องดอกเตอร์ และช่องมาโดด เหตุเกิดบริเวณช่องกกไฮ อุทยานแห่งชาติภูจอง จ.อุบลราชธานี พร้อมกำชับออกหมายจับผู้ที่หลบหนีมาดำเนินคดีให้ได้ทั้งหมด ตลอดจนขยายผลยึดทรัพย์นายทุน และผู้ช่วยเหลือสนับสนุน และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปรู้เห็นหรือรับผลประโยชน์ให้ดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด ไม่มีละเว้น

ศาลอาญา,สอบ8จำเลย,คดีเลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่

ศาลอาญาสอบ8จำเลยคดีเลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่

ศาลอาญาสอบ8จำเลยคดีเลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่

ศาลอาญา สอบคำให้การ 8 จำเลย คดีหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่ มาร์ลโบโร สูญนับ 2หมื่นล้าน

ศาลอาญารัชดา สอบคำให้การจำเลย คดีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่มี นายทรอย เจ มอดลิน (MR.TROY J MODLIN) เป็นผู้แทน และพนักงานที่เป็นคนไทยอีก 7 คน ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 – 8 ในความผิดฐานร่วมกันเกี่ยวข้องด้วยประการใด ๆ ในการหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงค่าภาษีศุลกากร โดยเจตนาที่จะฉ้อโกงค่าภาษีของรัฐบาล

สืบเนื่องจากจำเลยได้ร่วมกันนำเข้าในราชอาณาจักรและสำแดงราคาสินค้าประเภทบุหรี่ ยี่ห้อมาร์ลโบโร (MARLBORO) และยี่ห้อ แอลแอนด์เอ็ม (L&M) อันเป็นเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าภาษีศุลกากร ซึ่งเหตุเกิดระหว่างเดือน ก.ค.2546 – เดือน มิ.ย.2549 ที่เป็นความผิดทั้งสิ้น 272 ครั้ง โดยรวมราคาของสินค้าบุหรี่บวกกับราคาภาษีอากร ที่หลีกเลี่ยงเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 2 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ จำเลยที่เป็นคนไทยได้รับการประกันตัวไปโดยใช้หลักทรัพย์ 1 ล้านบาท ส่วนผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่หลบหนีอยู่ ศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว หากได้ตัวมาก็จะนำตัวมาฟ้องภายในอายุความ

ปอท.ขู่ฟันผู้ใช้โซเชียล,ปลุกระดมดำเนินตามกม.

ปอท.ขู่ฟันผู้ใช้โซเชียลปลุกระดมดำเนินตามกม.

ปอท.ขู่ฟันผู้ใช้โซเชียลปลุกระดมดำเนินตามกม.

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ปอท. ขู่ผู้ใช้สื่อโซเชียลโพสต์ปลุกระดม ปั่นป่วนให้เกิดความวุ่นวาย ดำเนินคดีทันทีตามกฎหมาย โดยไม่ละเว้นพันตำรวจเอก โอฬาร สุขเกษม ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผกก.3 บก.ปอท.) เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้ฝากงานให้ตำรวจตรวจสอบในเรื่องการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ปลุกระดมสร้างความปั่นป่วน สร้างความขัดแย้ง ว่า ทาง ปอท. มีการดำเนินการและมาตรการในส่วนนี้อยู่แล้ว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวของในแต่ละพื้นที่คอยดูแลและตรวจสอบ การใช้โซเชียลเพื่อปลุกระดม ปลุกปั่น ทำลายความสงบของประเทศ

ทั้งนี้ พันตำรวจเอก โอฬาร ยืนยันว่า หากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น  สำหรับการเร่งตรวจสอบสื่อโซเชียลที่ใช้ไปในทางปลุกระดม ปั่นป่วนให้เกิดความวุ่นวาย เป็นผลมาจากรัฐบาลมีความห่วงใยว่ากลุ่มบุคคลจะใช้ช่องทางสื่อโซเชียลสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคม

น.1 แถลง,รวบผู้ต้องหา,ยิงอริดับ, ผับลาดพร้าว

น.1 แถลง รวบผู้ต้องหายิงอริดับ ผับลาดพร้าว

น.1 แถลง รวบผู้ต้องหายิงอริดับ ผับลาดพร้าว

“ศานิตย์” แถลงรวบผู้ต้องหายิงคู่อริดับ 1 สาหัส 2 ผับดังย่านลาดพร้าว พร้อมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น แถลงข่าวจับกุม นายจักรพงษ์ เลิศประพันธ์ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงคู่กรณีหน้าสถานบันเทิงจนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 03.00 น. ตำรวจ สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุยิงกันบริเวณซอยลาดพร้าว-วังหิน 71 เขตลาดพร้าว มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ตำรวจจึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ สืบสวนจนทราบว่า นายจักรพงษ์ เป็นผู้ก่อเหตุ ก่อนจะขอศาลออกหมายจับ ต่อมาจึงติดต่อทางแม่ของ นายจักรพงษ์ กระทั่งเวลา 00.30 น. วันที่ 22 เมษายน แม่ของนายจักรพงษ์ ติดต่อกลับมาเพื่อนำตัว นายจักรพงษ์ เข้ามอบตัว

นายจักรพงษ์ รับสารภาพว่า ในวันที่เกิดเหตุช่วงหลังเที่ยงคืนนั้น ได้เข้ามาหาเพื่อนที่นั่งดื่มกินอยู่ภายในร้านท่าเรือบางกอก ซึ่งขณะนั้นพบว่าร้านดังกล่าวปิดไปแล้ว นายจักรพงษ์ จึงเดินไปเข้าห้องน้ำ พบกับ นายแหว่ง ซึ่งเป็นคู่อริเก่า ก่อนจะมีเรื่องชกต่อยกัน จากนั้น รปภ. ในร้านจึงเข้ามาแยกและเชิญออกนอกร้าน แต่ขณะที่เดินไปหน้าร้านบริเวณลานจอดรถ ก็มีเรื่องชกต่อยกันอีกครั้งหนึ่ง จึงวิ่งไปหยิบปืนที่ซุกซ่อนไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ แล้วนำมายิงใส่ในกลุ่มที่กำลังมีเรื่องกันอยู่ ก่อนจะวิ่งหนีไปทางหลังร้าน พร้อมนำปืนดังกล่าวไปซุกซ่อนไว้ริมคลองท้ายซอยลาดพร้าว-วังหิน 71 ตำรวจจึงไปตรวจสอบกระทั่งพบปืนตามที่ นายจักรพงษ์ ระบุไว้ จึงยึดเป็นของกลาง

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ออกหมายจับ, คดีฆ่าหญิงสาวบนเขาวัง, เพชรบุรี

ออกหมายจับ คดีฆ่าหญิงสาวบนเขาวัง เพชรบุรี

ออกหมายจับ คดีฆ่าหญิงสาวบนเขาวัง เพชรบุรี

ออกหมายจับคดีฆ่าหญิงสาวเปลือยท่อนบนเขาวัง เพชรบุรี สอบประวัติเป็นเดนคุก เคยก่อคดีข่มขืน

จากกรณีเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี พบศพสาวนิรนาม ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ธมลภรณ์ อายุ 29 ปี ชาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ถูกหินทุบกะโหลกศีรษะแตกตาย มือเท้าถูกมัดและเปลือยท่อนล่าง เสียชีวิตขึ้นอืด บริเวณข้างบันไดทางขึ้นเขาพระนครคีรี (เขาวัง) อ.เมือง จ.เพชรบุรี และต่อมาขยายผลสืบสวนตรวจพบภาพจากกล้องวงจรปิดที่สถานีรถไฟเพชรบุรี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานภาพวงจรปิด และพยานบุคคล เสนอต่อศาลเพชรบุรีขอออกหมายจับผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าวทราบชื่อต่อมาคือ นายอดิเรก อายุ 39 ปี ชาว อ.พนมทวน อ.กาญจนบุรี

พ.ต.อ.พาณุพงษ์ ศรจิตติ ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี เปิดเผยว่า ตรวจสอบประวัติ นายอดิเรก เคยถูกจับกุมคดีลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย และคดีอาวุธปืน ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ถูกจับต้องโทษในเรือนจำหลายปี เมื่อพ้นโทษออกมาได้ก่อคดีข่มขืนในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี และถูกศาลจังหวัดกาญจนบุรีออกหมายจับ และมาก่อเหตุที่เพชรบุรีอีกครั้ง เบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามจับกุมมาดำเนินคดีแล้ว

ตร.รวบจ่านิว,พวกชุมนุม,อนุสาวรีย์ชัย,จี้ปล่อยวัฒนา

ตร.รวบจ่านิวพวกชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยจี้ปล่อยวัฒนา

ตร.รวบจ่านิวพวกชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยจี้ปล่อยวัฒนา

พลเมืองโต้กลับ ‘จ่านิว’ รวมตัวเรียกร้อง คสช. ปล่อย ‘วัฒนา’ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่เชิญตัวไป สน.พญาไท ล่าสุดสมาชิกประกาศปักหลักที่ สน.พญาไท หลังแกนนำถูกคุมตัว ล่าสุด ยุติการทำกิจกรรมแล้วกลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดย อานนท์ นำภา, สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว, ณัทพัช อัคฮาด และวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ พร้อมมวลชนจำนวนหนึ่งสวมใส่เสื้อสีขาว รวมตัวกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ไม่เห็นด้วยต่อการควบคุมตัว นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ของ คสช. หลังจาก คสช. ยังไม่ปล่อยตัว นายวัฒนา

โดยเมื่อผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงบริเวณสกายวอร์คฝั่งโรงพยาบาลราชวิถี ในเวลา 18.00 น. ก็ประกาศทำกิจกรรม ขอยืนสงบนิ่ง 20 นาที เป็นการแสดงออกว่า ไม่เห็นด้วยกับอำนาจจับกุม คสช. แต่จากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจราจล ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ โดยได้ล้อมกลุ่มผู้ชุมนุม และควบคุมตัวเดินลงจากสกายวอร์ค ขึ้นรถตำรวจไปยัง สน.พญาไท โดยควบคุมตัวไปทั้งหมด 4 คน ขณะที่ระหว่างควบคุม นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่ของนายณัทพัช ได้ขอขึ้นรถไป สน. ด้วย

ขณะที่ ยังมีมวลชนจำนวนที่ไม่ถูกจับกุม ใส่เสื้อสีขาวตะโกนส่งเสียงไม่พอใจ พร้อมชู 3 นิ้ว อยู่บนสกายวอร์ค ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ

ล่าสุดขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวจ่านิวกับพวกและกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ออกจาก สน.พญาไท โดยยังไม่ทราบว่าจะนำตัวไปที่ใด
กลุ่มผู้ชุมนุมพลเมืองโต้กลับประกาศปักหลักที่สน.พญาไท

นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว กับ นายอานนท์ นำภา พร้อมแนวร่วมกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ได้ใส่เสื้อสีขาวรวมตัวกันบนสะพานลอยเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเรียกร้องให้ทางการปล่อยตัว นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกควบคุมจากกรณีแสดงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่กำลังมีการทำประชามติเดือนสิงหาคมนี้ ผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยตำรวจได้เข้าควบคุมตัวแกนนำไปยัง สน.พญาไท ทันที หลังจากปรากฏตัวได้ไม่นาน ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนยังคงปักหลักชุมนุมต่อ ก่อนเดินทางไปหาแกนนำที่ถูกจับกุม ที่ สน.พญาไท

ทั้งนี้ ปรากฏว่ามีการนำตัวทั้ง 4 คน ขึ้นรถตู้ไปควบคุมต่อในสถานที่ไม่เปิดเผย มวลชนจึงจุดเทียนพร้อมกับร้องเพลง เพื่อมวลชน และประกาศจะปักหลักที่ สน.พญาไท ไปก่อนจนกว่าจะมีความชัดเจนของสถานที่ควบคุมตัวแกนนำ

พลเมืองโต้กลับยุติการทำกิจกรรมแล้ว

กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ประกาศยอมยุติกิจกรรมแสดงเชิงสัญลักษณ์ไม่เห็นด้วยที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควบคุมตัว นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ภายหลังจากออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ หลังจากทางกลุ่มได้จัดกิจกรรมจำลองลงประชามติเสร็จสิ้น โดย นายปิยรัฐ จงเทพ ตัวแทนกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ระบุว่า ยอมยุติกิจกรรมหลังจัดกิจกรรมจำลองลงประชามติเสร็จสิ้น ตามที่ตกลงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ก่อนหน้านี้

ด้าน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ระบุ หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรับตัวไป ถือว่านอกเหนืออำนาจหน้าที่แล้ว เชื่อทหารนำไปปรับทัศนคติ คาดปล่อยตัวคืนนี้ ขณะที่ พันตำรวจเอก อรรถวิทย์ สายสืบ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ระบุหลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรับตัวไป ถือว่านอกเหนืออำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เชื่อทหารนำไปพูดคุย คาดปล่อยตัวคืนนี้

ครม.,เห็นชอบ,เข้าเป็นภาคี,ว่าด้วยสิทธิคนพิการ

ครม.เห็นชอบเข้าเป็นภาคีว่าด้วยสิทธิคนพิการ

ครม.เห็นชอบเข้าเป็นภาคีว่าด้วยสิทธิคนพิการ

ที่ประชุม ครม. เห็นชอบ เข้าเป็นภาคีและให้สัตยาบันต่อพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการพันเอก อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีและให้สัตยาบันต่อพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ และให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) โดยกรมสนธิสัญญาและกฎหมายดำเนินการจัดทำ ภาคยานุวัติสารดังกล่าวต่อไป โดยพิธีสารดังกล่าวเป็นกลไกเพื่อทำให้การคุ้มครองสิทธิของคนพิการสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มี 18 ข้อบท อาทิ กระบวนการร้องเรียนโดยปัจเจกบุคคล (Individual communication) และกระบวนการการไต่สวน (Inquiry) และเป็นกระบวนการที่คนพิการหรือองค์กรคนพิการสามารถร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมและสามารถเสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการโดยตรงได้ด้วย ทั้งนี้ คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการจะไม่รับข้อร้องเรียนที่เคยได้รับการตรวจสอบจากคณะกรรมการแล้ว หรืออยู่ในระหว่างการตรวจสอบหรือเสร็จสิ้นการตรวจสอบแล้ว โดยกระบวนการในการสอบสวนหรือไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศและเป็นข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นก่อนที่พิธีสารเลือกรับนี้จะมีผลบังคับใช้ในรัฐภาคีที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการพิจารณาข้อร้องเรียนของคณะกรรมการจะมีการตรวจสอบข้อมูล โดยที่ต้องได้รับความยินยอมจากรัฐภาคีด้วย และการไต่สวนกระทำโดยลับ และให้แสวงหาความร่วมมือของรัฐภาคีในทุกขั้นตอนของกระบวนการไต่สวน เป็นต้น

เงินเดือน 2 หมื่น,เก็บเงินถึง 10 ล้านได้

เงินเดือน 2 หมื่น ก็เก็บเงินถึง 10 ล้านได้ !

เงินเดือน 2 หมื่น ก็เก็บเงินถึง 10 ล้านได้ !

“เงินเดือน 2 หมื่น ทำเงินเป็น 10 ล้าน ด้วยวิธีที่เราทำได้ และใคร ๆ ก็ทำได้” อาจฟังดูเป็นเรื่องที่ไกลตัว และเป็นไปไม่ได้ใช่ไหมคะ โดยเฉพาะถ้าคุณเพิ่งเริ่มชีวิตการทำงานมาไม่กี่ปี ครั้นพอจะหาหนังสือสอนวางแผนการเงินมาอ่านก็ช่างเข้าใจยากเสียเหลือเกิน

บางเล่มก็บอกแต่เพียงว่าได้ผลตอบแทนปีละเท่านั้นเท่านี้ เปอร์เซ็นต์จะมีเงินเท่าไร แต่ไม่บอกว่าจะไปหาผลตอบแทนแบบนั้นที่ไหน หรือบอกว่าต้องลงทุนแต่กลับไม่บอกวิธีการลงทุนเลย หากใครเจอแบบนี้อย่าเพิ่งท้อใจไปค่ะ เพราะวันนี้ MoneyGuru.co.th จะมาบอกทั้งวิธีการลงทุน และการหาการลงทุนที่เหมาะกับคนทั่วไปมาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ

มันคือคำถามที่อยู่ในใจของมนุษย์เงินเดือนหลาย ๆ คน ที่ว่า “ใคร ๆ ก็มีเงินเก็บ 10 ล้านได้ แล้วมันจะเก็บอย่างไรล่ะ??” เรามาลองสมมติกันค่ะ ว่าถ้าคุณ 25 ปี มี เงินเดือน 2 หมื่น จะทำอย่างไรให้ได้ 10 ล้าน โดยสมมติฐานมีดังนี้…

1. ตอนนี้คุณอายุ 25 ปี และมี เงินเดือน 2 หมื่น บาท

2. เงินเดือนคุณขึ้นปีละ 5% ทุกปี จนพอคุณอายุ 55 ปี คุณจะมีเงินเดือน 86,439 บาท

3. คุณแบ่งรายได้ 15% (3,000 บาท) ของเงินเดือนไปลงทุนใน LTF

4. LTF ที่คุณเลือกให้ผลตอบแทนทบต้น 10% (LTF = Long Term Fund = กองทุนรวมที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ โดยซื้อได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ และต้องถือไว้อย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน (ตามกฎหมายใหม่)

ข้อหนึ่งน่าจะเป็นไปได้ไม่ยาก โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่จบปริญญาตรีมาก็ได้เงินดือน 15,000 บาทเป็นอย่างน้อยแล้ว

ข้อสองอาจจะยากนิดหน่อย เพราะนั่นแสดงว่าเราต้องตั้งใจทำงานให้ดี และต้องอยู่กับบริษัทที่รู้คุณค่าของคนที่มีผลงานดีด้วย แต่ตัวเลขเงินเดือน 86,439 บาทภายในอายุ 55 ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ เพราะเดี๋ยวนี้บางคนอายุไม่ถึง 40 ปีก็ได้เงินเดือนประมาณนี้กันแล้ว

ข้อสามอาจจะยากที่สุด เพราะเป็นเรื่องของความมีวินัย ยิ่งพอเราโตขึ้น เงินเดือนมากขึ้น แต่งงาน ซื้อบ้านมีลูก ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาอย่างนึกไม่ถึง ถ้าเราสามารถบังคับตัวเองด้วยการซื้อ LTF ผ่านการหักบัญชีทุกเดือนไปเลย ก็น่าจะช่วยได้ไม่น้อย

ส่วนข้อสุดท้าย ผลตอบแทน 10% ถือเป็นเรื่องของฟ้าดิน เพราะอนาคตอีก 30 ปีเราไม่รู้หรอกว่าเศรษฐกิจโลกจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าอ้างอิงจากผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนทบต้น 10% เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และถือเป็นการลงทุนผลตอบแทนสูงมากเมื่อคำนึงว่าแทบไม่ต้องใช้แรงกาย แรงสมอง หรือเวลาเลย

วิธีการคำนวณ LTF

ถ้าปี 2559 เราซื้อ LTF 100 บาท และ LTF ให้ผลตอบแทน 10%

ปี 2560 LTF ที่เราซื้อไว้จะมีมูลค่าเท่ากับ (1+0.1)* 100 = 110 บาท

ซึ่ง 0.1 ก็คีอผลตอบแทน 10% นั่นเอง

ปี 2561 LTF จะเพิ่มมูลค่าเป็น 1.1*110 = 122 บาท

ปี 2562 LTF จะเพิ่มมูลค่าเป็น 1.1*122 = 134.2 บาท

หรือเขียนในอีกรูปแบบหนึ่งก็คือ (1.1)^3 * 100 = 134.2 บาท (^3 แปลว่ายกกำลังสาม)

หรือคิดเป็นสูตรง่าย ๆ ก็คือเอา 1.1 ยกกำลังจำนวนปีคูณด้วยเงินต้น

ดังนั้นมูลค่า 3000 บาทที่เราซื้อ LTF ในปีนี้ จะเท่ากับ (1.1)^30*3,000*12 = 628,178 บาท ในอีก 30 ปีข้างหน้า ที่คูณ 12 เพราะเราซื้อทุกเดือน ปีหนึ่งเราจึงซื้อ 12 ครั้งค่ะ ส่วนใครที่อายุ 30 กว่าแล้ว ยังไม่ได้ซื้อ LTF ไว้เลยก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะถ้าคุณอายุ 35 แต่หน้าที่การงานดี มีเงินเดือน 60,000 ซื้อ LTF ปีละ 15% ก็จะมีเงินเก็บเกือบ 10 ล้านบาทตอนอายุ 55 เช่นกัน

พอมีเงินเก็บ 10 ล้านบาท ถ้าเราเอาไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่ผลตอบแทนปีละ 5% ก็จะมีเงินใช้ปีละ 500,000 หรือประมาณเดือนละ 40,000 บาท* ไปตลอดชีวิต พอเราไม่อยู่แล้ว เงิน 10 ล้านก็จะเป็นมรดกสำหรับลูกหลานค่ะ

อ่านแล้วฮึกเหิมขึ้นมาบ้างรึยังคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าลืมคำนวณเรื่องเงินเฟ้อด้วยนะคะ เพราะเงินเฟ้อมันขึ้นทุกปีปีละ 3% เงิน 40,000 บาทในอีก 30 ปีข้างหน้า จะมีมูลค่าเท่ากับ 16,500 บาทในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าไม่มาก แต่ถ้าไม่มีหนี้สินก็อยู่ได้สบาย ๆ ค่ะ