แชร์สนั่น! สาวโดนรถสถานทูตชนกระเด็น 10 วันแล้วเงียบกริบ

แชร์สนั่น! สาวโดนรถสถานทูตชนกระเด็น 10 วันแล้วเงียบกริบ

แชร์สนั่น! สาวโดนรถสถานทูตชนกระเด็น 10 วันแล้วเงียบกริบ

โลกออนไลน์เป็นกำลังใจให้ เหยื่อสาวถูกรถสถานทูตอังกฤษชน ย่านคลองตัน กระดูกหัก 3 ท่อน แตไม่เห็นเหลียวแลรับผิดชอบ คดีก็ยังไม่คืบหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจประเด็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวคนหนึ่ง ที่โพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียและเว็บบอร์ดเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม ระบุว่าถูกรถประจำสถานทูตอังกฤษเฉี่ยวชน ร่างกระเด็นไป 20 เมตร บาดเจ็บสาหัส แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า

ตามรายงานระบุว่า เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง คลิปดังเฟสบุ๊ค ได้โพสต์คลิปวิดีโอภาพจากกล้องจรปิด บริเวณถนนปรีดี พนมยงค์ (สุขุมวิท 71) หลักฐานเหตุการณ์ระหว่างที่หญิงสาวผู้ร้องทุกข์ ถูกรถยนต์คันหนึ่งที่ระบุว่าเป็นรถจากสถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ที่เฉี่ยวชนเธอได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่เว็บไซต์พันทิปดอทคอม มีผู้ตั้งกระทู้ชื่อ “โดนรถสถานทูตอังกฤษชน แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆเลย ควรทำอย่างไรดีคะ” จาก สมาชิกหมายเลข 3044635 ได้โพสต์เอาไว้ ได้รับความสนใจจากโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก โดยเนื้อหากระทู้ระบุว่า

“เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2559 เวลาประมาณ 09.00 น. ขณะที่ดิฉันขับขี่รถจักรยานยนต์ ไปตามถนนสุขุมวิท 71 เมื่อถึงทางแยกซอยปรีดี พนมยงค์ 20/1 ได้มีรถยนต์โฟล์กสวาเกน จากสถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย แล่นออกมาจากซอยตัดหน้ารถที่ดิฉันขับขี่กะทันหัน รถดิฉันแล่นอยู่ในทางตรงและเป็นถนนสายหลัก โดยรถไม่หยุดรอให้รถทางสายหลักแล่นผ่านไปก่อน เป็นเหตุให้เกิดการชนอย่างรุนแรง

ดิฉันถูกชนกระเด็นลอยข้ามไปถนนอีกด้านประมาณ 20 เมตร ตกอยู่ในช่องทางเดินรถเลนฝั่งตรงข้าม ดิฉันนอนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด โชคดีที่ไม่มีรถผ่านมาแล่นชนทับดิฉัน หลังจากนั้นดิฉันได้รับการช่วยเหลือจากพลเมืองดี นำดิฉันส่งโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท สุขุมวิท

ทราบภายหลังว่า ผู้ขับขี่รถสถานทูตอังกฤษคนดังกล่าว ไม่ได้ให้ความสนใจให้ความช่วยเหลือ ดิฉันตามวิสัยของคนมีจิตใจปกติ เพียงลงมาดูและกดโทรศัพ์ ก่อนจะกลับขึ้นไปนั่งบนรถ ดิฉันต้องเข้าห้องผ่าตัด กระดูกหัก 2 ท่อน ศีรษะแตก ดิฉันได้เข้าผ่าตัด ณ วันที่เกิดเหตุทันที โดยมีค่าใช้จ่ายทั้งหมด ประมาณ 120,000 บาท ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการชำระเงินใดๆ และดิฉันก็ไม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ เพราะไม่สามารถสรุปการจ่ายเงินทั้งหมดได้จากทางฝ่ายใดเลย

ดิฉันได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างมาก เพราะมีครอบครัว และบุตรเล็กๆ ต้องพึ่งพารายได้จากดิฉัน ต้องพักรักษาตัวเป็นเวลาหลายเดือน ทำให้ขาดรายได้อย่างแน่นอน ขณะนี้วันที่ 10 มีนาคม 2559 (ผ่านไป 10 วันแล้ว) เจ้าหน้าที่สถานทูตอังกฤษรายนี้ ไม่ได้มีการมาเยี่ยมเยียน ถามไถ่อาการ หรือติดต่อเพื่อจะดำเนินการช่วยเหลือดิฉันด้านมนุษยธรรมเบื้องต้นเลย

ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ดิฉันได้ติดต่อไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน เจ้าของคดี ได้ทราบว่า ตำรวจพยายามติดต่อไปที่สถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ถึงเจ้าหน้าที่สังกัดสถานทูตอังกฤษท่านนี้แล้ว แต่ผู้ขับขี่ไม่ยอมมาพบตำรวจแต่อย่างใด ดิฉันจึงไม่มีช่องทางอื่นใด ที่จะติดต่อเจรจา จึงอยากทราบว่าดิฉันควรทำอย่างไร หรือติดต่อหน่วยงานใดไหน แล้วจะแจ้งเค้าว่าอย่างไร เพื่อให้เขาทราบถึงความเดือดร้อนและมารับผิดชอบเยียวยาดิฉันบ้าง”

อย่างไรก็ตาม หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางส่วนได้ให้กำลังใจและร่วมแชร์ประเด็นดังกล่าวออกไปให้สังคมรับทราบ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ บางส่วนก็เสนอนักกฎหมายและให้คำปรึกษาแก่หญิงสาวที่ประสบเหตุ เพื่อคลี่คลายและให้ความเป็นธรรม

ขณะที่หลักฐานชิ้นสำคัญ ภาพจรปิดจากจุดเกิดเหตุ ทำให้สามารถต่อประเด็นต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เชื่อว่าหญิงที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับความยุติธรรมเร็วๆ นี้ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม เกี่ยวกับตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับสิทธิ์ของเจ้าหน้าที่สถานทูตที่ไม่มีหลักมนุษยธรรม

วงจรปิดค่ายบัญชาเมฆ ไร้วี่แววมือมืดทำร้ายแมว ”บัวขาว”เผยไทเกอร์น้ำตาไหล สุดสงสาร

วงจรปิดค่ายบัญชาเมฆ ไร้วี่แววมือมืดทำร้ายแมว ”บัวขาว”เผยไทเกอร์น้ำตาไหล สุดสงสาร

วงจรปิดค่ายบัญชาเมฆ ไร้วี่แววมือมืดทำร้ายแมว ”บัวขาว”เผยไทเกอร์น้ำตาไหล สุดสงสาร

จากกรณีแฟนเพจเฟซบุ๊กของ “บัวขาว บัญชาเมฆ” ฉายา นายสมบัติ บัญชาเมฆ อายุ 33 ปี ใช้ชื่อเพจเฟซบุ๊กว่า “Banchamek Gym” โพสต์ภาพบัวขาวแจ้งความที่ สน.ลาดพร้าว พร้อมข้อความระบุว่า“บัวขาวเดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเรื่องแมวไทเกอร์ บัวขาว ที่โดนทำร้าย ส่วนอีกตัวเสียชีวิต ที่เกิดเหตุบาดแผลถูกฟันคอเกือบขาด ตอนนี้อาการไทเกอร์ 9 มีนาคม มีน้ำหนองอยู่แต่ไม่หนัก กินอาหารได้ ไม่มีอาการซึม รักษาตัวที่ รพ.สัตว์ศรีวรา”

ล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 11 มีนาคม ที่ค่ายบัญชาเมฆ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ นายสมบัติเปิดเผยว่า ตอนนี้ให้ลูกน้องช่วยกันไล่ดูกล้องวงจรปิดภายในค่ายแล้ว แต่ยังไม่พบเบาะแสเพิ่มเติม ทั้งนี้ ฝากความหวังไว้ที่กล้องของ กทม. ที่ตำรวจนำไปตรวจสอบ นอกจากนี้ อยากฝากถึงผู้กระทำความผิดให้ออกมารับผิดชอบในสิ่งที่ทำ

นายสมบัติ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือของคนที่มีบ้านในละแวกนี้ เนื่องจากแถบนี้จะไม่ค่อยสนใจกับเรื่องแบบนี้ แต่ช่วงกลางคืนจะมีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าค่ายและส่งเสียงรบกวนเกือบทุกคืน อีกทั้งมีแคมป์คนงานก่อสร้างในซอยหลายแห่งอยากให้ตำรวจช่วยตรวจสอบด้วย ส่วนอาการของเจ้าไทเกอร์ที่รักษาตัวอยู่ที่รพ.ศรีวราห์นั้น อาการยังไม่ดีขึ้นสัตวแพทย์ต้องนำเนื้อบาดแผลส่วนที่เน่าออก ต้องระวังเรื่องการติดเชื้อ ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 10 มีนาคม เจ้าหน้าที่ของค่ายไปดูอาการพบว่าเมื่อเห็นหน้าคนรู้จัก เจ้าไทเกอร์ร้องเรียกและมีน้ำตาไหล น่าสงสารและเวทนาคาดว่าน่าจะต้องเข้ารับการรักษาประมาณ 1เดือน

ด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก เปิดเผยว่า ขณะนี้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่ชี้ชัดว่าเป็นอุบัติเหตุหรือเป็นฝีมือของคน เรื่องอาวุธยังไม่มีความชัดเจน นอกจากนี้ แมวที่เลี้ยงก็เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ จะไปที่ไหนบ้างก็ไม่รู้ และระยะเวลาเกิดเหตุกับเวลาแจ้งความมีช่องว่างมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เวลาทำงานด้วย ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว ตอนนี้มีกล้อง กทม. 2 ตัว เจ้าหน้าที่กำลังไล่ดูอยู่ ส่วนกล้องในค่ายบัญชาเมฆนั้นทางนายสมบัติจะช่วยดูอีกที โดยแมวที่บาดเจ็บนั้นเชื่อว่าบาดเจ็บมาจากด้านนอก หากมีใครพบเห็นแมวหรือสามารถแจ้งเบาะแส ให้เข้ามาแจ้งได้เลยที่ สน.ลาดพร้าว

กปภ.7ห่วง2จ.แล้ง-ปรับแผนบริหารน้ำ

การประปาส่วนภูมิภาคเขต 7 ห่วง 2 จังหวัด หลังแล้งคุกคาม พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำ

กปภ.7ห่วง2จ.แล้ง-ปรับแผนบริหารน้ำ

นายทวีวัฒน์ นิ่มวรพันธุ์ ผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 7 ซึ่งดูแลรับผิดชอบ 6 จังหวัด ประกอบด้วย จ.อุดรธานี เลย หนองคาย สกลนคร นครพนม และหนองบัวลำภู เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ปัจจุบันสถานการณ์ภัยแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำลังอยู่ในช่วงวิกฤติและรุนแรงกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะใน จ.อุดรธานี และ หนองบัวลำภู ที่จะต้องจับตาดูเป็นกรณีพิเศษหลังแหล่งน้ำธรรมชาติเริ่มแห้งขอด เบื้องต้น ทางการประปาส่วนภูมิภาคเขต 7 ได้มีการปรับแผนการปล่อยน้ำในช่วงกลางคืนด้วยการลดระดับแรงดัน ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำประปาที่ส่งออกไปยังบ้านเรือนของประชาชนช้าลง ถือเป็นการประหยัดน้ำทางหนึ่ง นอกจากนี้ ยังได้ทำการประชาสัมพันธ์ เดินรณรงค์ให้ชาวบ้านใช้น้ำอย่างคุ้มค่า สำหรับกรณีการใช้น้ำช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น นายทวีวัฒน์ ระบุว่า ยังไม่น่ากังวลนักเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้จัดสรรน้ำไว้เตรียมพร้อมแล้ว แต่อาจจะลดจุดบริการรถน้ำลงจากเดิมเพื่อให้การบริหารน้ำช่วงฤดูแล้งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 7 ยืนยันว่าจะมีน้ำสำหรับอุปโภค – บริโภคไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2559 อย่างแน่นอน พร้อมขอความร่วมมือไปยังประชาชนให้ช่วยกันประหยัดน้ำและใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด

สังคมต้องช็อก! ชายวัย 65 แต่งงานกับเด็กหญิงอายุ 12

ทั่วโลกวิจารณ์ คลิปทดสอบมนุษยธรรม ชายวัย 65 แต่งงานกับเด็กอายุ 12 กลางไทม์สแควร์ เกิดผลตอบกลับทางสังคมที่ต้องตะลึง

สังคมต้องช็อก! ชายวัย 65 แต่งงานกับเด็กหญิงอายุ 12

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภาพเหตุการณ์ชายวัย 65 ปี ควงแขนภรรยาอายุ 12 ปี เดินถ่ายภาพพรีเวดดิ้งไปทั่วไทม์สแควร์ ใจกลางมหานครนิวยอร์ก ตกเป็นเป้าสายตาผู้คนและเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์สะท้อนกลับถึงความเหมาะสมในสังคมอย่างรวดเร็ว ผลงานทดสอบมนุษยธรรมล่าสุดของนักทำคลิปสารคดีชื่อดัง ถูกกล่าวถึงไปทั่วโลกอีกครั้ง

โคบี้ เพอร์ซิน (Coby Persin) เจ้าของช่องบนเว็บไซต์ยูทูปชื่อดัง ได้เผยแพร่ผลงานทดสอบมนุษยธรรมชิ้นล่าสุด ที่เรียกความสนใจให้กับผู้คนทั่วโลก หลังจากที่เขาตั้งประเด็นสงสัยที่ว่า “สังคมจะยอมรับมากแค่ไหน หากเยาวชนถูกจับแต่งงานไม่สมวัยอันควร” คลิปวิดีโอถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีผู้สนใจเป็นจำนวนมาก

ชายวัย 65 ปี ควงแขนภรรยาอายุ 12 ปี ที่ดูไม่มีความสุขนัก ออกมาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งที่ย่านไทม์สแควร์ ทันทีที่ทั้งคู่ปรากฏตัว ปฏิกิริยาของผู้คนรอบข้างเกิดความสงสัยอย่างชัดเจน มีการเผชิญหน้ากับผู้คนที่เข้ามาสอบถามต่างๆ นานา เช่น “เธออายุเท่าไหร่” , “เธอยังเด็กอยู่เลย” , “คุณทราบกฎหมายหรือไม่” , “คุณทำแบบนี้แล้วมีความสุขหรือ” ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้

ตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าสังคมยังรับไม่ได้กับการแต่งงานของเยาวชนที่ยังไม่ถึงวัยอันควร หรือเป็นการจับคลุมถุงชน บางคนยื่นมือเข้ามาเพื่อจะช่วยเหลือเด็กหญิง พร้อมกับต่อว่าชายสูงวัยที่ปฏิบัติเช่นนี้กับเด็กไร้เดียงสา

อย่างไรก็ตาม คลิปวิดีโอดังกล่าวไม่มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น ทีมงานเข้าชี้แจงและแจ้งให้ทราบว่าเป็นเพียงวิดีโอสารคดีเท่านั้น พร้อมกับขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งในการไม่สนับสนุนการแต่งงานที่ไม่เหมาะสม หรือเข้าข่ายล่วงละเมิดเยาวชนที่ยังเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมโลก

สำหรับ โคบี้ เพอร์ซิน เป็น ยูทูปเบอร์ ที่สร้างผลงานเผยแพร่ทางเว็บไซต์ยูทูป ทั้งในรูปแบบสารคดีทดสอบมนุษยธรรมในสังคม หรือ คลิปหยอกล้อแกล้งผู้คนตามที่สาธารณะ ผลงานของเขามักจะได้รับความสนใจอยู่เสมอๆ จนมียอดผู้ติดตามในยูทูปเกือบ 2 ล้านคนแล้ว

ปราบผู้มีอิทธิพล ต้องทำอย่างจริงจังและเท่าเทียม..

   ปราบผู้มีอิทธิพล,ข่าวการเมือง

   เป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างต่อเนื่อง สำหรับนโยบาย ปราบผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศ หลังจากถึงกำหนดวันดีเดย์ไปแล้ว เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่ากันว่างานนี้มีรายชื่อของผู้มีอิทธิพลมากถึง 6,000 – 7,000 คนทีเดียว โดยมีการวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ ในส่วน บุคคลที่เป็น “มาเฟีย” มีหมายจับก็ดำเนินการจับกุมตามกฎหมาย ส่วนที่เป็นแค่ผู้กว้างขวาง ยังไม่มีคดีติดตัว ให้เรียกมา “ปรับทัศนคติ” ทั้งหมด

สำหรับผู้มีอิทธิพลจำนวน 6-7 พันรายนั้น มีทั้งบุคคลทั่วไป ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ทหาร และตำรวจ โดยแบ่งเป็น 16 ฐานความผิด

งานนี้นี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เชื่อว่าภายใน 2 เดือนนี้ หลังการปฏิบัติการกวาดล้างและปราบปราม จะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลลดลง 60-70 เปอร์เซ็นต์ มั่นใจว่าสังคมจะดีขึ้น พี่น้องประชาชนจะถูกข่มขู่รังแกน้อยลง ใช้ชีวิตแบบปกติสุข

โดย ผบ.ตร.เองได้ยืนยันว่า ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล จะไม่มีการยกเว้นไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร หรือตำรวจ จะต้องดำเนินการตามแนวทางทั้งสิ้น

ก็ต้องรอดูผลงานกันว่า จะเป็นไปตามที่มีการวางเป้าหมายกันหรือไม่ งานนี้รับรองหากเดินหน้าจริงจัง ประชาชนสนับสนุน เชียร์เต็มที่อยู่แล้ว

แต่สิ่งที่หลายคนเป็นห่วงก็คือ ในการดำเนินการปราบปราม ก็ต้องว่ากันไปตามฐานความผิด และภายใต้กรอบกฎหมาย ใครมีคดี มีความผิดก็จับกุมดำเนินคดีกันไป อย่าเกินเลยไปในลักษณะ การใช้ความรุนแรงตัดตอน เหมือนอย่างในอดีต ที่มีการส่งสัญญาณจากผู้นำในการปราบปรามยาเสพติด จนนำไปสู่การฆ่าตัดตอน มากถึง 2,500 ศพมาแล้ว

และที่สำคัญคือ ในการปราบปรามก็ต้องดำเนินการอย่างจริงจังไม่ไว้หน้า หรือจงใจละเว้นใครที่เป็นพรรคพวก คนรู้จัก อะไรทั้งสิ้น ทำให้ทุกอย่างเดินไปในแนวทางที่ต้องการปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างแท้จริง เพื่อให้สังคมดีขึ้นจริงๆ ไม่ใช้นโยบายนี้มีจัดการกับกลุ่มตรงข้ามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

และหากนโยบายนี้เดินหน้าสำเร็จจริง รับรองได้ว่า นี้จะเป็นผลงานที่ประชาชนชื่นชม ไปนานเท่านาน….ต้องติดตามกันต่อไปครับ …

แง่คิด และ สัจธรรมของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้

h62

อยากให้ทุกคนอื่น .. แง่คิด และ สัจธรรมของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ แฝงข้อคิดอย่างมากเป็นเรื่องน่าคิดที่ธรรมชาติ อนุญาตให้บรรดาสัตว์โลกทั้งหลายมีชีวิตอยู่บนโลกนี้นับเป็นวันได้โดยเฉลี่ยดังนี้แมลงเม่า 1 วัน

มด 21 วัน
ปลากะตัก 21 วัน
แมงปอ 120 วัน
ปลาหางนกยูง 120 วัน
กระต่าย 1,825 วัน
สุนัข 5,475 วัน
ม้า 10,950 วัน
มนุษย์ 25,550 วัน
ช้าง 36,500 วัน
เต่า 73,000 วัน

ทุกชีวิตมีเวลาที่ธรรมชาติอนุญาตให้อยู่ได้ ตามวงจรชีวิตของแต่ละสายพันธิ์ถ้านับเป็นวันแล้ว น้อยมากจริงๆ ยิ่งมนุษย์้แล้ว ถ้าอายุครบ 60 ปี ก็เท่ากับเวลาผ่านไปแล้ว 22,000 วัน เวลาก็ยิ่งเหลือน้อยนิดลงไปอีกเหลือเพียงไม่กี่วันเอง บวกลบได้ไม่มากมายหรอก ถึงจะมั่นใจว่าตัวเองยังสุขภาพดีอยู่ก็ตาม

ดังนั้นการใช้เวลาที่เหลือ ในการดำรงชีวิตอย่าได้หลงระเริงโดยเด็ดขาด จะต้องยึดหลักปฎิบัติของพระพุทธองค์เป็นหลัก ให้หมั่นสร้างบุญ สร้างกุศล หมั่นทำความดี เตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อม จัดการเรื่องราวต่างๆให้เรียบร้อย โดยเฉพาะสำหรับลูกหลานและคนที่ยังอยู่ข้างหลัง และต้องลดละเลิก การสะสม ลดโมหะ โทสะ โลภะ ทั้งปวง เตรียมตัวนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต และพร้อมที่จะจากโลกนี้ไปได้ในทุกเวลาอย่างมีความสุข เพราะเข้าใจในสิ่งธรรมชาติกำหนดไว้แล้ว

‘พงศพัศ’แย้มข่าวดี ปัญหาพงส.ใกล้จบ ระดับโรงพักพิจารณาอัตราตามคดี

“พงศพัศ” แถลงผลประชุมแก้ปัญหายุบตำแหน่งพนักงานสอบสวน ยันทุกอย่างเกือบลงตัวแล้ว ระดับโรงพักพิจารณาอัตราพนักงานสอบสวน ตามความมากน้อยของคดี ส่วนระดับ “พ.ต.อ.” ขึ้นไป กำลังพิจารณาอยู่ว่า จะให้ บช.ตั้ง บก.สอบสวนขึ้นมาเอง หรือจะเป็นแค่กลุ่มงานสอบสวนอยู่ในแต่ละ บช. ส่วนเงินรายได้ที่หายไป “ผบ.ตร.”ขอคืนจากรัฐบาลให้แล้ว แถมขอเพิ่มผลตอบแทนให้ตำรวจสายอื่นในโรงพักด้วย ด้าน “วัชระ เพชรทอง” ยังตีปี๊บไม่เลิก ล่าสุดโวย 3 ปลัดอำเภอกลุ่มที่ยื่นหนังสือให้นายกฯตรวจสอบการเสียชีวิตของ พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ ถูกย้ายฟ้าแลบคนละทิศละทาง

กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่ง คสช.ที่ 7/2559 ใช้ ม.44 ยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวนตำรวจทั้งหมด ทำให้เกิดความแตกแยกทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว อ้างว่าคำสั่งดังกล่าวทำให้เสียสิทธิเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่บ้าง ทำให้ไม่เจริญก้าวหน้าบ้าง เสียสิทธิที่จะได้รับจากเบี้ยเลี้ยงและเงินประจำตำแหน่งบ้าง ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งประชุมแก้ปัญหาให้เกิดความชัดเจนอย่างเร่งด่วน ต่อมา พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ พงส.ผนพ.สน.แสมดำ และเลขาธิการสหพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งชาติ ผูกคอตายในบ้านพัก หลังเป็นตัวแทนยื่นหนังสือถึงนายกฯให้ทบทวนการยุบตำแหน่งพนักงานสอบสวน ทำให้บางกลุ่มสงสัยว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรม

ความคืบหน้าจากห้องประชุม 5 ชั้น 3 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.พ. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.เป็นประธานประชุมคณะทำงานย่อยเพื่อปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน ให้สอดคล้องกับโครงสร้างและระบบการบังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า การกำหนดตำแหน่งของพนักงานสอบสวนขณะนี้ดำเนินการอยู่ ตนมีโอกาสพบกับพนักงานสอบสวนในหลายส่วน ไม่ว่าระดับล่างหรือระดับที่เพิ่งผ่านการแต่งตั้งของ ก.ตร. โดยรวมส่วนใหญ่ไม่มีใครขัดข้องกับประกาศ คสช. ที่จะให้บริหารจัดการในระดับสถานีตำรวจใหม่ เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้พี่น้องประชาชน สิ่งที่พนักงานสอบสวนฝากไว้มีอยู่ 2-3 ส่วนคือ การกำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวนในระดับสถานีตำรวจ อยากให้ ตร.คำนึงถึงปริมาณคดีที่เกิดขึ้นในแต่ละท้องที่ ตรงนี้เราทำอยู่แล้วว่า โรงพักใหญ่ต้องมีตำแหน่งเท่าไหร่ ส่วนการเจริญก้าวหน้าพนักงานสอบสวนเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะได้ไปอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงโยกย้าย หรือไปทำงานในส่วนอื่นได้ จะเป็นช่องทางให้พนักงานสอบสวนขยับขยายตัวเอง

 

“ส่วนค่าตอบแทนอาจมีบางส่วนหายไป ตรงนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กำลังประสานกับรัฐบาลเพื่อนำเงินส่วนนี้กลับคืนมาและมีโอกาสได้คืนค่อนข้างแน่ ตรงนี้ยังรวมถึงสิทธิประโยชน์ของฝ่ายงานอื่นด้วย ทั้งด้านป้องกันปราบปรามด้านธุรการที่ทำงานอยู่ในโรงพักเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดข้อเปรียบเทียบ ผบ.ตร.จึงมีโครงการเสนอให้มีค่าตอบแทนสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจในสายงานอื่นด้วย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจที่ต้องทำงานด้วยความตรากตรำ” พล.ต.อ.พงศพัศกล่าว

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ส่วนประเด็นสุดท้าย การ กำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจระดับ พ.ต.อ.ขึ้นไป ขณะนี้กำลังหารือกับ ผบ.ตร.ว่า ควรกำหนดไว้ บก. ละเท่าไหร่ ต้องดูปริมาณคดี และความรับผิดชอบต่างๆ ของ บก. หรือจังหวัดนั้นๆ แต่ส่วนใหญ่จะให้ไปอยู่ที่ บช. การทำงานของคณะทำงานจะตั้งต้นว่า แต่ละโรงพัก บก. บช.จะมีตำแหน่งเกี่ยวข้องกับงานสืบสวนสอบสวนมากน้อยแค่ไหน กำหนดกรอบก่อน จากนั้นดูตามหน้างานว่า มีอยู่เท่าไหร่ ถ้าเกินกว่าจำนวนพนักงานสอบสวนที่มีอยู่ก็ไม่มีปัญหาอะไร สามารถแต่งตั้งทุกคนไปลงตำแหน่งได้ คิดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่ได้บทสรุปว่า จะตั้ง บก.ใหม่ขึ้นมาเพื่อรองรับพนักงานสอบสวนในระดับ บช. หรือว่ากำหนดเป็นกลุ่มงาน แต่ขอให้พนักงานสอบสวนสบายใจว่า การทำงานของคณะทำงานจะทำให้เกิดความสมดุลมากที่สุด หน้าที่ของตนคือสร้างบ้าน สร้างห้องให้ทุกคนได้มีที่อยู่

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวด้วยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้นโยบายว่า ต่อจากนี้การแต่งตั้ง ผกก.ระดับหัวหน้าสถานีตำรวจ จะต้องเข้มข้น มีคุณลักษณะที่จะต้องเป็นผู้นำองค์กรได้ในระดับล่าง เพราะหลายๆเรื่องจบที่สถานีตำรวจ การกำหนดคุณสมบัติที่จะเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจในอนาคต ต้องผ่านทั้งงานสอบสวน งานป้องกันปราบปรามและงานบริหาร

ส่วนความคืบหน้าคดีการผูกคอตายของ พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ เลขาธิการสหพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งชาติ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า ได้รับแจ้งจากนายบุญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ป.อ.ท.) ว่า แกนนำสหพันธ์ฯถูกตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง หลังไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สอบสวนการเสียชีวิตของ พ.ต.ท.จันทร์ และออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3/2559 ในนามสหพันธ์ฯขอให้รัฐบาลให้ความกระจ่าง โดยคำสั่งกรมการปกครองที่ 263/2559 ลงชื่อโดย ร.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง นายบุญฤทธิ์ถูกย้ายด่วนให้ไปรับราชการที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ขณะที่นายคณนาถ คะชะนา รองประธานสหพันธ์ฯถูกย้ายไปอยู่ อ.ละอุ่น จ.ระนอง และนายกฤติคุณ แก้วคุณนอก เลขานุการสหพันธ์ฯถูกย้ายไป อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ตามคำสั่งที่ 290/2559 กรมการปกครอง ซึ่งเป็นการย้ายฟ้าแลบ

นายวัชระกล่าวต่อว่า การถูกกรรมการสอบและย้ายครั้งนี้ ตนนึกถึงสมัยเผด็จการถนอม ประภาส ณรงค์ก่อน 14 ต.ค.2516 แต่นี่เป็นยุคที่อ้างว่าจะปฏิรูป นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. การใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกข้าราชการประจำ พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ควรทบทวนการทำงานของอธิบดีกรมการปกครอง 3 ปลัดอำเภอที่ถูกย้ายมีบทบาทปฏิรูปภาคราชการมาตลอด และยืนยันกับตนว่ามีกำลังใจ จะไม่ฆ่าตัวตายเด็ดขาด หากเป็นอะไรไปคงมีแต่ถูกกระทำให้ตายเท่านั้น หรือประเทศนี้ย้อนยุคไปสู่ยุคมืดแล้ว ส่วนการที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ขอเลื่อนแถลงผลการชันสูตรศพ พ.ต.ท.จันทร์ออกไปอีก ยิ่งแสดงให้เห็นว่าต้องมีสิ่งผิดปกติ ไม่ใช่กรณีผูกคอตายทั่วไปแน่นอน เจ้าพนักงานต้องพึงระวัง ถ้าไม่ตรงไปตรงมา มีกรณีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว

เจาะคำทำนาย 100 ปี, ไอน์สไตน์, คลื่นความโน้มถ่วงคือ?

การประกาศค้นพบที่ว่ากันว่ายิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของวงการวิทยาศาสตร์โลก แต่ทำให้คนธรรมดาเดินดินอย่างเราๆ ท่านๆ เกิดความพิศวง งงงวย พร้อมเกิดการตั้งคำถามในใจพร้อมๆ กันว่า “มันคืออะไร?” และที่สำคัญ “ค้นพบแล้ว เราได้อะไร?”

เกริ่นมาถึงบรรทัดนี้ แฟนๆ ไทยรัฐ คงพอจะเดาทางได้แล้วว่า นายฮกหลง แห่งทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ กำลังจะพาทุกท่าน ไปรู้จักกับ วรรคทองแห่งปี ของ วงการวิทยาศาสตร์ในปีนี้ นั่นก็คือ สิ่งที่เรียกกันว่า

“Gravitational waves” หรือ “คลื่นความโน้มถ่วง”

 

นักวิทยาศาสตร์แถลงการค้นพบ คลื่นความโน้มถ่วง มีอยู่จริง ตามที่ไอน์สไตน์เคยทำนายไว้เมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว

และแน่นอนจะมีใครสามารถย่อยสลายเรื่องยากๆ แบบนี้ ให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ สามารถเข้าใจได้เพียงแค่อ่านจบหนึ่งบทความได้เท่ากับ คอลัมนิสต์ขาประจำเรื่องวงการวิทยาศาสตร์ อย่าง รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของประเทศไทย ได้อีกเล่า

 

รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของประเทศไทย

นับจากบรรทัดนี้ไป นายฮกหลง ขอเชิญแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ กลับสู่ห้องเรียนวิทยาศาตร์นั่งล้อมวงฟัง ผู้เป็นเอกด้านวิทยาศาสตร์คนหนึ่งของสยามประเทศ ได้เลกเชอร์เรื่องนี้ให้ฟังกันแบบง่ายๆ

เอาล่ะ… เมื่อพร้อมกันแล้ว ก็เข้าห้องทดลองเพื่อรับฟังอาจารย์กันเถอะ….

“เป็นการค้นพบที่สำคัญสำหรับวงการวิทยาศาสตร์มาก บอกตรงๆ เลยนะ หลังการประกาศเรื่องนี้ ผมเอง ยังอยากกลับไปทำงานวิจัย อีกครั้งหนึ่งเลย!” นี่คือประโยคแรก ของ อ.ชัยวัฒน์ ที่กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างแจ่มชัด ก่อนที่จะเริ่มต้นการเลกเชอร์ให้ นายฮกหลง ฟัง!

 

รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย

เมื่อได้ฟังน้ำเสียงที่ดูกระชุ่มกระชวย ระคนตื่นเต้นสุดประมาณ ไม่ต่างจากวัยรุ่นที่คุโชนไปด้วยไฟแห่งพลังของการทำงานแบบนี้ นายฮกหลง จึงเชื่ออย่างสนิทใจว่า ไอ้เจ้าสิ่งที่เรียกกันว่า “คลื่นความโน้มถ่วง” นี้ ต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาๆ อย่างแน่นอน

เอาล่ะ งั้นเราเริ่มกันด้วยคำถามแรกที่ใครๆ ก็อยากรู้กันก่อนเลยดีกว่า

ขอคำนิยามให้ชาวบ้านเข้าใจแบบง่ายๆ คลื่นความโน้มถ่วง คืออะไร?

เอาง่ายๆ เลยนะ! ผู้คร่ำหวอดวงการวิทยาศาสตร์ไทย เริ่มต้นการเลกเชอร์ที่ทุกคนรอคอยแล้ว!

คลื่นความโน้มถ่วง คืออะไร ? มีตัวอย่างง่ายๆ ที่ทุกคนน่าจะเห็นภาพได้ชัดๆ ก็คือ เวลาที่เราโยนก้อนหินลงไปในน้ำ เราจะเห็นแรงกระเพื่อมเป็นคลื่นวิ่งเป็นวงกลมออกไปจากก้อนหินที่หล่นลงไปในน้ำ ไอ้ตัวคลื่นน้ำนั้น จริงๆแล้ว น้ำไม่ได้เคลื่อนตามไปหมดหรอก แต่เป็นสภาพที่ยอดน้ำหรือผิวน้ำถูกรบกวน โดยคลื่นแรงที่ก้อนหินถูกโยนลงไปในน้ำ แต่ในทางฟิสิกส์ จริงๆ แล้ว คลื่นความโน้มถ่วงเกิดขึ้นได้กับสสารหรือทุกสิ่งที่มีมวล  

 

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

โดยเรื่องนี้ต้องท้าวความถึง ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ภาคทั่วไป ของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก ที่ถูกคิดค้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1915 หรือกว่า 100 ปีที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า คลื่นความโน้มถ่วง จะมีผลต่อสภาพแวดล้อม คือ ทำให้สภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวของวัตถุนั้น มีสภาพของผิวอวกาศและเวลา รวมเรียกอวกาศ-เวลา (space-time) บิดงอเป็นผิวโค้ง ส่วนจะโค้งมากน้อยแค่ไหนนั้น ก็จะขึ้นอยู่กับสภาพรูปร่างของวัตถุ

เว้นแต่…จะเกิดแรงเฉพาะ เมื่อมีวัตถุที่มีมวลขนาดใหญ่ และเคลื่อนที่อย่างไม่ธรรมดา รวมถึงมีความเร่งในระดับสูง เช่น Black Hole หรือ หลุมดำ ซึ่งหากเกิดปรากฏการณ์แบบนั้น ก็จะทำให้เกิดคลื่นความโน้มถ่วงที่แรงและไปไกล จนอาจจะสามารถตรวจจับได้จากโลกของเรา!

อย่างไรก็ดี ด้วยความที่มันตรวจจับได้ยากยิ่งนี่เอง จึงทำให้ คำทำนาย ตามทฤษฎีดังกล่าว จึงยังรอการพิสูจน์ตรวจสอบเรื่อยมา……

 

คลื่นความโน้มถ่วงที่ส่งออกมาจากการรวมตัวอย่างรุนแรงของหลุมดำนี้ ได้เดินทางไปทั่วจักรวาล และเมื่อผ่านสิ่งใด (เช่น โลก) ก็จะทำให้อวกาศบริเวณนั้น มีการยืดและหดตัวตามแรงโน้มถ่วงที่เกิดขึ้น

ปริศนา 100 ปี ไอน์สไตน์ ไขได้เพราะ…?

อ.ชัยวัฒน์ เล่าให้ฟังอย่างออกรสออกชาติต่อไปว่า หลักฐานสุดท้ายที่สำคัญมากของ ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ที่รอคอยการพิสูจน์​มาเป็นเวลากว่า 100 ปี ก็สิ้นสุดลง เอาในวันที่ 11 ก.พ. ค.ศ.2016 เมื่อ นักวิทยาศาสตร์จากหอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงด้วยเลเซอร์อินเตอร์เฟอรอมีเตอร์ หรือ LIGO (ไลโก) (Laser Interferometer Gravitational-Wave Observatory) ได้แถลงการค้นพบ “คลื่นความโน้มถ่วง” (Gravitational waves) ว่ามันมีอยู่จริง ตามที่ ไอน์สไตน์ ได้ทำนายไว้!

โดยรายงาน ของ LIGO ระบุว่า คลื่นความโน้มถ่วงที่ถูกค้นพบนี้ เกิดจากการรวมตัวกันของหลุมดำ 2 หลุมดำ ที่วิ่งวนเข้าหากัน และรวมตัวกันเป็นหลุมดำอันเดียว ซึ่งจากการคำนวณ พบว่าหลุมดำหนึ่ง มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเรา 29 เท่า ส่วนอีกหลุมดำหนึ่งมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเรา 36 เท่า แต่เมื่อรวมเป็นหลุมดำใหญ่เดียวกันพบว่า มีมวล 62 เท่าของดวงอาทิตย์ เท่ากับหายไป 3 เท่าของดวงอาทิตย์ โดยมวลที่หายไปนี่เอง ได้รับคำอธิบายว่า แปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานที่ทำให้เกิดคลื่นความโน้มถ่วงที่แรงมาก จนถูกจับได้จากโลก

ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้อยู่ห่างไกลจากโลกของเราถึง 1,300 ล้านปีแสง ซึ่งถือว่าไกลมาก พูดง่ายๆ ก็คือ มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งผ่านมานานถึง 1,300 ล้านปีมาแล้ว แต่พึ่งเดินทางมาถึงโลกเรา

 

นักวิทยาศาสตร์จากหอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วง ด้วยเลเซอร์อินเตอร์เฟอรอมีเตอร์ หรือ LIGO แถลงการค้นพบ “คลื่นความโน้มถ่วง” ว่ามีอยู่จริง

ประโยชน์ที่เราจะได้จาก คลื่นความโน้มถ่วง คืออะไร?

จอมนักวิทยาศาสตร์ไทย กล่าวด้วยความมาดมั่นว่า วงการวิทยาศาสตร์​ จะได้เครื่องมือใหม่ในการศึกษาจักรวาล รวมถึงการศึกษาทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเรา เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ก็คงเหมือนตอนที่มนุษย์ค้นพบคลื่นวิทยุได้เป็นครั้งแรก โดยในอดีตก่อนค้นพบคลื่นวิทยุนั้น เราศึกษาธรรมชาติ โดยอาศัยแสงเป็นหลัก การศึกษาดวงดาวหรือจักรวาล ก็ศึกษาโดยใช้กล้องโทรทรรศน์แบบแสงเป็นหลักเท่านั้น แต่เมื่อค้นพบคลื่นวิทยุ ซึ่งก็คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เราก็สามารถใช้คลื่นนี้ไปศึกษาจักรวาลได้ ในส่วนที่แสงปกติมองไม่เห็น สำรวจไม่ได้ จนทำให้เกิดกล้องโทรทรรศน์วิทยุ กล้องโทรทรรศน์รังสีเอกซ์ เหล่านี้ขึ้นมา จนทำให้เกิดการสรรหาความรู้ พัฒนาชนิดก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในอดีต ซึ่งการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงนี้ ก็คงทำให้วงการวิทยาศาสตร์ปัจจุบันก้าวกระโดดไปได้คล้ายๆกัน  

 

ทีม LIGO ได้ยืนยันการตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วง จากการชนกันของหลุมดำเล็ก 2 หลุม ที่อยู่ห่างจากโลกเราไป 1.3 พันล้านปีแสง

พยากรณ์ไว้ 100 ปี เหตุไฉน จึงเพิ่งพิสูจน์ได้

เพราะอะไรน่ะหรือ?… อ.ชัยวัฒน์ หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนเลกเชอร์ให้นายฮกหลง ฟังต่อไปว่า… ก็เพราะมันตรวจจับได้ยากมากๆ น่ะสิ ลองคิดตามดูนะ ว่า ตรวจจับได้ยากแค่ไหน? การแถลงการค้นพบ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา บอกว่า สัญญาณที่เค้ามั่นใจว่า คือ คลื่นความโน้มถ่วงที่ตรวจจับได้ เป็นผลจากคลื่นความโน้มถ่วง ทำให้อวกาศ-เวลา ที่หอสังเกตการณ์ไลโก ยืด-หด จากปกติในระดับมากที่สุดเพียง 1.0 คูณ 10 ยกกำลัง -21 หรือ หนึ่งในหนึ่งพันล้านล้านล้านส่วนเท่านั้น

 

นักวิทยาศาสตร์แถลงการค้นพบ คลื่นความโน้มถ่วง มีอยู่จริง

ตรวจจับได้น้อยขนาดนี้ แล้วมั่นใจได้อย่างไรว่าถูกต้อง?  

เอกวิทยาศาตร์แห่งสยามประเทศ กล่าวว่า… จริงๆ แล้ว สัญญาณนี้ถูกพบตั้งแต่ เมื่อ 14 ก.ย.ปีที่แล้วและผ่านการตรวจสอบจนแน่ใจว่า มันไม่ได้เกิดขึ้นจากเหตุอื่นๆ เช่น แผ่นดินไหวหรือเหตุอื่นๆ ที่เป็นไปได้ทั้งหมด โดยที่การตรวจจับครั้งนี้ ถูกตรวจจับได้โดย หอสังเกตการณ์ไลโก สองแห่ง อยู่ที่ LIVING STON รัฐหลุยส์เซียน่า และที่ HANFORD รัฐวอชิงตัน ซึ่งอยู่ห่างกันถึง 4,000 กิโลเมตร! และสัญญาณตรวจจับได้ในเวลาต่างกัน เพียง 7 มิลลิวินาที ที่เป็นเวลาที่คลื่นความโน้มถ่วงเดินทางระหว่างหอสังเกตการณ์ไลโกสองแห่ง และทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถคำนวณแหล่งกำเนิดของคลื่นความโน้มถ่วง ว่า เกิดจากสองหลุมดำที่อยู่ห่างจากโลก 1300 ล้านปีแสง

 

รศ.ดร.ชัยวัฒน์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง

หากยังงงๆ ดูหนัง Interstellar อีกสักรอบ อาจได้ความกระจ่าง!

อ.ชัยวัฒน์ กล่าวปิดท้ายกับ นายฮกหลง ว่า สำหรับแฟนนักดูหนังวิทยาศาสตร์ ข่าวการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วง ทำให้แฟนหนังวิทยาศาสตร์คึกคักขึ้นมาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหนังเรื่องInterstellar ที่สร้างและออกฉายก่อนการค้นพบ คลื่นความโน้มถ่วง เพราะในหนังมีนักฟิสิกส์ชื่อดังอย่าง นายคิป ทอร์น (Kip Thorne) หนึ่งในผู้ร่วมการแถลงการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วง มารับบทเป็นที่ปรึกษาในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย โดยในเรื่องมีการอ้างอิงถึงการที่ พระเอกใช้คลื่นความโน้มถ่วง ส่งข่าวสารเป็นรหัสมอร์สย้อนเวลาถึงลูกสาว ให้ค้นพบวิธีช่วยมนุษยชาติส่วนหนึ่งรอดพ้นจากภัยพิบัติใหญ่คุกคามมนุษย์โลกได้ด้วย.

เมียสายโหด คว้าปืนไล่ยิงสามีวิ่งหนีทั่วฟาร์มหมู หลังเพื่อนฟ้องเห็นเดินกับกิ๊ก

 * เมียสายโหด คว้าปืนไล่ยิงสามีวิ่งหนีทั่วฟาร์มหมู หลังเพื่อนฟ้องเห็นเดินกับกิ๊ก *

เมียไล่ยิงผัว ฟาร์มหมู

เมียสายโหด ! คว้าปืนไล่ยิงสามี ด้านสามีวิ่งหนีทั่วฟาร์มหมู หลังเพื่อนฟ้องเห็นเดินกับกิ๊ก บอกมันหยามกันเกินไป เผยเพื่อนมาบอกหลายทีแล้ว ทำไมไม่ยอมรับ ขณะที่ตำรวจไม่กล้าระงับเหตุ เพราะถือปืนส่ายไปส่ายมา

หวาดเสียวทั้งสามี ทั้งตำรวจกันเลยทีเดียว สำหรับเหตุการณ์สุดระทึก เมื่อภรรยาสาวถือปืนไล่ยิงสามี หลังจากเพื่อนมาบอกว่าเจอสามีเดินอยู่กับกิ๊ก !! งานนี้ขวัญผวากันทั่วพื้นที่

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ จ.นครปฐม ณ ฟาร์มหมูแห่งหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเล่าว่า ตนเองนั้นได้ตรวจลาดตระเวนตามพื้นที่ปกติ และเมื่อถึงฟาร์มหมูดังกล่าว ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนโวยวาย พร้อมยิงปืนลงน้ำหลายต่อหลายนัด เมื่อสังเกตดี ๆ เห็นผู้ชายหลบอยู่ในดงกล้วย

อ่านเพิ่มเติม เมียสายโหด คว้าปืนไล่ยิงสามีวิ่งหนีทั่วฟาร์มหมู หลังเพื่อนฟ้องเห็นเดินกับกิ๊ก