ปล่อยตัว, ‘พร้อมพงศ์,เกียรติอุดม,หลังจำคุก 10 เดือน

ปล่อยตัว 'พร้อมพงศ์-เกียรติอุดม' หลังจำคุก 10 เดือน

ปล่อยตัว ‘พร้อมพงศ์-เกียรติอุดม’ หลังจำคุก 10 เดือน

เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ปล่อยตัวนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทยแล้ว หลังถูกจำคุกมานานกว่า 10 เดือน ในคดีหมิ่นประมาทอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ

เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ปล่อยตัวนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย แล้ว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังถูกจำคุกมานานกว่า 10 เดือน โดยมีผู้บริหารและสมาชิกพรรคเพื่อไทยเดินทางไปรอรับ

ทั้ง 2 คน ถูกศาลจำคุก 1 ปี ตั้งแต่ วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 ในคดีหมิ่นประมาท นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ และได้รับการพักโทษ ตามหลักเกณฑ์ของนักโทษชั้นดี คือ 1 ใน 5 ของโทษที่เหลือ จึงได้ออกจากเรือนจำเร็วกว่ากำหนด 2 เดือน

ความรู้เรื่องเงิน, กองทุนประกันสังคม

ความรู้เรื่องเงิน กองทุนประกันสังคม

ความรู้เรื่องเงิน กองทุนประกันสังคม

ในชีวิตการทำงานของผู้ที่เป็นลูกจ้างองค์กรต่าง ๆ นั้นต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในทุก ๆ เดือน และได้รับกลับคืนในรูปแบบของสิทธิประโยชน์หรือความคุ้มครองต่าง ๆ และประกันสังคมได้เพิ่มสิทธิประโยชน์อีกตั้งแต่เมื่อเดือน ตุลาคม 2558 ซึ่งสิทธิประโยชน์ที่สมาชิกประกันสังคมได้รับเพิ่มขึ้นดังนี้

1. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
เมื่อผู้ประกันตนเจ็บป่วยไม่สบาย หรือเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เช่น ค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ค่ารถพยาบาล นั้น สามารถที่จะเบิกเงินชดเชยจากประกันสังคมได้ตามวงเงินที่กำหนด ซึ่งปัจจุบันประกันสังคมได้เพิ่มความคุ้มครองให้ โดยถ้าได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ เช่น เข้ารับการผ่าตัด แล้วคุณหมอลืมเครื่องมือแพทย์ไว้ในร่างกายของผู้ประกันตน หรือปวดท้องเพราะไส้ติ่งอักเสบ แต่คุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นลำไส้อักเสบ ทำให้ผ่าตัดผิดจุด

ผู้ประกันตนสามารถรับเงินชดเชยสำหรับค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค รวมถึงที่ค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ซึ่งจำนวนเงินที่ได้รับนั้นจะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ๆ แพทย์ของประกันสังคม แต่จะไม่รวมถึงการรักษาที่เกี่ยวเนื่องกับโรคที่เป็นอยู่ เช่น ป่วยเป็นโรคเบาหวาน แต่คุณหมอวินิจฉัยว่าจำเป็นต้องตัดขาทิ้ง เป็นต้น

2. กรณีทุพพลภาพ
สำหรับผู้สูญเสียสมรรถภาพไม่ถึงร้อยละ 50 ของร่างกาย สามารถรับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าทำศพ เงินทดแทนที่ขาดรายได้ โดยจำนวนเงินชดเชยที่ได้รับนั้นขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ การแพทย์ของประกันสังคม ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่ได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพเมื่อสูญเสียสมรรถภาพร้อยละ 50 เปอร์เซ็นขึ้นไปของร่างกาย นอกจากนี้ ผู้ที่ทุพพลภาพก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2538 สามารถรับเงินทดแทนการขาดรายได้ตลอดชีวิต ที่จากเดิมได้รับเพียง 15 ปีเท่านั้น

3. กรณีเสียชีวิต
เมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิตจะได้รับเงินชดเชยเป็นค่าทำศพ 40,000 บาท โดยจ่ายให้แก่ผู้จัดการศพ และเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต โดยจ่ายให้คนที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ แต่ถ้าไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ จะเฉลี่ยจ่ายให้แก่ พ่อ, แม่ ลูก ภรรยาหรือสามีของผู้ประกันตนเป็นจำนวนเงินที่เท่าๆ กัน ซึ่งประกันสังคมได้เพิ่มจำนวนเงินสงเคราะห์ที่จ่ายให้ผู้มีสิทธิรับเงิน โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ผู้ประกันตนได้ทำการจ่ายเงินสมทบก่อนเสียชีวิต

4. กรณีชราภาพ
นอกจากนี้เงินที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมจะมีส่วนที่จ่ายเข้าสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพด้วย โดยผู้ประกันตนจะได้รับเมื่อมีอายุ 55 ปีขึ้นไป และไม่ได้เป็นสมาชิกประกันสังคมแล้ว แต่ถ้าผู้ประกันตนเสียชีวิตก่อนรับเงินบำเหน็จหรือเงินบำนาญชราภาพ หรือเสียชีวิตภายใน 60 เดือน นับจากเดือนที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพ และประกันสังคมจะจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพ หรือเงินก้อนนั้นให้กับทายาทหรือผู้มีสิทธิ

ซึ่งปัจจุบันผู้ประกันตนสามารถทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้ โดยผู้ที่มีชื่อระบุอยู่ในหนังสือจะได้รับเงินร่วมกับทายาทของผู้ประกันตน ซึ่งได้แก่ พ่อ แม่ ลูก สามีหรือภรรยา แต่ถ้าหากไม่มีทายาท หรือไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ จะให้สิทธินั้นแก่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา และสามารถยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนได้ภายใน 2 ปี

5. กรณีคลอดบุตร
เมื่อมีลูก พ่อหรือแม่ที่เป็นผู้ประกันตนสามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เหมาจ่ายครั้งละ 13,000 บาท จากเดิมมีสิทธิเบิกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง และถ้าแม่เป็นผู้ใช้สิทธิ จะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเหมาจ่ายร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ เป็นเวลา 90 วัน สำหรับลูก 2 คนแรก แต่ลูกคนที่ 3 เป็นต้นไป ก็จะไม่ได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงาน

6. กรณีสงเคราะห์บุตร
ผู้ประกันตนที่เป็นพ่อหรือแม่สามารถเบิกค่าสงเคราะห์บุตรได้ครั้งละไม่เกิน 3 คน จากเดิมเบิกได้ครั้งละไม่เกิน 2 คน โดยจะได้รับค่าสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 400 บาทต่อบุตรหนึ่งคน ใช้สิทธิได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีแต่ต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายเท่านั้นไม่รวมบุตรบุญธรรมหรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น

7. กรณีว่างงาน
ถ้านายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวเพราะเหตุสุดวิสัยโดยยังไม่มีการเลิกจ้าง เช่น สถานประกอบการถูกน้ำท่วม ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ ปีละไม่เกิน 90 วัน จากเดิมคุ้มครองเฉพาะผู้ที่ถูกเลิกจ้างหรือลาออกเท่านั้น แต่จะต้องไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐภายใน 30 วันนับจากวันที่ว่างงานหรือต้องหยุดงานชั่วคราว

เงินที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือนนั้น ไม่ได้สูญเปล่าหายไปไหน แต่จะได้รับกลับมาในรูปของสิทธิประโยชน์หรือเงินชดเชยในกรณีต่าง ๆ ดังนั้น ผู้ที่เป็นสมาชิกประกันสังคมควรศึกษาสิทธิประโยชน์ เพื่อใช้สิทธิได้อย่างคุ้มค่า

บันได 10 ขั้น, ที่ช่วยเปลี่ยน ,‘คนอยากรวย’ ,ให้เป็น ‘คนรวย’

บันได 10 ขั้น ที่ช่วยเปลี่ยน ‘คนอยากรวย’ ให้เป็น ‘คนรวย’

บันได 10 ขั้น ที่ช่วยเปลี่ยน ‘คนอยากรวย’ ให้เป็น ‘คนรวย’

เมื่อเราพูดถึง คนรวย หลายคนมักคิดว่าต้องเป็นคนที่เงินมากมาย ใช้ชีวิตอย่างหรูหราแถมยังไปเที่ยวได้ตลอดเวลา ไม่ต้องมานั่งทำงานเหมือนคนทั่วๆไป ที่จริงแล้วคนรวยหลายคนไม่ได้หาเงินมาได้ง่ายๆ แล้วเพราะอะไรถึงทำให้เขามีเงินมากพอจนนำไปใช้จ่ายตามใจได้ล่ะ? และนี่คือบันได 10 ขั้นที่จะช่วยเปลี่ยน ‘คนอยากรวย’ ให้เป็น ‘คนรวย’

 

1 เลิกอยู่อย่างสบาย แล้วออกไปตามหาความลำบากซะบ้าง
แค่กำแพงแรกก็น่าจะยากซะแล้ว เพราะใครหลายคนต่างก็ชอบความสบายทั้งนั้น จะมีใครบ้างพอมีเงินแล้วไม่ใช้? เรื่องง่ายๆที่คนอยากรวยชอบทำงานสบายๆนั่นก็เพราะ ‘ปลอดภัย’ หลายคนคิดว่าการทำงานสบายเป็นเรื่องแสนสุข แต่จริงๆแล้วคนรวยจะคิดว่าความท้าทายในการทำงานทั้งหลายต่างหากคือความสุข!!! การทำสิ่งใหม่ๆ ในสิ่งที่เราไม่เคยทำมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงเล็กๆน้อยๆจะช่วยให้เราสร้างความร่ำรวยและได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าเดิม
ลองก้าวออกจากโซนปลอดภัย แล้วมองหาทุกความเป็นไปได้ อาจจะต้องลำบากเล็กน้อยถ้าคุณอยากร่ำรวย หรือบางครั้งก็อาจล้มเหลวแต่นั่นแหละสุดยอด เพราะถ้าคุณไม่เคยล้มเหลวแสดงว่าคุณยังพยายามไม่มากพอ

2 สร้างรายได้เพิ่ม และคุมกำเนิดรายจ่าย
ลองคิดดูว่าหากคุณมีรายได้ปีละ 1 ล้านบาทคุณจะใช้ทำอะไรบ้าง? ซื้อรถ? ไปเที่ยว? คนรวยหลายคนไม่นิยมใช้เงินไปกับสิ่งของที่ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม พวกเขามักลงทุนใน ‘สินทรัพย์’ ที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้ตนเอง และคุมรายจ่ายให้ต่ำกว่ารายได้ หลายคนเลือกใช้รถเก่า ไม่ซื้อของใหม่แม้พวกเขาจะมีกำลังเงินซื้อได้ก็ตาม จำไว้เลยว่าถ้ามีรายได้เพิ่มแต่รายจ่ายเพิ่มตาม นั่นคือคุณถังแตก!!!

3 อย่าไต่บันได แต่จงเป็นเจ้าของบันได
หลายคนทำงานเพื่อเลื่อนตำแหน่งเพราะเชื่อว่าจะได้มีรายได้มากขึ้น แต่เหล่าคนรวยจะเป็นเจ้าของธุรกิจซึ่งทำให้พวกเขาเป็นเจ้าของ ‘ตำแหน่งงาน’ พวกเขาเป็นเจ้าของบันไดที่เหล่าคนอยากรวยทำงานจนหัวหมุนเพื่อไต่เต้าอยู่ คนรวยเข้าใจว่าพวกเขาต้องการคนมาทำงานเพื่อช่วยเขาสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น

4 เลือกเป็นมิตรให้ถูกคน
เรามักได้ยินว่า คนรวยมักคบกับคนรวย นั่นไม่ใช่เรื่องที่เกินจริง พวกเขาเชื่อว่าเมื่ออยู่ในกลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จ เขาสามารถเรียนรู้แลกเปลี่ยนเรื่องต่างๆได้ และสักวันความสำเร็จจะเป็นของเขา แต่…คนอยากรวยชอบอยู่ในกลุ่มคนที่ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนๆกัน ถ้าคุณอยากหารายได้เพิ่ม ลองไปเที่ยวกับคนที่มีรายได้มากกว่าตัวเอง จะทำให้เราเปลี่ยนความคิดให้เป็นแบบเดียวกับคนที่ประสบความสำเร็จ จำไว้ว่า “ถ้าอยากเป็นคนรวย ก็ต้องคิดแบบคนรวย”

5 จงทำงานเพื่อสร้างทักษะ
คนอยากรวยหลายคนเปลี่ยนงานเพราะต้องการได้เงินที่ดีกว่า แต่คนรวยรู้ว่าการทำงานไม่ใช่แค่เรื่องเงินเท่านั้น โดยเฉพาะในช่วงปีแรกๆของการทำงาน แต่เป็นการพัฒนาทักษะที่จะช่วยให้เรากลายเป็นคนรวย เช่น การเป็นพนักงานขายเพื่อให้เข้าใจโลกของการค้า หรือเป็นพนักงานธนาคารเพื่อที่จะเข้าใจงานบัญชี ถ้าจะเป็นคนรวยก็ต้องทำงานเพื่อเรียนรู้ทักษะที่จะทำให้คุณรวย เราบอกได้เลยว่าคนรวยไม่ได้รวยเพราะมีรายได้เยอะเพียงอย่างเดียว

6 สะสมเงินทองดีกว่าสะสมสิ่งของ
คนอยากรวยหลายคนสะสมบ้านหรือรถ แต่คนรวยนั้นต่างออกไป พวกเขาเชื่อว่าถ้าอยากร่ำรวยให้มากขึ้น สิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ใช่สิ่งของเหล่านี้ แต่เป็นเงินต่างหาก ยิ่งคุณซื้อของมากเท่าไหร่ เงินของคุณก็จะหายไปกับสิ่งของมากเท่านั้น ลองหยุดซื้อของและให้ความสำคัญกับการประหยัด, การเก็บออมและการลงทุนในเงินที่เราหามาได้จะดีกว่า แต่ถ้าคุณเป็นเจ้าแม่นักช็อป ก็เริ่มต้นการช็อปในสินทรัพย์ต่างๆ ให้ความสนใจในการลงทุน และเริ่มสะสมหุ้นในธุรกิจแทนการช็อปรองเท้าหรือเสื้อผ้าแทน

7 เน้นการหารายได้มากกว่าการเก็บออม
การเก็บออมเป็นเรื่องสำคัญ และการลงทุนนั้นสำคัญกว่า แต่การหารายได้นั้นทำให้เกิดทั้งคู่ หลายคนคิดว่าแค่การเก็บออมกับการลงทุนก็เพียงพอ แต่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด เราต้องหารายได้ให้มากขึ้น คนรวยเข้าใจจุดนี้และสร้างหนทางเพื่อหารายได้เพิ่ม ถ้าอยากรวยจริงๆ ให้โฟกัสไปที่การหารายได้เพิ่ม ไม่ใช่แค่การเก็บออมหรือลงทุนเท่านั้น

8 อารมณ์ ศัตรูตัวฉกาจของการลงทุน
คนรวยและคนอยากรวยมีข้อแตกต่างที่ชัดเจนคือ คนอยากรวยใช้เงินเพราะอารมณ์แต่คนรวยนั้นใช้เงินเพราะเหตุผล การลงทุนนั้นคือการควบคุมอารมณ์ของตนเอง เพราะอารมณ์เป็นสาเหตุให้เราซื้อของแพงและขายของถูก และอารมณ์ทำให้ธุรกิจล้มเหลว ดังนั้นทิ้งอารมณ์ไปซะแล้วใช้เงินด้วยเหตุผลที่เหมาะสมจะดีกว่า

9 ตั้งเป้าหมายให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และลงมือทำ
บางครั้งคนอยากรวยเองก็มีเป้าหมาย แต่ ขนาดของเป้าหมายทำให้คนรวยและคนอยากรวยแตกต่างกัน คนอยากรวยสร้างเป้าหมายที่ปลอดภัยและทำได้ง่าย แต่คนรวยจะสร้างเป้าหมายจากความตั้งใจแม้เป็นไปไม่ได้ หรือยากหลุดโลกไปเลย แต่พวกเขาเรียนรู้เพื่อหาวิธี และลงมือทำเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายให้ได้
เมื่อคุณตั้งเป้าหมาย ลองถามตัวเองว่าเป้าหมายยังใหญ่กว่านี้ได้อีกรึเปล่า ลองถามตัวเองว่าคุณทำได้แค่นี้หรือทำได้มากกว่านี้อีก แต่เราคิดว่าคุณทำได้มากกว่านี้นะ และที่สำคัญอย่าลืมลงมือทำ เพราะถ้าไม่ลงมือทำมันจะเป็นแค่ ‘เพ้อฝัน’
10 กระจายงานสร้างหนทางรวย
การทำงานหนักเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเราทุกคน และถ้าคุณอยากขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุด (ไม่ว่านั่นคืออะไรก็ตาม) คุณก็ต้องทำงาน ปัญหาก็คือการทำงานหนักเพียงคนเดียวนั้นแทบจะไม่ทำให้คุณรวย คุณไม่สามารถรวยได้เพียงลำพัง คุณต้องอาศัยการกระจายงาน ตั้งแต่การจ้างคนภายนอกมาทำงานไปจนถึงการลงทุน ยิ่งคุณกระจายงานได้มาก คุณก็ยิ่งมีเวลาที่จะโฟกัสในสิ่งสำคัญทั้งในเรื่องธุรกิจหรือเรื่องชีวิตของคุณเอง

บันไดเหล่านี้บางขั้นสูงมากแต่บางขั้นก็เหมือนแค่ทางต่างระดับเล็กๆเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือ “ถ้าคุณอยากเป็นคนรวยจงคิดแบบคนรวย และทำเหมือนที่คนรวยทำ” ลองนำไปปรับใช้ให้เข้ากับการดำเนิชีวิตของตัวเองดูนะคะ

คสช.,ไม่หนักใจ,คุมป่วน,ระวังบิดเบือน,ขู่อย่าทำผิดกม.

คสช.ไม่หนักใจคุมป่วนระวังบิดเบือน-ขู่อย่าทำผิดกม.

คสช.ไม่หนักใจคุมป่วนระวังบิดเบือน-ขู่อย่าทำผิดกม.

‘พ.อ.หญิง ศิริจันทร์’ ยัน คสช. ไม่หนักใจกลุ่มป่วนขออย่าผิดกฎหมาย ยันเจ้าหน้าที่ดำเนินการกับทุกกลุ่มอย่างระวังป้องกันบิดเบือนพันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า คสช.พยายามดูแลความสงบเรียบร้อยเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวในเรื่องในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ และการทำประชามติอย่างเต็มที่ และ ไม่รู้สึกหนักใจแต่อย่างใด แต่จะมีการติดตามทุกกลุ่มอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งขอทุกฝ่ายให้ความร่วมมืออย่าทำอะไร เกินขอบเขตหรือเคลื่อนไหวที่มีนัยแอบแฝง หากพบมีการกระทำผิดเจ้าหน้าที่ก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการกับทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย คสช. ดำเนินการอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือน

ทั้งนี้การเตรียมการดูแลอำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญ ของ กรธ. สนช. และ กกต. นั้น ทาง คสช. โดยทางกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจะดูแลอย่างใกล้ชิด ตลอดจนจะลงพื้นที่สร้างการรับรู้ถึงกระบวนทำประชามติและข้อมูลเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจในวันทำประชามติ

สื่ออังกฤษชี้ ,คนข้ามเพศพัทยา,ตั้งแก๊ง,ทำร้ายชาวต่างชาติ

สื่ออังกฤษชี้ คนข้ามเพศพัทยาตั้งแก๊งทำร้ายชาวต่างชาติ

สื่ออังกฤษชี้ คนข้ามเพศพัทยาตั้งแก๊งทำร้ายชาวต่างชาติ

สื่ออังกฤษระบุว่า ผู้ให้บริการทางเพศที่เป็นคนข้ามเพศในพัทยา ตั้งแก๊งขู่กรรโชกทรัพย์ชาวต่างชาติ และนับวันก็ยิ่งก่อเหตุรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะตำรวจไทยไม่สามารถจัดการได้

หนังสือพิมพ์ เดอะ ซัน ของอังกฤษระบุว่า แก๊งสตรีข้ามเพศชาวไทยในพัทยา ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย และชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ โดยระบุว่า สตรีข้ามเพศเหล่านี้ เป็นผู้ขายบริการทางเพศ ที่พุ่งเป้าไปที่เหยื่อที่เป็นนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวตะวันตก และขโมยเงินและทรัพย์สินมีค่า รวมถึงทำร้ายร่างกาย หากเหยื่อไม่ยินยอม และสำหรับบางราย อาจถูกล่วงละเมิศทางเพศอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่สามารถหามาตรการคุ้มครองนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแม้ตำรวจจะสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาได้เกือบทุกครั้ง แต่ผู้ก่อเหตุจะถูกปรับเงินเพียง 1,000 บาทเท่านั้น-ในข้อหาอนาจาร โดยไม่ถูกดำเนินคดีล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่คดีทำร้ายร่างกายก็ปรับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ด้านพันตำรวจเอกสุขทัศน์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยายอมรับว่า การลดปัญหาความรุนแรงต่อนักท่องเที่ยว ไม่สามารถกระทำได้อย่างเป็นระบบ ทำได้เพียงเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังตัว เมื่อคุยกับใครในตอนดึก และเวลาเดินไปไหนคนเดียว

ชาวเน็ตสะดุ้ง,คสช.,จับตาแฮชแท็ก, #ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ

ชาวเน็ตสะดุ้ง! คสช.จับตาแฮชแท็ก #ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ

ชาวเน็ตสะดุ้ง! คสช.จับตาแฮชแท็ก #ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ

หลังจากที่ในโลกออนไลน์ได้เกิดกระแสแฮชแท็ก #ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ ซึ่งมีข้อความทั้งขำขันและล้อเลียน

ล่าสุด พล.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคสช. กล่าวถึงการติดแฮซแท็ก #ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ ว่า อยู่ที่เจ้าหน้าที่พนักงานจะใช้ดุลยพินิจ ยืนยันทุกคนยังสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยสุจริต ไม่ผิดไปจากข้อเท็จจริง ไม่พาดพิงบุคคลหรือองค์กรในลักษณะหมิ่นประมาททำให้เสียชื่อ ทำให้บุคคลเข้าใจผิด

ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานในสังคมในการดำเนินชีวิตในสังคม ซึ่งการดำเนินชีวิตประจำวันทั่วไปจะเห็นว่าเรื่องแบบนี้ยังมีให้เห็นในสังคม อย่างเช่นเรื่องความขัดแย้งกันของบุคคลหรือเอกชนกันเป็นธรรมดา ไม่ใช่แต่ภาคราชการเท่านั้น

ก.ตร.เห็นชอบ,ให้ผบ.ตร.,ใช้อำนาจ,ตั้งตร.,30เม.ย.

ก.ตร.เห็นชอบให้ผบ.ตร.ใช้อำนาจตั้งตร.30เม.ย.

ก.ตร.เห็นชอบให้ผบ.ตร.ใช้อำนาจตั้งตร.30เม.ย.

ก.ตร. เห็นชอบ ให้อำนาจ ผบ.ตร. ใช้มาตรา 56 ตั้ง สว. – รอง ผบก.วาระประจำปี 58 – ผบ.ตร. ยันเสร็จภายใน 30 เมษายน นี้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย ผู้บัญชาการสำนักงานข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ร่วมกันแถลงผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 4/2559 ว่า ที่ประชุม ก.ตร. มีมติเห็นชอบให้ ผบ.ตร. เป็นผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งตามมาตรา 56 ดังกล่าว โดยมีวาระตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯ เพื่อใช้ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร (สว.) – รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2558 พร้อมยืนยันว่า จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้ แน่นอน พร้อมระบุว่า ที่ประชุมตกลงด้วยดี ในการแต่งตั้งเป็นไปตามกระบวนการ 44(7) ตั้งแต่ระดับ สว. – รอง ผบก.ทั้งหมดทุกตำแหน่ง ทุกหน่วย ถ้าดำเนินการตามเหตุพิเศษไว้ไม่มีปัญหา ส่วนกรณีตำรวจ 33 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องกังวล เนื่องจาก ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติกำหนดเหตุพิเศษตามมาตรา 56 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯ มีทั้งหมด 4 ประเด็น คือ เรื่องความจำเป็นในการพิจารณา กรณีที่มีการเยียวยาตำรวจที่ยังไม่เรียบร้อยในการแต่งตั้งที่ผ่านมา / โครงสร้างตำแหน่งพนักงานสอบสวนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งไป ซึ่งต้องจัดสัดส่วนให้เหมาะกับคุณภาพของงาน / ความสมดุลระหว่างตำแหน่งว่างกับบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่ไม่สอดคล้องกัน / สถานการณ์ความมั่นคงที่ยังมีต่อเนื่อง ซึ่งต้องดำเนินการแก้ปัญหาในภาพรวมของประเทศ ทั้งนี้ มีรายงานว่า การดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร (สว.) – รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2558 ให้ทุกหน่วยออกคำสั่งแต่งตั้งวันที่ 30 เม.ย. 2559 โดยให้มีผลวันที่ 5 พ.ค. 2559

รองผบ.ตร.,สั่งขยายผล,เบื้องหลัง,แก๊งไม้พะยูง

รองผบ.ตร.สั่งขยายผลเบื้องหลังแก๊งไม้พะยูง

รองผบ.ตร.สั่งขยายผลเบื้องหลังแก๊งไม้พะยูง

‘เฉลิมเกียรติ’ สั่งขยายผลผู้อยู่เบื้องหลัง แก๊งมอดไม้พะยูง หลังพบทำกันเป็นขบวนการพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ควบคุมการสืบสวนขยายผลด้วยตนเอง กรณีเจ้าหน้าที่เข้มจับกุมแก๊งมอดไม้พะยูงครั้งใหญ่ โดยสามารถตรวจยึดไม้พะยูง พร้อมรถจักรยานยนต์ ได้ถึง 43 คัน ผู้ต้องหาจำนวน 2 คน คือ นายแสวง โคตรบุพผา และ นายชัยชนะ สาโหมด ที่เหลือวิ่งหลบหนีไปได้ โดยผู้ต้องหารับว่าจะนำไม้พะยูงไปขายที่ด่านชายแดนช่องดอกเตอร์ และช่องมาโดด เหตุเกิดบริเวณช่องกกไฮ อุทยานแห่งชาติภูจอง จ.อุบลราชธานี พร้อมกำชับออกหมายจับผู้ที่หลบหนีมาดำเนินคดีให้ได้ทั้งหมด ตลอดจนขยายผลยึดทรัพย์นายทุน และผู้ช่วยเหลือสนับสนุน และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปรู้เห็นหรือรับผลประโยชน์ให้ดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด ไม่มีละเว้น

ศาลอาญา,สอบ8จำเลย,คดีเลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่

ศาลอาญาสอบ8จำเลยคดีเลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่

ศาลอาญาสอบ8จำเลยคดีเลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่

ศาลอาญา สอบคำให้การ 8 จำเลย คดีหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่ มาร์ลโบโร สูญนับ 2หมื่นล้าน

ศาลอาญารัชดา สอบคำให้การจำเลย คดีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่มี นายทรอย เจ มอดลิน (MR.TROY J MODLIN) เป็นผู้แทน และพนักงานที่เป็นคนไทยอีก 7 คน ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 – 8 ในความผิดฐานร่วมกันเกี่ยวข้องด้วยประการใด ๆ ในการหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงค่าภาษีศุลกากร โดยเจตนาที่จะฉ้อโกงค่าภาษีของรัฐบาล

สืบเนื่องจากจำเลยได้ร่วมกันนำเข้าในราชอาณาจักรและสำแดงราคาสินค้าประเภทบุหรี่ ยี่ห้อมาร์ลโบโร (MARLBORO) และยี่ห้อ แอลแอนด์เอ็ม (L&M) อันเป็นเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าภาษีศุลกากร ซึ่งเหตุเกิดระหว่างเดือน ก.ค.2546 – เดือน มิ.ย.2549 ที่เป็นความผิดทั้งสิ้น 272 ครั้ง โดยรวมราคาของสินค้าบุหรี่บวกกับราคาภาษีอากร ที่หลีกเลี่ยงเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 2 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ จำเลยที่เป็นคนไทยได้รับการประกันตัวไปโดยใช้หลักทรัพย์ 1 ล้านบาท ส่วนผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่หลบหนีอยู่ ศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว หากได้ตัวมาก็จะนำตัวมาฟ้องภายในอายุความ

ปอท.ขู่ฟันผู้ใช้โซเชียล,ปลุกระดมดำเนินตามกม.

ปอท.ขู่ฟันผู้ใช้โซเชียลปลุกระดมดำเนินตามกม.

ปอท.ขู่ฟันผู้ใช้โซเชียลปลุกระดมดำเนินตามกม.

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ปอท. ขู่ผู้ใช้สื่อโซเชียลโพสต์ปลุกระดม ปั่นป่วนให้เกิดความวุ่นวาย ดำเนินคดีทันทีตามกฎหมาย โดยไม่ละเว้นพันตำรวจเอก โอฬาร สุขเกษม ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผกก.3 บก.ปอท.) เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้ฝากงานให้ตำรวจตรวจสอบในเรื่องการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ปลุกระดมสร้างความปั่นป่วน สร้างความขัดแย้ง ว่า ทาง ปอท. มีการดำเนินการและมาตรการในส่วนนี้อยู่แล้ว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวของในแต่ละพื้นที่คอยดูแลและตรวจสอบ การใช้โซเชียลเพื่อปลุกระดม ปลุกปั่น ทำลายความสงบของประเทศ

ทั้งนี้ พันตำรวจเอก โอฬาร ยืนยันว่า หากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น  สำหรับการเร่งตรวจสอบสื่อโซเชียลที่ใช้ไปในทางปลุกระดม ปั่นป่วนให้เกิดความวุ่นวาย เป็นผลมาจากรัฐบาลมีความห่วงใยว่ากลุ่มบุคคลจะใช้ช่องทางสื่อโซเชียลสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคม