พุทธะอิสระฟ้องแพ่งเจ้าคุณพิพิธเรียก10ล.

พุทธะอิสระฟ้องแพ่งเจ้าคุณพิพิธเรียก10ล.

พุทธะอิสระฟ้องแพ่งเจ้าคุณพิพิธเรียก10ล.

หลวงปู่พุทธะอิสระ ส่งทนายความฟ้องแพ่ง ‘เจ้าคุณพิพิธ’ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ เรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท

นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความของ หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้รับมอบหมายให้ยื่นฟ้อง พระราชวิจิตรปฏิภาณ หรือ เจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ฐานละเมิดด้วยการกล่าวไขข่าวให้เสียหายด้วยข้อความอันทำให้ประชาชนรู้สึกดูหมิ่นหลวงปู่พุทธะอิสระ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 เรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท นายธีรยุทธ ทนายความ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2559 เจ้าคุณพิพิธ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ภายหลังเหตุการณ์ชุมนุมของพระสงฆ์ ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซึ่งคำให้สัมภาษณ์เปรียบเทียบ หลวงปู่พุทธะอิสระ มีลักษณะครึ่งคนครึ่งพระ จากการเปรียบเทียบดังกล่าว ทำให้มีการนำไปเผยแพร่กันทางสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ค เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ และวิพากษ์วิจารณ์จนได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ทั้งนี้ คณะทำงานของหลวงปู่พุทธะอิสระ ได้ติดตามเก็บรวบรวมข้อมูลการให้สัมภาษณ์ของ เจ้าคุณพิพิธ หลาย ๆ ครั้ง มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2558 และในวันนี้จะยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 10 ล้านบาท หลังจากนี้จะต้องปรึกษาหารือกับ หลวงปู่พุทธะอิสระ เกี่ยวกับการดำเนินคดีทางอาญาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ภายหลัง ทนายความ ได้ยื่นฟ้องแล้ว ศาลจึงรับคำฟ้องไว้เป็นคดีแพ่ง หมายเลขดำ 1547/2559 โดยจะนัดพร้อมเพื่อชี้สองสถาน ในวันที่ 30 พ.ค. 2559 เวลา 13.30 น.

เจมส์ มาร์ ผ่อนผันทหารครั้งที่ 3 เหตุยังติดเรียนปริญญาโท

เจมส์ มาร์ ผ่อนผันทหารครั้งที่ 3 เหตุยังติดเรียนปริญญาโท

เจมส์ มาร์ ผ่อนผันทหารครั้งที่ 3 เหตุยังติดเรียนปริญญาโท

เมื่อวันที่ 1 เมษายน เวลา 08.10 น. นายเจมส์ อัศรัศกร หรือ เจมส์ มาร์ วัย 22 ปี พระเอกชื่อดังจากละคร ‘ข้าบดินทร์’ ทางช่อง 3 ได้เดินทางมายื่นสิทธิ์ผ่อนผันการเกณฑ์ทหารที่โรงเรียนวัดธาตุทอง ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตวัฒนา กทม. ในการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ เขตวัฒนา ประจำปี 2559

โดยการผ่อนผันครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากหลังเรียนจบปริญญาตรี เมื่อปีที่ผ่านมา เจมส์ก็ได้ศึกษาต่อปริญญาโทที่คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทันที

หนุ่มเจมส์ กล่าวว่า ครั้งนี้ตนผ่อนผันเป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากกำลังศึกษาปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการท่องเที่ยว ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งตามกฎหมายให้ใช้สิทธิผ่อนผันได้จนอายุ 26 ปี แต่ตนก็ยังไม่ได้คิดไปถึงอนาคตว่าจะใช้สิทธิ์ครบเลยหรือไม่ โดยเมื่อเรียนจบก็จะทำตามกระบวนการเหมือนกับที่ทุกคนทำ ส่วนจะเป็นการจับใบดำใบแดงหรืออย่างไรนั้นค่อยว่ากันอีกที

“ณ ตอนนี้ผมต้องยังต้องใช้ก่อน แต่ว่าผมยังไม่ได้คิดไปถึงอนาคต เรื่องนั้นเรื่องจะใช้ครบไหมมันเป็นเรื่องของอนาคตซึ่งตอนนี้เรายังบอกไม่ได้ครับว่าเราจะใช้จนถึงอายุ 26 เลยหรือเปล่า ตอนนี้ผมก็ 22 เองเพราะฉะนั้นก็ตอนนี้ต้องใช้ก่อนครับผม พอเรียบจบก็จะมาทำตามกระบวนการตามทุกคนๆ ที่ทุกคนเขาทำไม่ว่าจะเป็นการจับใบดำใบแดงหรือว่าตามที่ทุกคนเขาทำแล้วก็ถึงเวลานั้นเราค่อยว่ากันอีกทีครับ” เจมส์กล่าว

พร้อมบอกด้วยว่า “เรื่องการสมัครมันคงยังไม่ถึงเวลาคิดมั้งครับ (หัวเราะ) เพราะว่าอันนี้ทั้งงานทั้งเรียนด้วย แต่ถ้าถึงเวลาเราอายุมากกว่านี้หน่อย คิดแล้วค่อยว่ากันอีกทีครับ แต่ว่าตอนนี้เรายังไม่คิดครับผม ซึ่งถ้าเกิดถึงเวลานั้นจะเป็นที่ไหนก็ได้ที่เขารับผม ผมชอบทุกหน่วยเลยนะครับ ด้วยความที่เราดูหนังแล้วก็ ชอบหมดทุกหมู่ ทุกหมู่เท่หมดเลยครับ อย่างที่บอกครับที่ไหนก็ได้ครับ”

“อยากจะฝากถึงชายไทยทุกคนนะครับว่าเราก็มาทำตามกฎหมายดีกว่า เมื่อสมมุติถ้าเกิดเราไม่พร้อมที่จะจับปีนี้เราก็ผ่อนผันไปก่อนได้ถึงอายุ 26 ครับผม ทำตามกฎหมายครับ แล้วทุกอย่างก็จะโอเคครับ” เจมส์กล่าวในที่สุด

ช็อตเด็ด! ไม่รัก-ไม่ทำให้ บิ๊กน้อย คุกเข่าถอดรองเท้าให้ ‘บิ๊กตู่’

ช็อตเด็ด! ไม่รัก-ไม่ทำให้ บิ๊กน้อย คุกเข่าถอดรองเท้าให้ ‘บิ๊กตู่’

ช็อตเด็ด! ไม่รัก-ไม่ทำให้ บิ๊กน้อย คุกเข่าถอดรองเท้าให้ ‘บิ๊กตู่’

   ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ ตัวแทนนักเรียนอาชีวะจากวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพฯ ได้นำเครื่องสแกนรูปเท้า “ฟุตสแกนเนอร์” เพื่อใช้เป็นโมเดลวัดขนาดแผ่นยางรองรองเท้าเพื่อสุขภาพจากแนวคิดของนักเรียน ซึ่งตัวแทนนักเรียนขอให้นายกฯ ประชาสัมพันธ์เครื่องสแกนรูปเท้า โดยการทดลองสแกนเท้า

แต่นายกฯ ไม่สามารถถอดรองเท้าเองได้ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงได้เข้ามาช่วยถอดรองเท้าให้ ทำให้บิ๊กตู่ถึงขนาดเอามือไปจับหลังบิ๊กน้อย พร้อมยิ้มและกล่าวคำขอบคุณ โดยนายกรัฐมนตรีได้หันมาพูดแก้เขินว่า “เท้าฉันสะอาด ไม่ต้องห่วง”

ซึ่งผลการสแกนเท้า นายกฯมีรูปเท้าที่ปกติ ถือว่าเป็นคนที่มีสุขภาพเท้าดี ทั้งนี้ทางตัวแทนนักเรียนจะนำรูปเท้าที่ได้จากการสแกนมาผลิตเป็นแผ่นรองเท้าขนาดเบอร์ 42 นิ้ว มอบให้นายกฯ ไว้ใช้ และในเวลา 10.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะลงมาวัดขนาดเท้าเพื่อทำแผ่นรองรองเท้าด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.สุรเชษฐ์ ถือเป็นนายทหารที่สนิทกันมานาน โดยพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 23 ขณะที่พล.อ.สุรเชษฐ์ เป็นนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 25

ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้น ศก.ช่วงสงกรานต์ คาดสร้างรายได้ 1.5 หมื่นล้าน

ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้น ศก.ช่วงสงกรานต์ คาดสร้างรายได้ 1.5 หมื่นล้าน

ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้น ศก.ช่วงสงกรานต์ คาดสร้างรายได้ 1.5 หมื่นล้าน

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการกินเที่ยวช่วยชาติ คาดสร้างเงินรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมอนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า 2 เส้นทางเพื่อกระตุ้นการลงทุนโครงการขนาดใหญ่

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ประชาชนที่ออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านระหว่างวันที่ 9-17 เม.ย.2559 สามารถนำใบกำกับภาษีฉบับเต็มมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท

พร้อมต่ออายุมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ สามารถนำใบกำกับภาษีมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท ออกไปอีก 1 ปีถึงวันที่ 31 ธ.ค.2559 และให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2559 คาดว่าตลอดเทศกาลสงกรานต์จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 และสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบนี้ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 1.5 พันล้านบาท แต่จะได้ข้อมูลการเสียภาษีของนิติบุคคลร้านอาหาร รวมทั้งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มจากการใช้จ่ายกลับมาประมาณ 1.5 พันล้านบาท

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังอนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู เส้นทาง แคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เส้นทาง ลาดพร้าว-สำโรง ซึ่งเป็นระบบรถไฟฟ้าทางเดี่ยว หรือโมโนเรล ในรูปแบบเอกชนเข้าลงทุนกับภาครัฐ หรือพีพีพี คาดว่าเปิดประมูลแบบนานาชาติได้ภายใน 3 เดือน หรือประมาณเดือนมิถุนายน 2559 ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ตามมา

เรืองไกร ยื่นนายกฯจี้สอบการใช้เงิน กกต.

เรืองไกร ยื่นนายกฯจี้สอบการใช้เงิน กกต.

เรืองไกร ยื่นนายกฯจี้สอบการใช้เงิน กกต.

‘เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ’ ยื่นนายกฯ จี้ตรวจสอบการใช้เงิน กกต. หลังจัดการเลือกตั้งล้มเหลว ชี้ไม่มีรายงานต่อ สนช.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ผ่านศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เตรียมยื่นฟ้องค่าเรียกเสียหายกับรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่สำเร็จและเรียกค่าเสียหายกับกลุ่ม กปปส. กรณีขัดขวางการเลือกตั้ง โดย นายเรืองไกร ระบุว่า ได้รับมอบหมายจาก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ไปตรวจสอบข้อมูล และจากการดูรายงานประจำปีของ กกต. ที่ได้ทำรายงานผลประกอบการปี 2557 ส่งไปที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. นั้น พบว่า กกต. เป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบการเลือกตั้งแต่เพียงผู้เดียว
และในรายงานยังพบว่ามีการบันทึกภาพว่ากลุ่ม กปปส. เป็นผู้ขัดขวางการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 จึงเห็นด้วยที่ กกต. จะฟ้องเรียกค่าเสียหายกับกลุ่ม กปปส.

นอกจากนี้ จากรายงานของ กกต. ยังพบว่า กกต. ได้รับงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งจากรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์จำนวนเงิน 3 พันกว่าล้านบาท และใช้ไป 2 พันกว่าล้านบาท เมื่อตรวจสอบพบว่ามีงบประมาณเหลือ 1,126 ล้านบาท แต่ กกต. ไม่มีการรายงานต่อ สนช. ว่าในไปใช้จ่ายอะไรบ้าง จึงอยากออกมาชี้แจง และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เข้าไปตรวจสอบงบประมาณจำนวนนี้ด้วย

สนช.เร่งถกพ.ร.บ.ประชามติรับมีเวลาตั้งคำถามน้อย

สนช.เร่งถกพ.ร.บ.ประชามติรับมีเวลาตั้งคำถามน้อย

‘สุรชัย’ เผย สนช. เร่งพิจารณา พ.ร.บ.ประชามติ ให้ทันสิ้นเดือน มี.ค. รับมีเวลาตั้งคำถามน้อย ขอ สปท. ส่งความเห็นก่อน 1 เม.ย.

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่ 1 เปิดเผยกับ สำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าการพิจารณา พ.ร.บ.ประชามติ ว่า ทาง สนช. จะต้องเร่งพิจารณาให้เสร็จโดยเร็วและคาดว่าจะต้องให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินการเปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. ทั้งนี้ เรื่องของคำถามประชามตินั้น จากการหารือได้มีการเตรียมการดำเนินการตั้งคำถามแล้ว โดยหลังจาก กรธ. ส่งร่างฯ สนช. ก็จะมีเวลาในตั้งคำถาม จนถึงวันที่ 8 เม.ย. เท่านั้น ซึ่งเป็นระยะเวลที่น้อย และหาก สปท. มีคำถามก็ขอให้เร่งส่งเข้ามาภายในวันที่ 1 เม.ย. รวมไปถึงประชาชนด้วย หากมีความเห็น ก็สามารถส่งเข้ามายัง สนช. ได้เช่นเดียวกัน

ดับระทึก ไฟไหม้รถทัวร์จอดปั๊มบางละมุง ติดเอ็นจีวี 8 ถัง บึมสนั่น

ไฟไหม้รถทัวร์

รถทัวร์ติดแก๊สเอ็นจีวี ผลิตในจีน คนขับจอดนอนหลังปั๊มหลังเติมก๊าซเต็ม 8 ถัง ได้กลิ่นเหม็นไหม้กลางดึก ตื่นมาดูเจอไฟลุกท่วม พยายามดับเองแต่ไม่สำเร็จ แจ้งดับเพลิงมาถึงสั่งปิดปั๊มเพราะกลัวระเบิด กว่าจะดับได้รถทั้งคันก็เหลือแต่ซาก…

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 24 มี.ค. 59 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถทัวร์ เหตุเกิดภายในปั๊มแก๊สเอ็นจีวี บริษัท สยามเบสท์ เอ็นจีวี จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 88/8 ริมถนนสาย 36 กระทิงลาย-ระยอง ฝั่งขาเข้าพัทยา หมู่ 3 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งประสาน พ.ต.อ.ชนะพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.บางละมุง และรถดับเพลิงเทศบาลหนองปลาไหล รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณลานจอดรถด้านหลังปั๊มแก๊สดังกล่าว พบรถทัวร์ 6 ล้อ ผลิตจากประเทศจีน ยี่ห้อ ซันลอง (SUNLONG) ทะเบียน 32-8597 กรุงเทพมหานคร ของบริษัท โกลเด้นไทยแทรเวล จำกัด ซึ่งติดตั้งระบบแก๊สเอ็นจีวี ทั้งหมดรวม 8 ถัง เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงพร้อมเสียงระเบิดดังขึ้นมาเป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกห่างจากพื้นที่ พร้อมสั่งปิดบริการปั๊มแก๊สดังกล่าวทันที เพราะเกรงว่าหากไฟลุกลามอาจจะเกิดอันตราย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ชีพฯ ของกู้ภัยสว่างบริบูรณ์พัทยา ได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดแสงเพลิงที่กำลังไหม้ แต่ก็เป็นไปด้วยความลำบาก เนื่องจากถังแก๊สระเบิดจนเหล็กหุ้มตัวถังฉีกกระจายออกทั้ง 2 ข้าง อันตรายต่อการเข้าใกล้ ทำได้เพียงฉีดน้ำป้องกัน ใช้เวลากว่า 30 นาที เพลิงจึงสงบ เหลือเพียงกลุ่มควันที่พวยพุ่งออกมาจำนวนมาก ส่วนรถทัวร์ถูกเพลิงไหม้วอดเป็นเศษเหล็ก

สอบถาม นายสาธิต กาชัย อายุ 27 ปี โชเฟอร์ เล่านาทีระทึกว่า ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาได้ขับรถทัวร์คันดังกล่าวมาเติมแก๊สเอ็นจีวีจนเต็มทั้งหมด 8 ถัง เพราะตอนเช้าจะต้องไปรับลูกทัวร์ชาวจีน ที่โรงแรมชลจันทร์ หลังจากนั้นได้นำรถมาจอดบริเวณลานจอดหลังปั๊มแก๊ส แล้วนอนหลับอยู่หลังรถทัวร์ จนกระทั่งเวลาเกิดเหตุได้กลิ่นเหม็นไหม้ เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่หน้ารถ ด้วยความตกใจ จึงรีบกระโดดหนีลงมาจากรถหนีตาย ทั้งนี้ ได้พยายามใช้ถังดับเพลิงฉีดสกัดแล้ว แต่เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว

ด้าน พ.ต.อ.ชนะพัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานชลบุรี เพื่อมาตรวจสอบสาเหตุการไหม้ของรถทัวร์คันนี้แล้ว.

ที่มา>>>Thairath

‘มีชัย’ ไม่สน ‘บิ๊กป้อม’ ให้ทบทวน คง ส.ว.ลากตั้ง 250

มีชัย

มีชัย” ยัน กรธ.คิดจนตกผลึกแล้ว ปมข้อเสนอแม่น้ำ 4 สาย พร้อมอธิบายเหตุผลได้ ไม่ห้าม คสช.นั่ง กก.สรรหา 9 คน ดักคอ คสช.คงไม่ทำให้ถูกด่า โยนนายกฯ ตัดสินใจ เรียกถกแม่น้ำ 5 สายคุยหลังร่างฯ เสร็จ

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 59 ที่ โรงแรมอิมพีเรียล หัวหิน บีช รีสอร์ท นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการกำหนดคุณสมบัติคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ในบทเฉพาะกาลว่า คสช.เป็นผู้แต่งตั้งผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านต่างๆ รวมทั้งมีความเป็นกลางทางการเมือง มาเป็นคณะกรรมการสรรหา ส.ว.จำนวน 9 คน ทั้งนี้การที่ กรธ.ไม่กำหนดคุณสมบัติที่ชัดเจน เพราะต้องการเขียนแบบกว้างๆ ไม่อยากกำหนดเฉพาะด้าน เพราะเกรงว่าจะมีคนออกมาเรียกร้องว่าทำไมไม่มีด้านของตัวเอง เรื่องก็จะไม่จบ เถียงกันไปเรื่อยๆ จนเกิดความวุ่นวาย เราจึงเห็นว่าในเมื่อ คสช.เป็นคนคัดเลือก ก็ให้ไปเลือกเองว่าจะเอาด้านใดบ้าง กรธ.ไม่ควรเขียนรัฐธรรมนูญแบบตัดสินใจแทนคนอื่น

เมื่อถามว่า หากมีการมองในแง่ร้าย คณะกรรมการสรรหา 9 คน มาจาก คสช.ทั้งหมด นายมีชัย กล่าวว่า เชื่อว่าเขาคงไม่ทำแบบนั้น เพราะขั้นตอนสุดท้ายคนที่จะเป็นผู้เลือก ส.ว.ก็คือ คสช.อยู่แล้ว แล้วจะมีเหตุผลใดที่ คสช.จะไปนั่งเป็นกรรมการสรรหาให้เกิดความวุ่นวายใจ หรือให้คนมาเล่นงาน ตนคิดว่าเขาไม่น่าจะทำ

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ต้องการให้ ส.ว.มาจากผู้นำเหล่าทัพ เพื่อมาช่วยผลักดันเรื่องการปฏิรูป นายมีชัย กล่าวว่า มันช่วยในแง่ของการบอกเล่าข้อเท็จจริง ความเป็นไปของสถานการณ์ ให้ ส.ว.ได้รับรู้ในเวลาที่จะต้องทำงานหรือต้องตัดสินใจสิ่งใด โดยแง่ดีคือ การทำงานร่วมกันของ ส.ว.หากเกิดความสงสัยก็สามารถสอบถามกันได้ ดังนั้นไม่อยากให้คิดในแง่ร้าย เพราะหากคิดร้ายก็จะร้าย ของทุกอย่างมี 2 แง่มุม หากอยากมีความสุขก็คิดในแง่มุมดีแล้วมันก็จะดี หากคิดร้ายก็จะเกิดความทุกข์

“อย่างพอแฟนก้าวออกจากบ้าน ก็นั่งคิดอยู่นั่นแหละว่าจะไปนัดกับใคร หรือไปเที่ยวที่ไหน ชีวิตทั้งวันก็หมดความสุข” นายมีชัย กล่าว

เมื่อถามว่า การที่ให้มีผู้นำเหล่าทัพเป็น ส.ว.ถึง 6 ตำแหน่ง เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงด้วยหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องของความมั่นคง เขาถึงอยากให้ 6 ตำแหน่ง มีความเกี่ยวข้องกับความมั่นคงเข้ามาเป็น ส.ว. ซึ่งคนจำนวน 6 คน มองว่า ไม่น่าจะมีผลอะไรต่อการลงคะแนน หรือไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย แต่สิ่งที่จะได้คือ ข้อมูลและความเป็นไปที่ชัดเจน ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อวุฒิสภา โดยเฉพาะเรื่องการดูแลเรื่องการปฏิรูป ซึ่งเป็นเหมือนการสานต่อเรื่องการปฏิรูปว่ามีการทำเรื่องใดไปบ้างแล้ว หรือเรื่องใดเกิดความสำเร็จแล้ว

เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร ยังมีความต้องการให้ ส.ว.สรรหาจำนวน 250 คน จำเป็นต้องหารือกันอีกหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ไม่เป็นไร ก็คงต้องคุยกับ พล.อ.ประวิตร แต่ปัจจัยทั้งหมดขึ้นอยู่กับเหตุและผล ซึ่ง กรธ.ก็จะพยายามอธิบายเหตุผลให้ พล.อ.ประวิตร ได้ฟัง ซึ่งหากได้ฟัง เชื่อว่าจะเกิดความเข้าใจ ไม่น่าเป็นเรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรง เพราะคนกันเอง ส่วนที่ต้องการให้ทบทวน โดยเฉพาะการกำหนดให้ ส.ว. 6 คน มาจากผู้นำเหล่าทัพนั้น ถ้าอยากให้ กรธ.ระบุ ก็สามารถระบุได้ ถึงไม่ระบุก็รู้อยู่แล้ว และคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

เมื่อถามว่า มีเสียงอ้อนวอนจากนายกฯ มาหรือยัง นายมีชัย กล่าวว่า นายกฯ ยังไม่กลับมาจากต่างประเทศ มีแต่เสียงแว่วๆ มาจากทางไกล ก็ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่า เมื่อส่งร่าง รธน.ฉบับสมบูรณ์เสร็จแล้ว จะต้องมีการหารือเพื่อทำความเข้าใจกับแม่น้ำ อีก 4 สาย หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ยังไม่รู้ เพราะคนนัดประชุมคือนายกฯ หากนายกฯ เห็นว่ามีความจำเป็นก็คงต้องมีการเรียกประชุม แต่หากนายกฯ เห็นว่าสามารถยกหูโทรศัพท์คุยกันได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเรียกประชุม แต่หากมีการประชุม กรธ.ก็พร้อมไปชี้แจงในสาระสำคัญของร่าง รธน. อย่างไรก็ตาม กระบวนการจัดทำร่าง รธน. เราเองได้มีการถกเถียงกันทุกแง่มุม จนสมาชิก กรธ.ทุกคนเกิดความพอใจตรงกัน ถึงจะตกผลึก เมื่อวานนี้ (23 มี.ค.) ก็ว่าจนมึนหัว จนหัวแทบจะแตก.

ที่มา>>>Thairath

รวบคนร้ายแหกด่านยิงปะทะตำรวจ ล้อมจับกว่า 7 ชั่วโมง

รวบคนร้ายแหกด่านยิงปะทะตำรวจ ล้อมจับกว่า 7 ชั่วโมง

รวบคนร้ายแหกด่านยิงปะทะตำรวจ ล้อมจับกว่า 7 ชั่วโมง

จากกรณี สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุตำรวจไล่ล่าคนร้าย มีการยิงปะทะ ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุวิ่งหลบหนีเข้าไปในหมู่บ้านสวนเกษตร คลอง 5 เหตุเกิดบริเวณไฟแดงหน้าสถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : คลิประทึก! ตำรวจไล่ล่าคนร้ายแหกด่าน ถูกยิงเจ็บ 2 นาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (21 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จ.ปทุมธานี และชุดสืบสวนสภ.ธัญบรี จ.ปทุมธานี ปิดล้อมหมู่บ้านสวนเกษตร คลอง 5 หมู่ 1 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อตรวจค้นไล่ล่าตัวคนร้ายก่อเหตุแหกด่านตรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบสวนชาวบ้านทราบว่า คนร้ายได้วิ่งหนีเข้าไปในซอย 6 จากนั้นได้เข้าไปในหอพักภายในหมู่บ้าน โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้าย เดินขึ้นบันไดหอพัก ขึ้นไปภายในหอพัก จากนั้นหลบหนีการจับกุมโดยปีนข้ามไปหลังคาบ้านอีกหลัง ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน แล้วข้ามหลบหนีไปยังซอย 8 จากนั้นหลบหนีไป คาดว่าอยู่ในดงป่าหญ้าข้างหมู่บ้านฯ

จากการตรวจสอบประวัติคนร้ายที่ก่อเหตุ ทราบชื่อคือ นายรุ่งโรจน์ อายุ 26 ปี มีหมายจับที่ศาล จ.นนทบุรี ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภทหนึ่งไว้ในครอบครองหรือจำหน่าย ร่วมกันมีอาวุธปืนประเภทกระสุน ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ ต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฎิบัติหน้าที่

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อคือ ดต.ณกณช ศิริสงฆ์ และ สตต.ธัชชัย โลหะกุล ถูกนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาล มศว. และผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นหญิงสาวที่มาในรถเก๋งของคนร้าย ทราบชื่อคือ น.ส.อรัญญา อายุ 20 ปี ถูกยิงเข้าที่ขา 1 ราย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลธัญบุรี

ล่าสุด เมื่อเวลา 22.20 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จับกุม นายรุ่งโรจน์ ได้แล้ว หลังหนีการจับกุมเข้าไปในป่า ถ.รังสิต-นครนายก คลอง 5 หลังเจ้าหน้าที่ใช้กำลังปิดล้อมกว่า 7 ชั่วโมง

อสส.ให้อธิบดีอัยการภ.1 ดูคดีเบนซ์ชนฟอร์ด ส่วนทายาทกระทิงแดงชน ด.ต.รอดข้อหาขับรถเร็ว คดีหมดอายุความ

อสส.ให้อธิบดีอัยการภ.1 ดูคดีเบนซ์ชนฟอร์ด ส่วนทายาทกระทิงแดงชน ด.ต.รอดข้อหาขับรถเร็ว คดีหมดอายุความ

อสส.ให้อธิบดีอัยการภ.1 ดูคดีเบนซ์ชนฟอร์ด ส่วนทายาทกระทิงแดงชน ด.ต.รอดข้อหาขับรถเร็ว คดีหมดอายุความ

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภารอัยการสูงสุดเป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการเรื่อง “ปัญหาการทุจริตในภาครัฐ”

ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ กล่าวถึงความพร้อมการพิจารณาคดีรถเบนซ์ ซิ่งชนรถยนต์ฟอร์ดจนมีผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชนว่า หากคดีถึงอัยการ จะมอบหมายให้ อธิบดีอัยการภาค 1 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของสำนักงานอัยการรับผิดชอบสำนวนคดี ลงไปดูแลควบคุมคดีอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ หลักการต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย รวมทั้งผู้ต้องหาด้วยเช่นกัน ที่ต้องดูว่ามีข้อต่อสู้เรื่องใดบ้าง

เมื่อถามถึงคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา อายุ 31 ปี ทายาทธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อกระทิงแดง ที่ขับรถเฟอร์รารี่พุ่งชนดาบตำรวจ สายตรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต บริเวณ ถ.สุขุมวิท 47 กลางดึก 3 กันยายน 2555 ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ กล่าวว่า คดีนี้ฝ่ายผู้ต้องหาได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาด้วย และยังมีประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนอยู่บ้าง ดังนั้นก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เมื่อประเด็นไหนที่ยังไม่ชัดเจน อัยการก็ต้องทำให้ชัดเจน โดยคดีขณะนี้กำลังดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีของนายวรยุทธนั้น ก่อนหน้านี้ อัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ผู้รับผิดชอบสำนวน ได้มีคำสั่งฟ้องนายวรยุทธ 3 ข้อหา ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทำให้ทรัพย์สินเสียหาย , ข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชน และข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ตามสำนวนกรสอบสวน แต่ขณะนี้ ข้อหาขับรถเร็วฯ ได้สิ้นสุด เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2556 เนื่องจากมีอายุความ 1 ปี จึงเหลือ 2 ข้อหาที่รอพิจารณา คือขับรถประมาทฯ และข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ