สรุปชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตชน 4 ศพ

สรุปชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตชน 4 ศพ

สรุปชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตชน 4 ศพ

สรุปรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จากเหตุการณ์ชน 4 ศพ บนทางด่วนบูรพาวิถี เมื่อคืนที่ผ่านมา

พ.ต.ต.บุญสฤษดิ์ ช่วยชู สารวัตรเวรสอบสวน (คดีจราจร) สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยถึงรายชื่อของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ รถตู้ของทีมแพทย์ผ่าตัดพิเศษ ซึ่งถูกรถตู้บรรทุกชิ้นส่วนยานยนต์ ขนาด 6 ล้อ พุ่งชนท้ายเหนือทางด่วนบูรพาวิถี กม.44 (+600) ฝั่งขาเข้า ขณะจอดเสียให้สัญญาณไฟกระพริบข้างทาง เมื่อคืนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 ราย คือ น.ส.แสงทอง อัศวธรรมวงศ์ ซึ่งยังได้รับบาดเจ็บสาหัส และรอรับการผ่าตัดจากแพทย์อยู่ที่ รพ.จุฬารัตน์ 11 (บางปะกงปิยเวช เดิม)

ผู้เสียชีวิตประกอบด้วย น.ส.ปรางทิพย์ บุญสถิตย์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 675/218 ซ.พัฒนาการ 30 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. น.ส.กัญญาพัชร แก้วบรรจง อายุ 35 ปี น.ส.วรนิตย์ วงศ์ษาชาติ อายุ 44 ปี และ นายสุพัฒน์ หวังพิทักษ์วงศ์ อายุ 36 ปี ผู้เสียชีวิตที่กระเด็นตกลงมาจากบนทางด่วน

ขณะที่ นพ.สิทธิวัฒน์ อินทร์ขาว ผู้รอดชีวิต นั้น ยังไม่ยินยอมเปิดเผยในรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางไปผ่าตัดเคสพิเศษ จนต้องนำทีมงานผ่าตัดออกไปทำการผ่าตัดยังภายนอกสถานที่ในครั้งนี้ ตลอดจนสถานพยาบาลต้นสังกัดที่แท้จริงในกรุงเทพมหานครอีกด้วย

สลด! รถตู้คณะแพทย์จอดเสีย ถูก 6 ล้อชนดับ 4 เจ็บ 1

สลด! รถตู้คณะแพทย์จอดเสีย ถูก 6 ล้อชนดับ 4 เจ็บ 1

สลด! รถตู้คณะแพทย์จอดเสีย ถูก 6 ล้อชนดับ 4 เจ็บ 1

เกิดอุบัติเหตุรถตู้คณะแพทย์ผ่าตัดพิเศษจอดเสีย ถูกหกล้อชนท้ายเสียชีวิต 4 ศพ สาหัส 1 เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่ง รพ.จุฬารัตน์ แล้ว

เวลา 21.45 น. พ.ต.ต.บุญสฤษดิ์ ช่วยชู พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สภ.บางปะกง ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถชนกันบนทางด่วนบูรพาวิถี ช่วงหลัก กม44+600 มุ่งหน้าเข้า กทม.

ที่เกิดเหตุพบ รถตู้อัลพาท สีขาว ทะเบียน 1กพ 6013 กทม. 6 ล้อ ทะเบียน 82-9251 พระนครศรีอยุธยา และรถเก๋งยารีส ทะเบียน ฌค3492 กทม. สภาพรถส่วนใหญ่พังเสียหายยับเยิน ในที่เกิดเหตุยังพบผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บอีก 1 ราย ถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่ง รพ.จุฬารัตน์

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถตู้โตโยต้า อัลพาท ซึ่งเป็นคณะแพทย์ผ่าตัดพิเศษ 6 คน เพิ่งเสร็จจากภารกิจผ่าตัดคนไข้ที่พัทยา จ.ชลบุรี มุ่งหน้ากลับกรุงเทพมหานคร เกิดรถเสีย ผู้โดยสารจึงลงมายืนอยู่ด้านหน้ารถ

แต่จังหวะนั้นเกิดโชคร้ายถูกรถหกล้อพุ่งเข้าชนอย่างจัง ก่อนจะมีรถเก๋งมาชนซ้ำอีก ส่งผลให้ผู้โดยสารชาย 1 ราย กระเด็นตกลงมาใต้ทางด่วนเสียชีวิต และเสียชีวิตอยู่บนทางด่วนเป็นหญิง 3 ราย รวมเสียชีวิต 4 ราย และมีผู้บาดเจ็บหญิง 1 ราย รอดชีวิตอย่างปาฏิหาร์ย 1 ราย คือ นพ.สิทธิวัฒน์ อินทรขาว หรือ หมอแบงค์ อายุ 37 ปี

เบื้องต้น คนขับรถหกล้ออ้างว่ามีรถคันหน้าบังอยู่ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุรถบรรทุกคันหน้าหักหลบรถตู้กระชั้นชิด ทำให้ตนหักหลบตามไม่ทันจึงชนรถตู้คันดังกล่าว

ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ ฆ่าตัวตายหนีคดี ระหว่าง ตร.ตรวจค้นที่พักย่านรัชดา-ท่าพระ

ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ ฆ่าตัวตายหนีคดี ระหว่าง ตร.ตรวจค้นที่พักย่านรัชดา-ท่าพระ

ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ ฆ่าตัวตายหนีคดี ระหว่าง ตร.ตรวจค้นที่พักย่านรัชดา-ท่าพระ

ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียักยอกทรัพย์ใน จ.ระยอง-จันทบุรี ตัดสินใจฆ่าตัวตายหลบหนีความผิด ระหว่างตำรวจนำตัวไปตรวจค้นห้องพัก

วันที่ 7 เม.ย.2559 สถานีตำรวจนครบาลบุคคโล ได้รีบแจ้งเหตุชายกระโดจากอาคารคอนโดมิเนียม ย่านรัชดา-ท่าพระ เขตธนบุรี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นคอนโดมิเนียมสูง 29 ชั้น จำนวน 2 อาคาร

จุดเกิดเหตุเป็นอาคารบี พบศพนายวรสุพัชร์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 หมาย คดียักยอกทรัพย์ใน จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี เกี่ยวข้องกับวัดชื่อดังแห่งหนึ่งขณะที่บวชอยู่ และหลบหนีคดีมาเช่าห้องที่ห้องพักดังกล่าว

ก่อนเกิดเหตุตำรวจสายตรวจปฎิบัติการพิเศษนำหมายจับเข้าจับนายวรสุพัชร์ ที่ห้างสรรพสินค้าใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และนำตัวมาค้นห้องพักที่คอนโดฯ เพื่อตรวจค้น ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้น นายวรสุพัชร์ อาศัยจังหวะตำรวจเผลอวิ่งหลบหนีออกไปนอกระเบียงห้อง ก่อนกระโดดระเบียงฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิด

ดูแลดี๊ดี ‘ฮั่น’ ตามเฝ้าไข้ ‘ไอซ์ ปรีชญา’ ป่วยลำไส้อักเสบ

ดูแลดี๊ดี 'ฮั่น' ตามเฝ้าไข้ 'ไอซ์ ปรีชญา' ป่วยลำไส้อักเสบ

ดูแลดี๊ดี ‘ฮั่น’ ตามเฝ้าไข้ ‘ไอซ์ ปรีชญา’ ป่วยลำไส้อักเสบ

แหมๆ ถึงแม้จะไม่ค่อยหวานออกสื่อ เพราะเกรงสังคมและแฟนคลับอยู่ แต่พอถึงเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย คู่นี้ก็ไม่ลืมที่จะดูแลกันและกันเป็นอย่างดี สำหรับ “ฮั่น เดอะสตาร์” ที่ตามไปเฝ้าไข้หวานใจสาว “ไอซ์ ปรีชญา” ถึงเตียงที่โรงพยาบาล หลังต้องเข้าแอดมิด เพราะมีอาการปวดท้องอย่างหนัก

ทั้งนี้ แพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยโรคให้แล้ว ระบุว่า สาวไอซ์ มีอาการลำไส้อักเสบและติดเชื้อ ทำให้ต้องนอนเฝ้าดูอาการและให้น้ำเกลือต่อไปก่อน แต่เชื่อว่าน่าจะฟื้นตัวจากโรคนี้ได้เร็ว เพราะมีกำลังใจที่แสนดีตามดูแลอยู่ไม่ห่าง อูยยยย…อิจฉาจริงๆ ยังไงก็ขอให้ น้องไอซ์ หายป่วยเร็วๆ นะคะ

ท้าให้ฟัง!! พจน์ อานนท์ ย้ำหนัก..ไม่เคยพูดถึง จุ๋ย เสียหาย

พจ

ไม่รู้งานนี้จะมีภาคต่อแซ่บๆ ให้บรรดาขาเผือกได้ปูเสื่อรอฉากดราม่ากันอีกหรือเปล่า เพราะล่าสุดทางด้านผู้กับกับฝีปากกล้า “พจน์ อานนท์” ได้ออกมาชี้แจงในมุมของตัวเอง กลางงานฉายภาพยนตร์รอบสื่อ“หลวงพี่แจ๊ส 4G” จากกรณีที่นางเอกรุ่นน้อง “จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา” ฝากข้อความผ่านสื่อโดยระบุให้เจ้าตัวนั้นนำเสนอข้อมูลในทิศทางที่ถูกต้องเวลาจัดรายการข่าว เนื่องจากข้อมูลบางอย่างส่งผลให้คนในครอบครัว รวมถึงคนใกล้ตัวรู้สึกไม่สบายใจ!!!!

ซึ่งงานนี้นนอกจากผู้กำกับชื่อดังจะออกมาย้ำและยันความบริสุทธิ์ใจว่า ตนไม่เคยพูดถึงนางเอกสาวในทางที่เสียหาย อีกทั้งยังเคยสนับสนุนผลงานมาตลอดแล้วนั้น เจ้าตัวก็ยังออกปากอีกด้วยว่า หากสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดีจริง ตนก็จะไม่ขอพูดถึงอีก และอยากให้สาวจุ๋ยเข้าใจตามนี้ด้วย…

“จริงๆ กับน้องจุ๋ยเราไม่ได้มีเรื่องอะไรกันนะครับ คือพอดีว่าผมจัดรายการอยู่รายการหนึ่งกับ น้องแหม่ม วิชุดา และบังเอิญมีน้องนักข่าวในช่องเอาสัมภาษณ์น้องจุ๋ยมาให้พี่ได้ดูกัน ซี่งเขาก็ฝากบอกพี่พจน์พี่แหม่มให้พูดถึงเขาในแง่ดีๆ หน่อย คือ…ถ้าหากน้องจุ๋ยได้ดูรายการที่พี่จัดอยู่ น้องจุ๋ยจะรู้ว่าพี่ไม่เคยว่าน้องจุ๋ยเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้องจุ๋ยกับพุฒ พี่ก็ยังบอกเลยว่าไปว่าเขาทำไม คนเขารักกัน ก็อย่าไปยุ่งกับเขา ส่วนข่าวที่บอกว่าผู้ใหญ่ฝ่ายพุฒไม่ชอบน้องจุ๋ย พี่ก็เอามาจากข่าว พี่ไม่ได้เอ่ยชื่อเลยว่าพี่ฉอดเป็นคนพูด เพราะตัวพี่เองก็อ่านข่าวตามที่เขารายงาน ดังนั้นน้องจุ๋ยไม่ได้ดูแน่นอน เพราะถ้าน้องจุ๋ยเป็นแฟนรายการที่พี่จัดอยู่ น้องจุ๋ยจะรู้ว่าพี่เชียร์น้องจุ๋ยตลอด ไม่ว่าน้องจุ๋ยจะมาขายของในรายการพี่ พี่ก็จะเชียร์ขายของช่วยน้องจุ๋ย และพี่ก็จะเชียร์ให้ทั้งสองคนพุฒจุ๋ยเขารักกัน พี่ยังด่าเพจแอนตี้เลยว่าไปยุ่งเขาทำไม เขาจะรักกัน คือพี่ก็สนับสนุน ไม่มีการด่า”

เวลาเราจัดรายการเราเคยมีหลุดพูดไม่ดีถึงเขาไหม ?
“ไม่มีเลย พี่ไม่เคยพูดเรื่องน้องจุ๋ยเสียๆ หายๆ เลย เพราะพี่ชอบผู้หญิงสไตล์นี้อยู่แล้ว เขาเป็นคนสวย พี่อยากให้เขาไปดูใหม่ก่อนที่เขาจะฝากอะไรถึงพี่ พี่อยู่วงการนี้มาประมาณ 30 กว่าปีแล้ว พี่อาวุโสกว่าเขาเยอะ พี่ไม่ด่าเขาแน่นอนนะครับ แฟนๆ รายการเป็นพยานได้ว่าพี่พูดถึงจุ๋ยในแง่ดีตลอด และจะเชียร์ให้จุ๋ยกับพุฒเขารักกันด้วย แต่ข่าวที่มีข่าวว่าผู้ใหญ่ไม่ชอบ อันนั้นพี่พูดตามข่าว และก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะพี่ไม่ได้พูดเลยว่าพี่ฉอดไม่ชอบ”

เราได้มีโอกาสโทรคุยกับน้องเขาเรื่องนี้บ้างไหม ?
“เจอกันแล้วครับ เจอกันวันที่พี่ไปอัดรายการที่เวิร์คพ้อยท์ ซึ่งจุ๋ยไปฝ่ายเดินเข้ามาหา ตอนนั้นพี่ก็คิดว่าเขาจะเข้ามาคุยกับพี่เรื่องนี้ เพราะพี่เป็นผู้ใหญ่พี่คงไม่เข้าไปถามหรอกว่าจุ๋ยมีปัญหาอะไรกับพี่เหรอ เขาเป็นเด็กเขาก็ต้องเข้ามาคุยกับพี่ถูกต้องไหมครับ จากนั้นเขาก็เข้ามาสวัสดี พี่ก็สวัสดีเขาตอบกลับไป แต่จังหวะนั้นทีมงานมาเรียกพี่ไปแต่งหน้า พี่ก็เลยต้องปลีกตัวออกไป ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรครับ”

หลังจากที่เขาพูดฝากมาเราได้คุยกันบ้างไหม ?
“เอ่อ…ก็หลังจากที่เขาฝากมาทางรายการ น้องแหม่มก็ได้เข้าไปคุยกับเขาแล้ว ส่วนตัวพี่ช่วงนั้นก็มีโอกาสได้ไปอัดรายการที่เวิร์คพ้อยท์ พี่ก็อยากให้ผู้ใหญ่ที่เวิร์คพ้อยท์ดูว่าพี่ไม่ได้มีอะไรกับจุ๋ยจริงๆ พี่พูดตามข่าว พี่เป็นคนรายงานข่าวใช่ไหม ข่าวคนนู้นเม้าท์ คนนี้เม้าท์ พี่ก็อ่านตามข่าว ไม่ได้ว่าเขาเลย”

แสดงว่าพี่พจน์ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องเขาเรื่องที่เข้าใจผิด ?
“ไม่ได้มีเลยครับ ไม่ได้คุยกัน แต่ก็เห็นที่จุ๋ยเขาฝากมาล่าสุด ฝากมากับหลายๆ ช่อง ถึงพี่กับพี่แหม่ม อย่างน้อยพี่กับพี่แหม่มก็เป็นผู้ใหญ่มากกว่าจุ๋ย พี่คงไม่ลงไปอะไรกับเขาหรอก ถ้าหากเขาคิดอย่างนั้นพี่ก็คงจะไม่พูดถึงเขาอีก เพราะที่ผ่านมาพี่ก็พูดถึงจุ๋ยดีๆ มาตลอด ถ้าใครเป็นแฟนรายการที่พี่จัดอยู่ จะเห็นเลยว่าพี่เชียร์เขากับพุฒให้รักกัน และไอกรณีที่บอกว่าไปแวะที่ราชบุรีเอาของไปฝากก็มาจากข่าวทั้งนั้น พี่ไม่ได้เป็นคนแต่งเรื่องเอง ยังไงก็เข้าใจตามนี้ด้วย”

ปนัดดาพบลูกคนโตแม่ประนอมห้ามสื่อเข้าทำข่าว

ปนัดดาพบลูกคนโตแม่ประนอมห้ามสื่อเข้าทำข่าว

ปนัดดาพบลูกคนโตแม่ประนอมห้ามสื่อเข้าทำข่าว

‘ม.ล.ปนัดดา’ เดินทางมายังโรงงานน้ำพริกแม่ประนอม ย่านพุทธมณฑลสาย 3 เพื่อพูดคุยกับลูกสาวคนโตแม่ประนอม ไม่ให้สื่อมวลชนเข้าภายในม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมายัง บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด ย่านพุทธมณฑลสาย 3 เพื่อเจรจาพูดคุยกับ นางประนอม แดงสุภา ผู้ก่อตั้งธุรกิจน้ำพริกเผาแม่ประนอม ชื่อดัง หลังมีปัญหาฟ้องร้องกับ นางศิริพร แดงสุภา บุตรสาวคนโต ที่ถูกกล่าวอ้างฮุบกิจการน้ำพริกเผา มูลค่ากว่า 5 พันล้านบาทไป และขอให้คืนทรัพย์สินและกิจการทั้งหมด ซึ่ง ม.ล.ปนัดดา ได้นั่งรถ BMW สีดำ เข้าไปด้านใน

ขณะที่ ทางโรงงานน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปด้านใน และให้จอดรถรออยู่บริเวณถนนด้านหน้าโรงงาน และยังไม่มีใครออกมาให้สัมภาษณ์ใดๆ

อย่างไรก็ตาม ได้มีตำรวจจราจรมาอำนวยความสะดวกให้กับรถยนต์ที่ผ่านด้านหน้าโรงงานน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม ด้วย

ทั้งนี้ ม.ล.ปนัดดา กล่าวภายหลังเดินทางเข้าพบนางศิริพร แดงสุภา ลูกสาวคนโต นางประนอม แดงสุภา เจ้าของน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม ที่บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด ย่านพุทธมณฑลสาย 3 กรณีความขัดแย้งในครอบครัวเกี่ยวกับการโอนหุ้นธุรกิจน้ำพริกเผา ว่า ในวันนี้ เข้าไปพูดคุยกับ นางศิริพร เป็นการส่วนตัวเพื่อสอบถามประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น เท่าที่ฟังทั้งสองฝ่ายอยากปรับความเข้าใจ และต้องการที่จะพูดคุยกันเนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้คุยกันโดยตรง เป็นเพียงการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ แต่สัมผัสได้แม่ลูกยังมีเยื่อใยต่อกัน ซึ่งจะพูดคุยกันโดยตรงในอนาคต แต่ยังไม่ระบุวันส่วนเรื่องคดีความที่มีการฟ้องร้องกัน ก็ดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนจะมีการถอนฟ้องหรือไม่นั้น เชื่อว่ามีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากสายสัมพันธ์แม่ลูก อย่างไรก็ตัดไม่ขาด

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงจะต้องรายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบ เนื่องจากเป็นระเบียบของตนเองต้องรายงานการทำงานในทุกเรื่องอยู่แล้ว

พุทธะอิสระฟ้องแพ่งเจ้าคุณพิพิธเรียก10ล.

พุทธะอิสระฟ้องแพ่งเจ้าคุณพิพิธเรียก10ล.

พุทธะอิสระฟ้องแพ่งเจ้าคุณพิพิธเรียก10ล.

หลวงปู่พุทธะอิสระ ส่งทนายความฟ้องแพ่ง ‘เจ้าคุณพิพิธ’ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ เรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท

นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความของ หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้รับมอบหมายให้ยื่นฟ้อง พระราชวิจิตรปฏิภาณ หรือ เจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ฐานละเมิดด้วยการกล่าวไขข่าวให้เสียหายด้วยข้อความอันทำให้ประชาชนรู้สึกดูหมิ่นหลวงปู่พุทธะอิสระ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 เรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท นายธีรยุทธ ทนายความ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2559 เจ้าคุณพิพิธ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ภายหลังเหตุการณ์ชุมนุมของพระสงฆ์ ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซึ่งคำให้สัมภาษณ์เปรียบเทียบ หลวงปู่พุทธะอิสระ มีลักษณะครึ่งคนครึ่งพระ จากการเปรียบเทียบดังกล่าว ทำให้มีการนำไปเผยแพร่กันทางสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ค เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ และวิพากษ์วิจารณ์จนได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ทั้งนี้ คณะทำงานของหลวงปู่พุทธะอิสระ ได้ติดตามเก็บรวบรวมข้อมูลการให้สัมภาษณ์ของ เจ้าคุณพิพิธ หลาย ๆ ครั้ง มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2558 และในวันนี้จะยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 10 ล้านบาท หลังจากนี้จะต้องปรึกษาหารือกับ หลวงปู่พุทธะอิสระ เกี่ยวกับการดำเนินคดีทางอาญาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ภายหลัง ทนายความ ได้ยื่นฟ้องแล้ว ศาลจึงรับคำฟ้องไว้เป็นคดีแพ่ง หมายเลขดำ 1547/2559 โดยจะนัดพร้อมเพื่อชี้สองสถาน ในวันที่ 30 พ.ค. 2559 เวลา 13.30 น.

เจมส์ มาร์ ผ่อนผันทหารครั้งที่ 3 เหตุยังติดเรียนปริญญาโท

เจมส์ มาร์ ผ่อนผันทหารครั้งที่ 3 เหตุยังติดเรียนปริญญาโท

เจมส์ มาร์ ผ่อนผันทหารครั้งที่ 3 เหตุยังติดเรียนปริญญาโท

เมื่อวันที่ 1 เมษายน เวลา 08.10 น. นายเจมส์ อัศรัศกร หรือ เจมส์ มาร์ วัย 22 ปี พระเอกชื่อดังจากละคร ‘ข้าบดินทร์’ ทางช่อง 3 ได้เดินทางมายื่นสิทธิ์ผ่อนผันการเกณฑ์ทหารที่โรงเรียนวัดธาตุทอง ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตวัฒนา กทม. ในการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ เขตวัฒนา ประจำปี 2559

โดยการผ่อนผันครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากหลังเรียนจบปริญญาตรี เมื่อปีที่ผ่านมา เจมส์ก็ได้ศึกษาต่อปริญญาโทที่คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทันที

หนุ่มเจมส์ กล่าวว่า ครั้งนี้ตนผ่อนผันเป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากกำลังศึกษาปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการท่องเที่ยว ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งตามกฎหมายให้ใช้สิทธิผ่อนผันได้จนอายุ 26 ปี แต่ตนก็ยังไม่ได้คิดไปถึงอนาคตว่าจะใช้สิทธิ์ครบเลยหรือไม่ โดยเมื่อเรียนจบก็จะทำตามกระบวนการเหมือนกับที่ทุกคนทำ ส่วนจะเป็นการจับใบดำใบแดงหรืออย่างไรนั้นค่อยว่ากันอีกที

“ณ ตอนนี้ผมต้องยังต้องใช้ก่อน แต่ว่าผมยังไม่ได้คิดไปถึงอนาคต เรื่องนั้นเรื่องจะใช้ครบไหมมันเป็นเรื่องของอนาคตซึ่งตอนนี้เรายังบอกไม่ได้ครับว่าเราจะใช้จนถึงอายุ 26 เลยหรือเปล่า ตอนนี้ผมก็ 22 เองเพราะฉะนั้นก็ตอนนี้ต้องใช้ก่อนครับผม พอเรียบจบก็จะมาทำตามกระบวนการตามทุกคนๆ ที่ทุกคนเขาทำไม่ว่าจะเป็นการจับใบดำใบแดงหรือว่าตามที่ทุกคนเขาทำแล้วก็ถึงเวลานั้นเราค่อยว่ากันอีกทีครับ” เจมส์กล่าว

พร้อมบอกด้วยว่า “เรื่องการสมัครมันคงยังไม่ถึงเวลาคิดมั้งครับ (หัวเราะ) เพราะว่าอันนี้ทั้งงานทั้งเรียนด้วย แต่ถ้าถึงเวลาเราอายุมากกว่านี้หน่อย คิดแล้วค่อยว่ากันอีกทีครับ แต่ว่าตอนนี้เรายังไม่คิดครับผม ซึ่งถ้าเกิดถึงเวลานั้นจะเป็นที่ไหนก็ได้ที่เขารับผม ผมชอบทุกหน่วยเลยนะครับ ด้วยความที่เราดูหนังแล้วก็ ชอบหมดทุกหมู่ ทุกหมู่เท่หมดเลยครับ อย่างที่บอกครับที่ไหนก็ได้ครับ”

“อยากจะฝากถึงชายไทยทุกคนนะครับว่าเราก็มาทำตามกฎหมายดีกว่า เมื่อสมมุติถ้าเกิดเราไม่พร้อมที่จะจับปีนี้เราก็ผ่อนผันไปก่อนได้ถึงอายุ 26 ครับผม ทำตามกฎหมายครับ แล้วทุกอย่างก็จะโอเคครับ” เจมส์กล่าวในที่สุด

ช็อตเด็ด! ไม่รัก-ไม่ทำให้ บิ๊กน้อย คุกเข่าถอดรองเท้าให้ ‘บิ๊กตู่’

ช็อตเด็ด! ไม่รัก-ไม่ทำให้ บิ๊กน้อย คุกเข่าถอดรองเท้าให้ ‘บิ๊กตู่’

ช็อตเด็ด! ไม่รัก-ไม่ทำให้ บิ๊กน้อย คุกเข่าถอดรองเท้าให้ ‘บิ๊กตู่’

   ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ ตัวแทนนักเรียนอาชีวะจากวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพฯ ได้นำเครื่องสแกนรูปเท้า “ฟุตสแกนเนอร์” เพื่อใช้เป็นโมเดลวัดขนาดแผ่นยางรองรองเท้าเพื่อสุขภาพจากแนวคิดของนักเรียน ซึ่งตัวแทนนักเรียนขอให้นายกฯ ประชาสัมพันธ์เครื่องสแกนรูปเท้า โดยการทดลองสแกนเท้า

แต่นายกฯ ไม่สามารถถอดรองเท้าเองได้ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงได้เข้ามาช่วยถอดรองเท้าให้ ทำให้บิ๊กตู่ถึงขนาดเอามือไปจับหลังบิ๊กน้อย พร้อมยิ้มและกล่าวคำขอบคุณ โดยนายกรัฐมนตรีได้หันมาพูดแก้เขินว่า “เท้าฉันสะอาด ไม่ต้องห่วง”

ซึ่งผลการสแกนเท้า นายกฯมีรูปเท้าที่ปกติ ถือว่าเป็นคนที่มีสุขภาพเท้าดี ทั้งนี้ทางตัวแทนนักเรียนจะนำรูปเท้าที่ได้จากการสแกนมาผลิตเป็นแผ่นรองเท้าขนาดเบอร์ 42 นิ้ว มอบให้นายกฯ ไว้ใช้ และในเวลา 10.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะลงมาวัดขนาดเท้าเพื่อทำแผ่นรองรองเท้าด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.สุรเชษฐ์ ถือเป็นนายทหารที่สนิทกันมานาน โดยพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 23 ขณะที่พล.อ.สุรเชษฐ์ เป็นนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 25

ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้น ศก.ช่วงสงกรานต์ คาดสร้างรายได้ 1.5 หมื่นล้าน

ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้น ศก.ช่วงสงกรานต์ คาดสร้างรายได้ 1.5 หมื่นล้าน

ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้น ศก.ช่วงสงกรานต์ คาดสร้างรายได้ 1.5 หมื่นล้าน

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการกินเที่ยวช่วยชาติ คาดสร้างเงินรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมอนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า 2 เส้นทางเพื่อกระตุ้นการลงทุนโครงการขนาดใหญ่

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ประชาชนที่ออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านระหว่างวันที่ 9-17 เม.ย.2559 สามารถนำใบกำกับภาษีฉบับเต็มมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท

พร้อมต่ออายุมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ สามารถนำใบกำกับภาษีมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท ออกไปอีก 1 ปีถึงวันที่ 31 ธ.ค.2559 และให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2559 คาดว่าตลอดเทศกาลสงกรานต์จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 และสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบนี้ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 1.5 พันล้านบาท แต่จะได้ข้อมูลการเสียภาษีของนิติบุคคลร้านอาหาร รวมทั้งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มจากการใช้จ่ายกลับมาประมาณ 1.5 พันล้านบาท

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังอนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู เส้นทาง แคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เส้นทาง ลาดพร้าว-สำโรง ซึ่งเป็นระบบรถไฟฟ้าทางเดี่ยว หรือโมโนเรล ในรูปแบบเอกชนเข้าลงทุนกับภาครัฐ หรือพีพีพี คาดว่าเปิดประมูลแบบนานาชาติได้ภายใน 3 เดือน หรือประมาณเดือนมิถุนายน 2559 ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ตามมา