ตร.ประสานรพ.แจ้งข้อหาเสี่ยเบนซ์เพิ่ม

ตร.ประสานรพ.แจ้งข้อหาเสี่ยเบนซ์เพิ่ม

ตร.ประสานรพ.แจ้งข้อหาเสี่ยเบนซ์เพิ่ม

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผย ตำรวจเตรียมประสาน รพ. เข้าแจ้งข้อหา ‘เสี่ยเบนซ์’ เพิ่มอีก 2 ข้อหา – 21 มีนา รุดเยี่ยมญาติของผู้เสียชีวิตที่ จ.จันทบุรีพลตำรวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นายเจนภพ วีรพร ผู้ต้องหาขับขี่รถเบนซ์พุ่งชนรถยนต์ฟอร์ด เป็นเหตุ 2 นักศึกษาปริญญาโทเสียชีวิต ว่า คาดว่าจะมีความชัดเจนจากคณะพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับการแจ้งข้อหากับ นายเจนภพ อีก 2 ข้อหา คือ ขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าพนักงานและข้อหาขับรถมึนเมาเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตภายในวันนี้โดยขณะนี้ทราบว่า ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการประสานกับทาง รพ. ที่ นายเจนภพ เข้าพักรักษาอาการบาดเจ็บ เพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งผู้ต้องหาต้องเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอน แม้ว่าจะอยู่ระหว่างการประกันตัวข้อหาขับรถประมาทก็ตาม

ส่วนการสอบสวนข้อเท็จจริงในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่ทำหน้าที่ล่าช้า จนเกิดความเคลือบแคลงสงสัยของสังคม โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสารเสพติด หรือสารแอลกอฮอล์นั้น ขณะนี้ผลการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ แต่คาดว่าทราบผลภายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากตนได้ให้เวลาในการสอบขอเท็จจริงภายใน 7 วัน

อย่างไรก็ตาม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (21 มีนาคม 59) ตนจะเดินทางไปพบครอบครัวของ นายกฤษณะ หรือ โต้ง ถาวร อายุ 32 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่บ้านพักจังหวัดจันทบุรี เพื่อแสดงความเสียใจและมอบเงินช่วยเหลือจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมถึงนำข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินคดีไปแจ้งให้กับทางญาติได้รับทราบด้วย

“พงศพัศ”เดินทางไปเยี่ยมครอบครัว”โต้ง”เหยื่อเบนซ์พรุ่งนี้

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 21 มี.ค.นี้ ตนจะเป็นตัวแทนของ พล.ต.อ.จักร์ทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของ นายกฤษณะ ถาวร หรือ โต้ง ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 9 ต.เกวียนหักอ.ขลุง จ.จันทบุรี หลังจากที่ได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยการเดินทางไปในครั้งนี้จะได้นำเรียนรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับแนวทางการทำงานของคณะพนักงานสอบสวนในการดำเนินคดีกับนายเจนภพ วีรพรผู้ต้องหาในคดีนี้ ทั้งนี้ เพื่อให้ครอบครัวของน้องโต้งได้เข้าใจและเชื่อมั่นในการทำงานของพนักงานสอบสวน และพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอต่างๆ มาประกอบการพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

พล.ต.อ.พงศพัศ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของการรวบรวมพยานหลักฐานจากกองพิสูจน์หลักฐานด้วยว่า ในขณะนี้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งจากที่เกิดเหตุ จากลักษณะของตัวรถ และพยานที่เป็นคลิปต่างๆ ไว้ทั้งหมดแล้ว และจะได้ประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญตลอดจนตัวแทนของบริษัทรถยนต์ในวันจันทร์นี้ เพื่อร่วมกันพิจารณาให้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับความเร็วของรถในขณะเกิดเหตุ รวมทั้งพฤติกรรมของผู้ขับขี่ และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง จากนั้นจะส่งความเห็นทั้งหมดให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อนำไปประกอบสำนวนการสอบสวนและพิจารณามีความเห็นทางคดีต่อไป

สำหรับการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหานั้น พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ได้ทราบจากพ.ต.อ.สุรินทร์  ทับพันบุบผา หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนว่า อยู่ระหว่างการประชุมสรุปพยานหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องจากการปฏิเสธการเจาะเลือดของผู้ต้องหา และพฤติการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับรถในระหว่างมึนเมา ซึ่งหากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป

ผลถกคดีSCBยังไม่ออกหมายจับเพิ่ม

ผลถกคดีSCBยังไม่ออกหมายจับเพิ่ม

ผลถกคดีSCBยังไม่ออกหมายจับเพิ่ม

รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เผย ยังไม่ออกหมายจับผู้ต้องหาคดี SCB เพิ่ม ชี้ ต้องรวบรวมพยานหลักฐานก่อน คาด สรุปสำนวนคดีได้เร็วๆ นี้พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รอง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2  เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าระบบดับเพลิงของธนาคารไทยพานิชย์เกิดขัดข้องเป็นเหตุ เป็นเหตุให้คนงานที่ลงไปทำงานบริเวณชั้นใต้ดิน อาคารเอสซีบีปาร์ค ธนาคารไทยพานิชย์สำนักงานใหญ่ เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ 7 ราย หลังจากที่มีการออกหมายจับไปแล้ว 7 ราย และส่วนใหญ่ได้เข้ามอบตัวกับทางตำรวจไปแล้ว ล่าสุด วันนี้ได้เรียกประชุมติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าวเพื่อสรุปสำนวน และรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งจากการประชุมวันนี้ยังไม่มีการออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติม เนื่องจากต้องรอผลการตรวจสอบและพิจารณาอีกครั้ง ว่าหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครบ้างพร้อมระบุว่าในส่วนของสำนวนดีมีความคืบหน้ามากแล้วคาดว่าจะสรุปสำนวนได้เร็วๆ นี้

‘วิษณุ’ แจงข้อเสนอ คสช.ปัด ไร้หงายหลัง ยัน มีต้นทางจากแม่น้ำ 4 สาย

วิษณุ

“วิษณุ” แจง ขอฟังข้อเสนอจาก คสช.ก่อนให้ความเห็น รับเห็นใจ กรธ.ถูกกดดันหนัก เพราะเวลาเหลือน้อย ปัดไม่มีข้อเสนอ คสช.ที่ปชช.เห็นแล้วหงายหลัง ยัน ใบสั่งเป็นมติที่ประชุมแม่น้ำ 4 สาย ย้ำ ต้องมีบทลงโทษทำประชามติ

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อเสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญ ที่ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามส่งไปให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า จะมีผู้แทน คสช.ชี้แจงในที่ประชุม ครม. ตนเข้าใจว่าข้อเสนอดังกล่าวมีการอารัมภบทว่า บางส่วนมาจากการประชุมแม่น้ำ 4 สาย จากนั้น คสช.ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมา ส่วนที่ นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. ระบุ หากเห็นแล้วจะหงายหลังนั้น ไม่ขอตอบ จะหงายเงิบอะไร หลังประชุม ครม.เสร็จ จะมีการชี้แจงเรื่องนี้

ส่วนร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ทราบว่า ขณะนี้อยู่ที่นายกฯ แล้ว รอดูว่านายกฯ จะมีข้อสั่งการอย่างไร และยังไม่แน่นอนว่าจะเข้าที่ประชุม ครม.วันเดียวกันเลยหรือไม่ ส่วนการกำหนดบทลงโทษในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวนั้น ยังสามารถปรับแก้ในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ เพราะ สนช.ตั้งท่าจะแก้กันอยู่หลายเรื่อง

เมื่อถามว่า หลายข้อเสนอดูเหมือนจะสร้างความหนักใจให้ กรธ. นายวิษณุกล่าวว่า เห็นใจเขานะ เพราะเวลาเหลือน้อย เมื่อถามว่า เป็นการมัดมือชกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวทีเล่นทีจริงว่า “ก็ไม่แน่ เมื่อเวลาเหลือน้อยเขาอาจจะไม่ชกเลยก็ได้”.

ที่มา>>>Thairath

โปรดระวังกรวย! สาว 19 เฉียดมัจจุราช หวิดถูกยักษ์เหยียบคาถนน (ชมคลิป)

สาว19

เครดิตภาพจากร้านไหม ดาวเทียม บางวัว

เรื่องของกรวยบนถนนที่เกือบจะทำให้เกิดเรื่องเศร้า จยย.ชนล้ม สาวรุ่นวัย 19 ร่างไถลจะเข้าใต้ท้องรถ 18 ล้อที่วิ่งตีคู่มา ดีที่แฟนหนุ่มมือไวคว้าตัวไว้ได้ ไปชมคลิปสุดเสียว…

เมื่อเวลา 08.17 น. วันที่ 15 มี.ค. 59 สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุ รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ บริเวณทางเบี่ยงเข้าช่องคู่ขนาน หน้าการประปาสาขาบางปะกง ถนนบางนา-ตราด กม.41 ขาเข้าชลบุรี หมู่ 2 ต.บางวัว มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงประสานหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ นายสมนึก กุสี อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีเทา ทะเบียน 1 กข 966 ฉะเชิงเทรา มากับ น.ส.พัชนิดา ชาหยอง อายุ 19 ปี นั่งอยู่ข้างทางได้รับบาดเจ็บถลอกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาล ก่อนนำส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11

สอบถาม นายสมนึกเล่าว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์มาเลนขวาตามรถกระบะ จู่ๆ รถกระบะได้วิ่งฝ่าช่องที่มีการวางกรวยจราจรไว้ ทำให้นายสมนึกมองไม่เห็นจึงวิ่งชนกรวยจนทำให้รถเสียหลักล้ม แต่ขณะที่ไถลไปกับถนน นายสมนึกได้คว้าตัว น.ส.พัชนิดา แฟนสาวเอาไว้ได้ ก่อนร่างกระเด็นเข้าไปใต้ท้องรถพ่วง 18 ล้อที่ขับตีคู่มา ทำให้รอดตายอย่างหวุดหวิด

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ประสบเหตุโดยเฉพาะ น.ส.พัชนิดา เสียขวัญเป็นอย่างมาก เพราะตัวเกือบจะหลุดเข้าใต้ท้องรถ 18 ล้อ ดีที่แฟนหนุ่มยังมีสติและมือไวคว้าไว้ได้ทัน และนั่งปลอบขวัญกันอยู่กลางถนน ก่อนค่อยๆ ประคองกันเข้าข้างทาง โดยมีประชาชนที่เห็นเหตุการณ์เข้าช่วยเหลือ และโทรแจ้งกู้ภัยให้มารับตัวส่งโรงพยาบาล

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีภาพกล้องวงจรปิดจากร้านค้าที่อยู่ริมถนนจุดดังกล่าว สามารถบันทึกภาพไว้ได้ เห็นชัดว่าสาเหตุมาจากรถกระบะคันหน้าวิ่งฝ่าช่องที่มีกรวยกั้นเข้ามา ทำให้จักรยานยนต์ที่วิ่งตามหลังชนเข้ากับกรวย จนเกือบจะเกิดเรื่องเศร้าขึ้น.

ที่มา>>>Thairath

 

เพื่อนสุดอาลัยนักศึกษาเหยื่อเบนซ์ชนดับ 2 ศพ เผยกำลังจะรับปริญญา

 * เพื่อนสุดอาลัยนักศึกษาเหยื่อเบนซ์ชนดับ 2 ศพ เผยกำลังจะรับปริญญา *

ถูกรถเบนซ์ชนไฟไหม้

        จากอุบัติเหตุสุดสลดใจ เมื่อคนขับรถเบนซ์ ซีแอลเอส สีดำ ทะเบียนกรุงเทพ ซิ่งชนเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า สีเทาดำ ทะเบียน ฆย 6911 กรุงเทพ กระทั่งฝ่ายรถฟอร์ดพังยับเกิดไฟลุกท่วม ย่างสดผู้ที่อยู่ในรถเสียชีวิต 2 ราย ทรายชื่อ นายกฤษณะ ถาวร หรือ โต้ง อายุ 32 ปี กับ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย หรือ เบนซ์ ตรวจสอบประวัติทราบว่าทั้งคู่เป็นนิสิตปริญญาโทและปริญญาเอก หลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เหตุเกิดบนถนนพหลโยธินขาออกช่วงหลักกิโลเมตรที่ 52-53 อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ 13 มีนาคม 2559

ล่าสุด วันที่ 15 มีนาคม มีรายงานว่า ทางโครงการสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้แถลงแสดงความเสียใจและไว้อาลัยอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น มีเนื้อหาว่า นายกฤษณะ และ น.ส.ธันฐภัทร์ ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิตบนถนนพหลโยธินขณะเดินทางเข้ามาส่งเอกสารเพื่อขอจบการศึกษา อนึ่ง นายกฤษณะ ได้สอบป้องกันวิทยานิพนธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเป็นว่าที่มหาบัณฑิต ซึ่งจะเข้ารับปริญญาบัตรในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ส่วน น.ส.ธันฐภัทร์ เดินทางมามหาวิทยาลัย เพื่อเตรียมการไปแสวงบุญที่ประเทศอินเดีย ในระหว่างวันที่ 19-29 มีนาคมนี้

“โครงการหลักสูตรฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังครอบครัวกฤษณะ และครอบครัวฮ้อแสงชัย ที่ประสบความสูญเสียบุตรหลานอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ พวกเราชาวครอบครัวสันติศึกษาจะระลึกถึงมิตรภาพ และคุณงามความดีที่พวกเราได้เคยสร้างสันติบารมีร่วมกันตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา และขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญราศีสันติบารมีที่นายกฤษณะ และน.ส.ธันฐภัทร์ ได้บำเพ็ญให้เป็นไปตั้งแต่ต้นมาจนถึงวันนี้ ขอได้โปรดเป็นพลวปัจจัยนำดวงวิญญาณไปสู่สุคติในสัมปรายภพตลอดกาลนิรันดร์ฯ” แถลงการณ์แสดงความอาลัย ระบุ

อ่านเพิ่มเติม เพื่อนสุดอาลัยนักศึกษาเหยื่อเบนซ์ชนดับ 2 ศพ เผยกำลังจะรับปริญญา

แชร์สนั่น! สาวโดนรถสถานทูตชนกระเด็น 10 วันแล้วเงียบกริบ

แชร์สนั่น! สาวโดนรถสถานทูตชนกระเด็น 10 วันแล้วเงียบกริบ

แชร์สนั่น! สาวโดนรถสถานทูตชนกระเด็น 10 วันแล้วเงียบกริบ

โลกออนไลน์เป็นกำลังใจให้ เหยื่อสาวถูกรถสถานทูตอังกฤษชน ย่านคลองตัน กระดูกหัก 3 ท่อน แตไม่เห็นเหลียวแลรับผิดชอบ คดีก็ยังไม่คืบหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจประเด็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวคนหนึ่ง ที่โพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียและเว็บบอร์ดเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม ระบุว่าถูกรถประจำสถานทูตอังกฤษเฉี่ยวชน ร่างกระเด็นไป 20 เมตร บาดเจ็บสาหัส แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า

ตามรายงานระบุว่า เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง คลิปดังเฟสบุ๊ค ได้โพสต์คลิปวิดีโอภาพจากกล้องจรปิด บริเวณถนนปรีดี พนมยงค์ (สุขุมวิท 71) หลักฐานเหตุการณ์ระหว่างที่หญิงสาวผู้ร้องทุกข์ ถูกรถยนต์คันหนึ่งที่ระบุว่าเป็นรถจากสถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ที่เฉี่ยวชนเธอได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่เว็บไซต์พันทิปดอทคอม มีผู้ตั้งกระทู้ชื่อ “โดนรถสถานทูตอังกฤษชน แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆเลย ควรทำอย่างไรดีคะ” จาก สมาชิกหมายเลข 3044635 ได้โพสต์เอาไว้ ได้รับความสนใจจากโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก โดยเนื้อหากระทู้ระบุว่า

“เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2559 เวลาประมาณ 09.00 น. ขณะที่ดิฉันขับขี่รถจักรยานยนต์ ไปตามถนนสุขุมวิท 71 เมื่อถึงทางแยกซอยปรีดี พนมยงค์ 20/1 ได้มีรถยนต์โฟล์กสวาเกน จากสถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย แล่นออกมาจากซอยตัดหน้ารถที่ดิฉันขับขี่กะทันหัน รถดิฉันแล่นอยู่ในทางตรงและเป็นถนนสายหลัก โดยรถไม่หยุดรอให้รถทางสายหลักแล่นผ่านไปก่อน เป็นเหตุให้เกิดการชนอย่างรุนแรง

ดิฉันถูกชนกระเด็นลอยข้ามไปถนนอีกด้านประมาณ 20 เมตร ตกอยู่ในช่องทางเดินรถเลนฝั่งตรงข้าม ดิฉันนอนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด โชคดีที่ไม่มีรถผ่านมาแล่นชนทับดิฉัน หลังจากนั้นดิฉันได้รับการช่วยเหลือจากพลเมืองดี นำดิฉันส่งโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท สุขุมวิท

ทราบภายหลังว่า ผู้ขับขี่รถสถานทูตอังกฤษคนดังกล่าว ไม่ได้ให้ความสนใจให้ความช่วยเหลือ ดิฉันตามวิสัยของคนมีจิตใจปกติ เพียงลงมาดูและกดโทรศัพ์ ก่อนจะกลับขึ้นไปนั่งบนรถ ดิฉันต้องเข้าห้องผ่าตัด กระดูกหัก 2 ท่อน ศีรษะแตก ดิฉันได้เข้าผ่าตัด ณ วันที่เกิดเหตุทันที โดยมีค่าใช้จ่ายทั้งหมด ประมาณ 120,000 บาท ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการชำระเงินใดๆ และดิฉันก็ไม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ เพราะไม่สามารถสรุปการจ่ายเงินทั้งหมดได้จากทางฝ่ายใดเลย

ดิฉันได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างมาก เพราะมีครอบครัว และบุตรเล็กๆ ต้องพึ่งพารายได้จากดิฉัน ต้องพักรักษาตัวเป็นเวลาหลายเดือน ทำให้ขาดรายได้อย่างแน่นอน ขณะนี้วันที่ 10 มีนาคม 2559 (ผ่านไป 10 วันแล้ว) เจ้าหน้าที่สถานทูตอังกฤษรายนี้ ไม่ได้มีการมาเยี่ยมเยียน ถามไถ่อาการ หรือติดต่อเพื่อจะดำเนินการช่วยเหลือดิฉันด้านมนุษยธรรมเบื้องต้นเลย

ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ดิฉันได้ติดต่อไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน เจ้าของคดี ได้ทราบว่า ตำรวจพยายามติดต่อไปที่สถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ถึงเจ้าหน้าที่สังกัดสถานทูตอังกฤษท่านนี้แล้ว แต่ผู้ขับขี่ไม่ยอมมาพบตำรวจแต่อย่างใด ดิฉันจึงไม่มีช่องทางอื่นใด ที่จะติดต่อเจรจา จึงอยากทราบว่าดิฉันควรทำอย่างไร หรือติดต่อหน่วยงานใดไหน แล้วจะแจ้งเค้าว่าอย่างไร เพื่อให้เขาทราบถึงความเดือดร้อนและมารับผิดชอบเยียวยาดิฉันบ้าง”

อย่างไรก็ตาม หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางส่วนได้ให้กำลังใจและร่วมแชร์ประเด็นดังกล่าวออกไปให้สังคมรับทราบ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ บางส่วนก็เสนอนักกฎหมายและให้คำปรึกษาแก่หญิงสาวที่ประสบเหตุ เพื่อคลี่คลายและให้ความเป็นธรรม

ขณะที่หลักฐานชิ้นสำคัญ ภาพจรปิดจากจุดเกิดเหตุ ทำให้สามารถต่อประเด็นต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เชื่อว่าหญิงที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับความยุติธรรมเร็วๆ นี้ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม เกี่ยวกับตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับสิทธิ์ของเจ้าหน้าที่สถานทูตที่ไม่มีหลักมนุษยธรรม

วงจรปิดค่ายบัญชาเมฆ ไร้วี่แววมือมืดทำร้ายแมว ”บัวขาว”เผยไทเกอร์น้ำตาไหล สุดสงสาร

วงจรปิดค่ายบัญชาเมฆ ไร้วี่แววมือมืดทำร้ายแมว ”บัวขาว”เผยไทเกอร์น้ำตาไหล สุดสงสาร

วงจรปิดค่ายบัญชาเมฆ ไร้วี่แววมือมืดทำร้ายแมว ”บัวขาว”เผยไทเกอร์น้ำตาไหล สุดสงสาร

จากกรณีแฟนเพจเฟซบุ๊กของ “บัวขาว บัญชาเมฆ” ฉายา นายสมบัติ บัญชาเมฆ อายุ 33 ปี ใช้ชื่อเพจเฟซบุ๊กว่า “Banchamek Gym” โพสต์ภาพบัวขาวแจ้งความที่ สน.ลาดพร้าว พร้อมข้อความระบุว่า“บัวขาวเดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเรื่องแมวไทเกอร์ บัวขาว ที่โดนทำร้าย ส่วนอีกตัวเสียชีวิต ที่เกิดเหตุบาดแผลถูกฟันคอเกือบขาด ตอนนี้อาการไทเกอร์ 9 มีนาคม มีน้ำหนองอยู่แต่ไม่หนัก กินอาหารได้ ไม่มีอาการซึม รักษาตัวที่ รพ.สัตว์ศรีวรา”

ล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 11 มีนาคม ที่ค่ายบัญชาเมฆ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ นายสมบัติเปิดเผยว่า ตอนนี้ให้ลูกน้องช่วยกันไล่ดูกล้องวงจรปิดภายในค่ายแล้ว แต่ยังไม่พบเบาะแสเพิ่มเติม ทั้งนี้ ฝากความหวังไว้ที่กล้องของ กทม. ที่ตำรวจนำไปตรวจสอบ นอกจากนี้ อยากฝากถึงผู้กระทำความผิดให้ออกมารับผิดชอบในสิ่งที่ทำ

นายสมบัติ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือของคนที่มีบ้านในละแวกนี้ เนื่องจากแถบนี้จะไม่ค่อยสนใจกับเรื่องแบบนี้ แต่ช่วงกลางคืนจะมีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าค่ายและส่งเสียงรบกวนเกือบทุกคืน อีกทั้งมีแคมป์คนงานก่อสร้างในซอยหลายแห่งอยากให้ตำรวจช่วยตรวจสอบด้วย ส่วนอาการของเจ้าไทเกอร์ที่รักษาตัวอยู่ที่รพ.ศรีวราห์นั้น อาการยังไม่ดีขึ้นสัตวแพทย์ต้องนำเนื้อบาดแผลส่วนที่เน่าออก ต้องระวังเรื่องการติดเชื้อ ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 10 มีนาคม เจ้าหน้าที่ของค่ายไปดูอาการพบว่าเมื่อเห็นหน้าคนรู้จัก เจ้าไทเกอร์ร้องเรียกและมีน้ำตาไหล น่าสงสารและเวทนาคาดว่าน่าจะต้องเข้ารับการรักษาประมาณ 1เดือน

ด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก เปิดเผยว่า ขณะนี้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่ชี้ชัดว่าเป็นอุบัติเหตุหรือเป็นฝีมือของคน เรื่องอาวุธยังไม่มีความชัดเจน นอกจากนี้ แมวที่เลี้ยงก็เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ จะไปที่ไหนบ้างก็ไม่รู้ และระยะเวลาเกิดเหตุกับเวลาแจ้งความมีช่องว่างมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เวลาทำงานด้วย ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว ตอนนี้มีกล้อง กทม. 2 ตัว เจ้าหน้าที่กำลังไล่ดูอยู่ ส่วนกล้องในค่ายบัญชาเมฆนั้นทางนายสมบัติจะช่วยดูอีกที โดยแมวที่บาดเจ็บนั้นเชื่อว่าบาดเจ็บมาจากด้านนอก หากมีใครพบเห็นแมวหรือสามารถแจ้งเบาะแส ให้เข้ามาแจ้งได้เลยที่ สน.ลาดพร้าว

กปภ.7ห่วง2จ.แล้ง-ปรับแผนบริหารน้ำ

การประปาส่วนภูมิภาคเขต 7 ห่วง 2 จังหวัด หลังแล้งคุกคาม พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำ

กปภ.7ห่วง2จ.แล้ง-ปรับแผนบริหารน้ำ

นายทวีวัฒน์ นิ่มวรพันธุ์ ผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 7 ซึ่งดูแลรับผิดชอบ 6 จังหวัด ประกอบด้วย จ.อุดรธานี เลย หนองคาย สกลนคร นครพนม และหนองบัวลำภู เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ปัจจุบันสถานการณ์ภัยแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำลังอยู่ในช่วงวิกฤติและรุนแรงกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะใน จ.อุดรธานี และ หนองบัวลำภู ที่จะต้องจับตาดูเป็นกรณีพิเศษหลังแหล่งน้ำธรรมชาติเริ่มแห้งขอด เบื้องต้น ทางการประปาส่วนภูมิภาคเขต 7 ได้มีการปรับแผนการปล่อยน้ำในช่วงกลางคืนด้วยการลดระดับแรงดัน ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำประปาที่ส่งออกไปยังบ้านเรือนของประชาชนช้าลง ถือเป็นการประหยัดน้ำทางหนึ่ง นอกจากนี้ ยังได้ทำการประชาสัมพันธ์ เดินรณรงค์ให้ชาวบ้านใช้น้ำอย่างคุ้มค่า สำหรับกรณีการใช้น้ำช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น นายทวีวัฒน์ ระบุว่า ยังไม่น่ากังวลนักเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้จัดสรรน้ำไว้เตรียมพร้อมแล้ว แต่อาจจะลดจุดบริการรถน้ำลงจากเดิมเพื่อให้การบริหารน้ำช่วงฤดูแล้งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 7 ยืนยันว่าจะมีน้ำสำหรับอุปโภค – บริโภคไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2559 อย่างแน่นอน พร้อมขอความร่วมมือไปยังประชาชนให้ช่วยกันประหยัดน้ำและใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด

สังคมต้องช็อก! ชายวัย 65 แต่งงานกับเด็กหญิงอายุ 12

ทั่วโลกวิจารณ์ คลิปทดสอบมนุษยธรรม ชายวัย 65 แต่งงานกับเด็กอายุ 12 กลางไทม์สแควร์ เกิดผลตอบกลับทางสังคมที่ต้องตะลึง

สังคมต้องช็อก! ชายวัย 65 แต่งงานกับเด็กหญิงอายุ 12

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภาพเหตุการณ์ชายวัย 65 ปี ควงแขนภรรยาอายุ 12 ปี เดินถ่ายภาพพรีเวดดิ้งไปทั่วไทม์สแควร์ ใจกลางมหานครนิวยอร์ก ตกเป็นเป้าสายตาผู้คนและเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์สะท้อนกลับถึงความเหมาะสมในสังคมอย่างรวดเร็ว ผลงานทดสอบมนุษยธรรมล่าสุดของนักทำคลิปสารคดีชื่อดัง ถูกกล่าวถึงไปทั่วโลกอีกครั้ง

โคบี้ เพอร์ซิน (Coby Persin) เจ้าของช่องบนเว็บไซต์ยูทูปชื่อดัง ได้เผยแพร่ผลงานทดสอบมนุษยธรรมชิ้นล่าสุด ที่เรียกความสนใจให้กับผู้คนทั่วโลก หลังจากที่เขาตั้งประเด็นสงสัยที่ว่า “สังคมจะยอมรับมากแค่ไหน หากเยาวชนถูกจับแต่งงานไม่สมวัยอันควร” คลิปวิดีโอถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีผู้สนใจเป็นจำนวนมาก

ชายวัย 65 ปี ควงแขนภรรยาอายุ 12 ปี ที่ดูไม่มีความสุขนัก ออกมาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งที่ย่านไทม์สแควร์ ทันทีที่ทั้งคู่ปรากฏตัว ปฏิกิริยาของผู้คนรอบข้างเกิดความสงสัยอย่างชัดเจน มีการเผชิญหน้ากับผู้คนที่เข้ามาสอบถามต่างๆ นานา เช่น “เธออายุเท่าไหร่” , “เธอยังเด็กอยู่เลย” , “คุณทราบกฎหมายหรือไม่” , “คุณทำแบบนี้แล้วมีความสุขหรือ” ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้

ตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าสังคมยังรับไม่ได้กับการแต่งงานของเยาวชนที่ยังไม่ถึงวัยอันควร หรือเป็นการจับคลุมถุงชน บางคนยื่นมือเข้ามาเพื่อจะช่วยเหลือเด็กหญิง พร้อมกับต่อว่าชายสูงวัยที่ปฏิบัติเช่นนี้กับเด็กไร้เดียงสา

อย่างไรก็ตาม คลิปวิดีโอดังกล่าวไม่มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น ทีมงานเข้าชี้แจงและแจ้งให้ทราบว่าเป็นเพียงวิดีโอสารคดีเท่านั้น พร้อมกับขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งในการไม่สนับสนุนการแต่งงานที่ไม่เหมาะสม หรือเข้าข่ายล่วงละเมิดเยาวชนที่ยังเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมโลก

สำหรับ โคบี้ เพอร์ซิน เป็น ยูทูปเบอร์ ที่สร้างผลงานเผยแพร่ทางเว็บไซต์ยูทูป ทั้งในรูปแบบสารคดีทดสอบมนุษยธรรมในสังคม หรือ คลิปหยอกล้อแกล้งผู้คนตามที่สาธารณะ ผลงานของเขามักจะได้รับความสนใจอยู่เสมอๆ จนมียอดผู้ติดตามในยูทูปเกือบ 2 ล้านคนแล้ว

ปราบผู้มีอิทธิพล ต้องทำอย่างจริงจังและเท่าเทียม..

   ปราบผู้มีอิทธิพล,ข่าวการเมือง

   เป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างต่อเนื่อง สำหรับนโยบาย ปราบผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศ หลังจากถึงกำหนดวันดีเดย์ไปแล้ว เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่ากันว่างานนี้มีรายชื่อของผู้มีอิทธิพลมากถึง 6,000 – 7,000 คนทีเดียว โดยมีการวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ ในส่วน บุคคลที่เป็น “มาเฟีย” มีหมายจับก็ดำเนินการจับกุมตามกฎหมาย ส่วนที่เป็นแค่ผู้กว้างขวาง ยังไม่มีคดีติดตัว ให้เรียกมา “ปรับทัศนคติ” ทั้งหมด

สำหรับผู้มีอิทธิพลจำนวน 6-7 พันรายนั้น มีทั้งบุคคลทั่วไป ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ทหาร และตำรวจ โดยแบ่งเป็น 16 ฐานความผิด

งานนี้นี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เชื่อว่าภายใน 2 เดือนนี้ หลังการปฏิบัติการกวาดล้างและปราบปราม จะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลลดลง 60-70 เปอร์เซ็นต์ มั่นใจว่าสังคมจะดีขึ้น พี่น้องประชาชนจะถูกข่มขู่รังแกน้อยลง ใช้ชีวิตแบบปกติสุข

โดย ผบ.ตร.เองได้ยืนยันว่า ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล จะไม่มีการยกเว้นไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร หรือตำรวจ จะต้องดำเนินการตามแนวทางทั้งสิ้น

ก็ต้องรอดูผลงานกันว่า จะเป็นไปตามที่มีการวางเป้าหมายกันหรือไม่ งานนี้รับรองหากเดินหน้าจริงจัง ประชาชนสนับสนุน เชียร์เต็มที่อยู่แล้ว

แต่สิ่งที่หลายคนเป็นห่วงก็คือ ในการดำเนินการปราบปราม ก็ต้องว่ากันไปตามฐานความผิด และภายใต้กรอบกฎหมาย ใครมีคดี มีความผิดก็จับกุมดำเนินคดีกันไป อย่าเกินเลยไปในลักษณะ การใช้ความรุนแรงตัดตอน เหมือนอย่างในอดีต ที่มีการส่งสัญญาณจากผู้นำในการปราบปรามยาเสพติด จนนำไปสู่การฆ่าตัดตอน มากถึง 2,500 ศพมาแล้ว

และที่สำคัญคือ ในการปราบปรามก็ต้องดำเนินการอย่างจริงจังไม่ไว้หน้า หรือจงใจละเว้นใครที่เป็นพรรคพวก คนรู้จัก อะไรทั้งสิ้น ทำให้ทุกอย่างเดินไปในแนวทางที่ต้องการปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างแท้จริง เพื่อให้สังคมดีขึ้นจริงๆ ไม่ใช้นโยบายนี้มีจัดการกับกลุ่มตรงข้ามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

และหากนโยบายนี้เดินหน้าสำเร็จจริง รับรองได้ว่า นี้จะเป็นผลงานที่ประชาชนชื่นชม ไปนานเท่านาน….ต้องติดตามกันต่อไปครับ …