ปู ไปรยา สยบข่าวเม้าท์!! เคลียร์คิวดูแลแม่โน้ต ได้คะแนนรักเต็มๆ

ปู ไปรยา สยบข่าวเม้าท์!! เคลียร์คิวดูแลแม่โน้ต ได้คะแนนรักเต็มๆ

ปู ไปรยา สยบข่าวเม้าท์!! เคลียร์คิวดูแลแม่โน้ต ได้คะแนนรักเต็มๆ

ทำเอาแฟนๆ เป็นห่วงกันรัวๆ เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีข่าวเม้าท์ ข่าวมอยด์ว่า คุณแม่ของ 2 ไฮโซหนุ่มรูปหล่อ “น็อต วิศรุต” และ “โน้ต วิเศษ” ประสบอุบัติเหตุปั่นจักรยานล้มในหมู่บ้าน จนว่าที่ลูกสะใภ้คนสวยอย่างสาว “ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก” ต้องคอยพยาบาลดูแลอยู่ไม่ห่าง เพราะสะใภ้เบอร์หนึ่งของบ้าน “ชมพู่ อารยา”กำลังติดภารกิจไกลอยู่ในต่างประเทศ!!

แต่ล่าสุดขณะที่สาวปูเดินทางมาร่วมโชว์ความฟิตในงาน “อัมรินทร์ เอาท์ดอร์ อันลิมิเต็ด ไตรกีฬา 2559”เจ้าตัวก็ได้ออกมาชี้แจงว่า ตอนนี้คุณแม่ของหวานใจไฮโซยังแข็งแรงปกติดีทุกอย่าง ไม่มีให้อะไรต้องเป็นห่วง และที่สำคัญตัวเองก็ไม่ได้เฝ้าปรนนิบัติเสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำอย่างที่มีข่าวออกมาด้วย…

มีข่าวว่าช่วงนี้เราดูแลคุณแม่ พี่น็อต พี่โน้ต เพราะท่าประสบอุบัติเหตุจากการปั่นจักรยาน ?
“ไม่ต้องดูแลค่ะ คุณแม่เขาสบายดีค่ะ คุณแม่เขาดูแลตัวเองได้ สบาย (ยิ้ม)”

แต่ตามข่าวบอกว่าท่านประสบอุบัติเหตุ ?
“ไม่ค่ะ คุณแม่ท่านโอเคค่ะ แฮปปี้ เราเพิ่งจะไปทานข้าวกันเอง”

เขาบอกอีกนะว่าเราดูแลเสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำเต็มที่เลย ?
“ไม่หรอกค่ะ คุณแม่ท่านดูแลตัวเองได้ ท่านเก่ง (ยิ้ม) แต่ถ้าเจอกันก็คือจะทานข้าวปกตินะ และเดี๋ยวปูก็คงจะได้เจอกับโน้ตด้วยเหมือนกัน”

ปกติเราไปเยี่ยมที่บ้านบ่อยไหม ?
“คือเราเจอกันปกติอยู่แล้วค่ะ วันไหนว่างก็ทานข้าวกัน”

พี่โน้ตเขาแซวบ้างไหมมีข่าวว่าเราดูแลคุณแม่เขาออกมาแบบนี้ ?
“ไม่แซว ไม่แซว (ยิ้ม)”

ตามข่าวเขาก็บอกว่าเราได้คะแนนนำลูกสะใภ้อันดับ 1 ไปเลย ?
“ไม่มีทางค่ะ พี่ชมคือสะใภ้เบอร์ 1 ของบ้านค่ะ จริงๆ ค่ะ (ยิ้ม)”

พิสูจน์เส้นทางนักร้อง “ณัฐ ศักดาทร” ผลงานหรือแค่บ้านรวย!

ผมเชื่อว่าการที่เรามาอยู่ตรงนี้เราเกิดขึ้นได้เพราะว่าจากซัพพอร์ตของคนหลายๆ คน เขาลงทุนด้วยแรงทรัพย์ด้วยความรักเรา เราก็เป็นเหมือนหุ้นที่เขามาลงทุน เพราะฉะนั้นเราจงทำตัวเป็นหุ้นที่ให้กำไรกับคนที่เขามาลงทุน                    

เป็นเวลากว่า 8 ปีที่นักร้องหนุ่ม “ณัฐ ศักดาทร” หรือที่รู้จักกันว่า “นัท AF4” เดินเข้ามาสู่เส้นทางนักร้องซึ่งหากย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เขาก้าวสู่เวทีประกวดทรูอะคาเดมี่แฟนเทเชียปี4 ตอนนั้นต้องยอมรับว่าเขาคือผู้เข้าประกวดที่โดนกระแสโจมตีอย่างหนักหน่วงกับคำครหาไม่ว่าจะเรื่องของบ้านรวยเลยใช้เงินซื้อโหวตจนชนะ เสียงไม่ดีคงไปได้ไม่ไกล

แต่เมื่อเวลาผ่านไป “ณัฐ ศักดาทร” ก็ได้พยายามพิสูจน์ด้วยผลงานเพลงและต่อยอดพัฒนาตัวเองขึ้นไปกับผลงานต่างๆ และวันนี้ 8 ปีผ่านไปนัทก็กลายเป็นศิลปินแถวหน้าในวงการเพลงที่ซิงเกิ้ลเพลงได้การยอมรับอาทิ ครั้งหนึ่งในชีวิต คิดถึงดังดัง รักเธอคนเดียว และอีกมากมาย อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของเขาให้ผ่านช่วงเวลาความกดดันจากคำดูถูกและคำครหาต่างๆ มาได้ Sanook! News พร้อมแล้วที่จะพาหนุ่มนัทมาเปิดใจแบบหมดเปลือกที่แรกและที่เดียว

จุดประกาย ‘ความฝัน’ การเป็นนักร้อง

ณัฐเล่าว่าจุดประกายความฝันการเป็นนักร้องของตนนั้นเกิดจากวันนึงไปรับพี่สาวในงานคอนเสิร์ตและทำให้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศคอนเสิร์ตครั้งแรกและรู้สึกสนุกจึงเริ่มมีฝันอยากจะเป็นนักร้อง

“พี่สาวผมไปดูคอนเสิร์ตของพี่อ้อมและพี่ทาทาและบังเอิญว่าผมไปรับพี่สาวกับแม่ก็เลยมีโอกาสได้ดูคอนเสิร์ตช่วงสุดท้าย เพราะมันเล่นที่กลางแจ้งและตอนนั้นพอเราได้สัมผัสบรรยากาศคอนเสิร์ตแบบสดๆ ครั้งแรกในชีวิตเราก็รู้สึกว่ามันสนุกจังมันมีความสุขจังเราสัมผัสได้เราตื่นเต้นไปกับมัน และคิดว่ามันเจ๋งอยากทำอย่างนี้ได้บ้างอยากไปอยู่บนเวทีและทำให้คนเขาสนุกแบบนี้ก็เลยอยากเป็นนักร้อง แต่ตอนนั้นก็อายุแค่เพียง 11-12 ปีเองครับ” นัทเริ่มเล่า

ตามล่าฝันสู่เวทีประกวดกับคำครหา ‘บ้านรวยซื้อทุกอย่างได้’

“ผมมาประกวด AF หลังจากที่ผมเรียนจบที่อเมริกาช่วงนั้นก็อายุ 22 และเรามาจากการไปใช้ชีวิตเรียนอยู่ต่างประเทศกว่า 8 ปีที่นั้นก็จะเจอสังคมที่เปิดกว้าง แต่พอตัดสินใจมาประกวดสิ่งแรกที่ผมโดนว่าเป็นคนรวยแล้วมาประกวดทำไมอันนี้ผมก็งงๆ หรือว่าคุณมาประกวดคุณใช้เงินซื้อทุกอย่างเราก็รู้สึกว่าไม่ใช่คนรวยทุกคนที่เป็นนะ คือตอนที่ผมเรียนอยู่ที่อเมริกาผมจะเจอสังคมที่เขาให้เคารพในความแตกต่างและอีกอย่างต้องไม่เหมารวมทั้งสิ้น พอเรามาประกวดและโดนอย่างนี้ตลอดเวลามันก็ค่อนข้างตกใจเหมือนกัน จริงๆ ตอนนั้นผมอยากเป็นนักร้องที่แกรมมี่และผมลองทำเทปที่แกรมมี่แล้วไม่ผ่านเราก็รู้สึกว่าถ้ามันมีโอกาสอื่นๆ เราก็ต้องวิ่งหามันก็เลยไปประกวด AF และก็เจอคำครหาสารพัดมาตลอดครับ”

ถามว่าอยู่อย่างไรกับความกดดันคำครหาที่โดนโจมตีอย่างหนักหน่วง นัทบอกว่า แค่เราสู้ไม่ยอมแพ้คำพูดทั้งหลายก็ทำอะไรเราไม่ได้

“ตอนที่อยู่ในช่วงแข่งขันผมไม่ได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกระแสมีอะไรเพราะเราอยู่ในบ้าน แต่พอออกมาแล้วคือตกใจเป๋ๆ ไปเหมือนกันแต่เราก็ยังโชคดียังมีกลุ่มคนที่รักและเชียร์เราอยู่เราก็เลยต้องมองและพยายามมองในมุมบวก เราต้องรู้ว่าเป้าหมายเราคืออะไร และเราจะต้องรู้ว่าคนที่เขาไม่ได้หวังดีกับเรา เราจะให้คนที่ไม่หวังดีกับเรามากำหนดชีวิตเราหรือเราจะพยายามทำให้มันถึงที่สุด ผมว่าคนเรามันเลือกได้ว่ามันมีทั้งพลังลบพลังบวกเข้ามาในชีวิตเราเลือกได้ว่าเราจะจมปรักกับพลังลบที่คนอื่นยื่นมาใส่เรา หรือเราจะพยามยึดเอาพลังบวกเป็นตัวที่ถีบเราไปข้างหน้าต่อไป ถ้าเรายึดเอาพลังลบเราก็จะได้แค่นั้นแหละและก็จะเป็นไปตามในสิ่งที่คนเขาด่า” นัทเล่าก่อนจะเผยต่อไปอีกว่า

“แต่ในช่วงเวลานั้นที่ผมโดนว่าเยอะๆ ผมมีความเชื่ออยู่อย่างว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันต้องมีเหตุผลของมันและผมก็เชื่อว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นเพื่อทำให้เราเข้มแข็งยังไงเราต้องผ่านเรื่องนี้ไปแล้วเราจะเข้มแข็งขึ้นมากๆ จนแปดปีผ่านไปวันนี้ผมรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นเพื่อให้ผมเป็นตัวแทนคนๆ หนึ่งโดนเรื่องร้ายมาเยอะๆ ในการประกวดบนเส้นทางนี้แล้วยังรอดมาได้ แปดปีที่ผ่านมาเพื่อมาบอกทุกคนว่าโดนเรื่องหนักแค่ไหนก็ไม่ตายถ้าเราไม่ยอมแพ้จริงๆ ผมเป็นข้อพิสูจน์ข้อหนึ่งเลยนะถ้าคุณย้อนกับไปแปดปีที่แล้วกับตอนนี้ก็รอดมาได้นี่หว่า มันก็แปลว่าถ้าผมยังรอดมาได้เรื่องคนอื่นๆ ในชีวิตที่เจอมามันก็รอดมาได้เหมือนกันเพียงแค่เราสู้ไม่ยอมแพ้มันทำอะไรเราไม่ได้หรอกพวกคำพูดทั้งหลาย”

แม้ว่าจิตใจลึกๆ จะพยายามต่อสู้และพิสูจน์คำดูถูกแค่ไหน นัทเผยว่า คำบางคำก็บั่นทอนและยังจำฝังใจไม่เคยลืม

“จำได้คำที่ว่าแม่ซื้อทุกอย่างแม่ทุ่มหมดได้ตำแหน่งมาภูมิใจหรอ แต่คือเรารู้อยู่ว่าครอบครัวเราไม่ได้จ่ายเยอะอะไรขนาดนั้นเราไม่โง่จ่ายเยอะขนาดนั้นหรอก เงินที่จะเอามาโหวตเอาไปสร้างบ้านใหม่ดีกว่า คือคนก็สบประมาทไว้เยอะแหละครับว่าเราซื้อมาบ้างหรือว่าเราไม่มีใครเชียร์เลยนอกจากครอบครัวเราเองคือบางคนจะคิดอย่างนี้จริงๆ แต่ทุกวันนี้ก็เห็นแล้วล่ะว่าเราก็มีแฟนคลับแฟนเพลง และก็มีที่บอกว่าเสียงไม่ได้เรื่องร้องสู้คนอื่นในรุ่นไม่ได้แบบนี้ไปได้ไม่ไกลหรอก แต่ว่าก็อยู่มาแปดปีแล้วนะ สุดท้ายก็มีเพลงเป็นที่รู้จักหลายเพลงคือผมรู้สึกว่าผมไม่ชอบในสิ่งที่คนเขาดูถูกไว้ผมจะต้องเป็นอะไรที่เกินกว่านั้นให้คนเขาเห็นเราจะรู้สึกว่าเราจะไม่ยอมแพ้จนกว่าเราจะไปถึงจุดที่มันเกินสิ่งที่เขาพูดไว้”

ชีวิตไม่ง่ายเพราะระหว่างทางที่ต่อสู้กับคำดูถูก นัทเล่าว่า ตัวเองนั้นก็ต้องต่อสู้กับความท้อแท้ควบคู่ไปด้วยเช่นกัน

“ความท้อแท้มันมีอยู่แล้วครับมันก็เหมือนการวิ่งมาราธอนการวิ่งมันจะมีจุดให้น้ำเพื่อเติมพลัง วิ่งในความฝันก็เช่นกันมันเหมือนเราต้องเติมอะไรที่เป็นพลังบวกเติมมุมมองดีๆ หาแรงบันดาลใจดีๆ ซึ่งอาจจะดูตัวอย่างคนนั้นคนนี้ แต่ผมมาถึงตอนนี้ก็ภูมิใจนะ ผมจำได้เลยว่ามันมีกระทู้พันทิปหรือแม้แต่คอมเม้นท์ในยูทูปที่พอฟังเพลงเราหลังๆ แล้วเขาบอกว่าตอนนั้นเขาไม่เชียร์แต่ตอนนี้เขายอมรับแล้วคำเหล่านี้มันทำให้เราไม่ใช่แค่ภูมิใจในตัวเอง แต่เรารู้สึกดีที่เราทำให้คนที่เขาเชียร์เราได้รู้สึกว่าเขาเชียร์คนถูกแล้ว มันก็เป็นความภูมิใจที่เราก็พิสูจน์ให้เขาเห็นจริงๆ ว่าเราไม่ได้มาเล่นๆ เรามาอย่างตั้งใจนี่คือสิ่งที่เรารักและอยากทำในอาชีพนักร้องผมรู้สึกว่าผมประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งผมมองว่าการจะอยู่ตรงนี้ได้เราต้องไม่หยุดเราต้องเพิ่มความสามารถตัวเองเรื่อยๆ ครับ”

ปิดท้ายกันที่แนวคิดการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางนักร้องของตนเองนั้น นัทบอกว่า เป็นคนที่เลือกใช้ชีวิตและคิดว่าตัวเองนั้นเหมือนหุ้นที่ให้กำไรผู้อื่น

“ผมเชื่อว่าการที่เรามาทำอาชีพตรงนี้เราเกิดขึ้นได้เพราะว่าจากซัพพอร์ตของคนหลายๆ คน คนที่เป็นนักร้องคนที่เป็นอาชีพสาธารณะก็มีแฟนๆ ของเรานั้นแหละมาลงทุนกับเรา อย่างผมก็คือชัดเจนมากเพราะเขาโหวตให้เราลงทุนด้วยแรงทรัพย์ด้วยความรักเรา ก็เหมือนเป็นหุ้นที่เขามาลงทุนแล้วเวลาคนเล่นหุ้นเขาต้องการอะไร เขาต้องการเห็นว่ามันได้กำไรเพราะฉะนั้นถ้าเราจะรักษาเขาไว้ได้เราก็จะต้องเป็นหุ้นที่กราฟมันขึ้น มันก็คือเราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เราต้องหาโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเอง เราต้องเก่งขึ้นเราต้องดีกว่าเดิมมันถึงจะเป็นหุ้นที่น่าลงทุน แต่ถ้าเมื่อเราที่เราเป็นหุ้นที่ตกคนที่มาลงทุนกับเราเขาจะรู้สึกแย่และบางคนเขาก็จะหายไป จริงๆ ถ้าเราทำตัวเป็นหุ้นที่น่าลงทุนที่ได้กำไรยังไงเราก็มีทางไปต่อเรื่อยๆ เราจะมีคนอยากซัพพอร์ตเราอยากลงทุนกับเราเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นในชีวิตเราต้องทำตัวเป็นหุ้นที่ให้กำไรกับคนที่เขามาลงทุนกับเราครับ”

ตลอดการสัมภาษณ์ “ณัฐ ศักดาทร” นักร้องคนนี้เขาทำให้เราเชื่อว่าการมองโลกในแง่บวกบางครั้งไม่ใช่โลกสวยแบบที่ใครๆ ต่างพูดกัน แต่การเป็นคนคิดบวกนั้นนำมาซึ่งพลังด้านดีที่ส่งผลทางด้านจิตใจให้มีพลังสู้กับอุปสรรคต่างๆ เพียงแค่ต้องใช้เวลาอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเองหากคุณไม่ยอมแพ้ตั้งแต่กลางทางวันหนึ่งคำว่าประสบความสำเร็จก็จะรออยู่ที่เส้นชัยนั่นเอง

รอบปฐมทัศน์ เจ้าเวหา ซุป’ตาร์ สง่างามบนพรมแดง

รอบปฐมทัศน์ เจ้าเวหา, ซุปตาร์ ,พรมแดง

เวอร์วังอลังการจริงๆ สำหรับงานเปิดตัวรอบปฐมทัศน์ทีวีซีรีย์ “เจ้าเวหา” ตอนฝั่งน้ำจรดฝั่งฟ้า ที่จัดขึ้น ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ สยามพารากอน พร้อมขนทัพนักแสดง ไม่ว่าจะเป็น นัท มีเรีย, อั้ม อธิชาติ, นุ่น วรนุช, แพนเค้ก เขมนิจ, ติ๊ก เจษฎาภรณ์, จีจ้า ญาณิน และอีกมากมาย มาร่วมเดินพรมแดง ภายใต้ธีม Militancy Chic พร้อมชมความยิ่งใหญ่ของกองทัพนักรบหน่วยซีล จากกองบัญชาการที่แต่งตัวมาอย่างเต็มยศในชุดทหาร ตลอดจนโชว์แสดงสดจากวงดุริยางค์ทหารบก

ซึ่งงานนี้ทีมข่าว Sanook! News ก็ไม่พลาด ที่จะเก็บภาพความยิ่งใหญ่และความประทับใจภายในงานมาฝากแฟนกันอีกเช่นเคย และต้องขอย้ำเลยว่างานนี้ผู้จัดสาวคนเก่ง นัท มีเรีย เขาจัดได้อลังการสมการรอคอยจริงๆ!!!

โบว์ แวนดา ไขข้อสงสัยเท้าปริศนา เชื่อ ปอ ทฤษฎี ยังอยู่ข้างๆ

โบว์ แวนดา ไขข้อสงสัยเท้าปริศนา เชื่อ ปอ ทฤษฎี ยังอยู่ข้างๆ

เกิดเป็นกระแสฮือฮาขึ้นมาทันที เมื่อภาพถ่ายแบบจากนิตยสารสุดสัปดาห์ ที่ได้คุณแม่คนสวย “โบว์ แวนดา สหวงษ์” ควงคู่สาวน้อยจอมแก่น “น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์” เผยแพร่ออกให้แฟนๆ ได้ชื่นชม แต่กลับมีคนตั้งข้อสังเกตถึงรูปภาพรูปหนึ่ง ที่ดูยังไงเท้าก็ไม่เหมือนของแม่โบว์ แต่ดูคล้ำ และใหญ่ผิดปกติ

ล่าสุด พอมีโอกาสได้เจอ โบว์ แวนดา เจ้าตัวเลยได้ออกมาเผยให้ฟังว่า แล้วแต่คนจะมองเพราะคิดได้หลายแบบ อาจจะเป็นที่มุมเงาแสงมากระทบก็ได้ แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าสามี “ปอ ทฤษฎี” ยังไม่ไปไหน คอยอยู่ข้างๆ ตลอด พร้อมเผยถึงวินาทีที่น้องมะลิเรียกพ่อจ๋า ขณะไปถ่ายแบบที่ทะเล

“เห็นตัวเองในนิตยสาร ก็รู้สึกว่านานมากแล้วที่ไม่ได้สวยแบบนี้ (เขิน) เห็นตัวเองก็ใช้ได้นะ ส่วนภาพรอยเท้าปริศนาโบว์เพิ่งได้เห็นตอนเย็นนี่เอง ก็หลากหลายแนวความคิด อาจจะเป็นทั้งเงา แสง แต่พอดูแล้วก็เหมือนเท้าผู้ชาย คือถ้าไม่ใช่ในแนววิทยาศาสตร์ แต่เป็นแนวอื่น เราดีใจนะ(ยิ้ม) เหมือนเขาอยู่กับเราด้วย โดยส่วนตัวแล้วโบว์จะรู้สึกด้วยตัวเอง ว่าเขายังอยู่หรือไม่อยู่ แต่ด้วยภาพมันก็ตีได้หลายอย่าง แสงกระทบบ้าง มุมกล้องบ้าง”

“ในวันที่ถ่ายวันนั้นพาน้องไปเดินเล่น คือพอดีเดี๋ยวจะมีปาร์ตี้ เราก็พาน้องไปเดินเล่นตรงริมชายหาดที่ไม่มีคน แล้วอยู่ๆ น้องก็ชี้ไปที่ทะเล แล้วบอกว่า พ่อจ๋า และยกมือสวัสดี เราก็ถามว่าพ่อจ๋าอยู่ไหน เขาก็ชี้ไปที่เดิม เราบอกงั้นเดินไปหาพ่อจ๋า เขาก็เดินลงชายหาดไป โบว์เลยบอกไปว่าไม่ต้องแล้วให้บอกพ่อจ๋าไปกินข้าวกัน มะลิก็หันมาบอก ข้าวๆ แล้วเดินขึ้นมา เราก็มีความรู้สึกว่าเหมือนเขาก็มาด้วย ตอนนั้นเราก็รู้สึกนะคะ แต่ถ้าวันไหนเขาไม่อยู่เราก็รู้สึกว่าไม่อยู่ อย่างก่อนหน้าที่จะไปถ่ายแบบที่เกาะกูด น้องในหมู่บ้านที่สนิทกับพี่ปอ เขาก็ฝันก่อนหน้าที่เราจะไปสามวันว่า ช่วยไปบอกพี่โบว์ให้หน่อยว่าให้เก็บเสื้อผ้าและยากันยุงน้อง เขาจะไปทะเลด้วย แต่น้องที่ฝันเขาไม่รู้ว่าเรากำลังจะไปถ่ายแบบที่นี่ ก็เลยประจวบเหมาะพอดี คือเขาอาจจะไปด้วยก็ได้”

“เวลาโบว์จะไปไหน โบว์ก็จะบอกเขาทุกวันค่ะ ทุกวันที่ออกจากบ้าน หรือวันไหนที่ไม่ได้ไปทำงานแต่พาน้องไปเที่ยว ก็จะบอกเขาตลอดว่า ให้เขาไปด้วยนะ ถ้าพี่ปอยังอยู่ก็ขอให้ไปด้วยนะ เขาก็คงจะห่วงเพราะส่วนใหญ่เวลาไปไหนมาไหน เราก็จะไปด้วยกันทั้งสามคน อยู่บ้านก็จะอยู่กันสามคน ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แนวนี้ โบว์มองเป็นเรื่องที่ดี เพราะทุกวันนี้โบว์จะพยายามไม่ร้องไห้ ไม่รู้สึกทุกข์ใจ เพราะถ้าเขายังอยู่จะได้เห็นเรามีความสุขนะ เขาจะได้ไปดี จะได้ไม่กังวล”

“ส่วนเรื่องงานร้อยวันนั้น คุณปู่คุณย่าเตรียมตัวแล้ว ด้านสถานที่เรากำลังคุยกันอยู่ เตรียมกันอยู่ ส่วนกำหนดวันท่านก็กำหนดเรียบร้อยแล้ว แต่ไว้เดี๋ยวบอกอีกทีนึงค่ะ แต่เดี๋ยวจะทำบุญ 50 วันก่อนที่กรุงเทพฯ ส่วนครบร้อยวันจะไปทำที่บุรีรัมย์”

“หลังจากนี้งานของมะลิก็ยังมีเรื่อยๆ นะคะ คุณอาเขาก็ช่วยๆ ดูให้อยู่ เราก็ไม่ได้ถามทุกวันว่าเป็นยังไง แต่คุณอาจะบอกว่างานนี้โอเคไหม เหนื่อยไหม พักก่อนไหม เราคุยกันก่อน อย่างวันนี้มีป้ายไฟน้องมะลิด้วย น่ารักมากเลย พี่คนนี้เขาไปตั้งแต่ที่โรงพยาบาลแล้ว ก็จะเห็นแฟนคลับของน้องๆ ตั้งแต่ที่ โรงพยาบาลที่มาให้กำลังใจพี่ปอตั้งแต่ตอนนั้น จนถึงทุกวันนี้ เรายังเห็นกันอยู่ ไม่รู้จะขอบคุณยังไง ขอบคุณจริงๆ ที่ยังรักกันเหนียวแน่นมาก(ยิ้ม)”

เล็กๆ แต่อบอุ่น ปาร์ตี้วันเกิด พี่เกล้า ผจก.ส่วนตัวใหม่ ดาวิกา

 เล็กๆ แต่อบอุ่น ปาร์ตี้วันเกิด พี่เกล้า ผจก.ส่วนตัวใหม่ ดาวิกา

  เบื้องหลังความสำเร็จของนางเอกสาวพันล้าน ใหม่ ดาวิกา ในทุกวันนี้ ก็มาจากผู้จัดการส่วนตัวคนเก่ง พี่เกล้า น้ำพราว ที่คอยสนับสนุนและหางานมาป้อนให้ตลอด ซึ่งใหม่ ดาวิกา นั้นนับถือพี่เกล้ามาก เรียกว่าเป็นแม่คนที่สองเลยก็ว่าได้

และล่าสุดเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ของพี่เกล้า เราก็ได้เห็นภาพความสนิทและความรักของทั้งคู่ ซึ่งวันเกิดในปีนี้พี่เกล้า จัดในธีมแวมไพร์ เรียกว่ารวมคนที่รักพี่เกล้าไว้ในงาน นำทีมโดยลูกรัก ใหม่ ดาวิกา,มิ้นต์ ชาลิดา,เก๋ ชลดา,พี่ใหญ่ อมาตย์,คิด เบจรงคกุล ทุกคนแต่งตัวมาแนวหลอนๆ เหมือนกัน เรียกว่าเป็นงานที่ส่วนตัวมาก จัดขึ้นที่ร้านกาแฟของใหม่

ถึงจะเล็กๆ มีคนมาร่วมงานไม่เยอะ แต่ก็ดูอบอุ่นมากจริงๆ สุขสันต์วันเกิดนะคะพี่เกล้า

ฉลองแต่งงาน โบ ชญาดา & แบงค์ กฤชพล ดาราไฮโซเพียบ!

ฉลองแต่งงาน โบ ชญาดา & แบงค์ กฤชพล ดาราไฮโซเพียบ!

   เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งงานที่เพื่อนพ้องในวงการบันเทิงและคนในแวดวงสังคมได้มารวมตัวกัน เพื่อแสดงความยินดีกับคู่รักคู่หวาน “โบ ชญาดา” กับหนุ่มอบอุ่น “แบงค์ ร.อ.กฤชพล” ที่เข้าพิธีมงคลสมรสอย่างชื่นมื่นในฤกษ์ดีวันนี้ 4 มีนาคม ท่ามกลางแขกผู้ใหญ่และคนสนิทมากมาย

บรรยากาศในช่วงค่ำ สาวโบ กับ หนุ่มแบงค์ ได้จัดพิธีฉลองมงคลสมรส ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเตล กรุงเทพฯ เรียกได้ว่าหรูหราอลังการ สมกับความรักที่ยิ่งใหญ่ของคู่นี้ เหล่าดาราและไฮโซจำนวนมาก ร่วมมาอวยพรและเป็นสักขีพยานให้แก่ทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็น ฟลุค เกริกพล, นาตาลี เจียรวนนท์, ปิ่น เก็จมณี, วุ้นเส้น วิริฒิภา หรือ กรณ์ ณรงค์เดช เป็นต้น

ฮาหน้าคว่ำ! พีค ลิปซิ้งเพลงไม่รักไม่ต้อง คว่ำยังไงไปดู

 

new20-1-0303

เรียกว่าเป็นนางเอกสายฮาไปแล้วสำหรับ พีค ภัทรศยา ที่โดดมารับบท แนทตี้หรือ อีแหนด ในซีรีส์Diary Tootsies The Series ที่ตอนนี้กระแสดีเกินคาดและมีคลิปฮาๆ ออกมาให้แฟนๆ ได้ดูกันเช่นคลิปนี้เป็นการลิปซิ้งเพลงที่น่ารักและฮาจนหน้าคว่ำ ฮาาาh

https://www.instagram.com/peakpattarasaya/

โบว์ คิดถึง ปอ โพสต์ภาพหวาน อ้อมกอดยังอบอุ่นเสมอ!

   โบว์ คิดถึง ปอ โพสต์ภาพหวาน อ้อมกอดยังอบอุ่นเสมอ!

   คิดถึงคนบนฟ้า!!! โบว์ แวนดา โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @vanda29 เป็นภาพคู่แสนหวานขณะยืนกอด+จับมือกับสามีสุดรัก ปอ ทฤษฎี พระเอกผู้ล่วงลับ ณ ทริปเที่ยวต่างประเทศในวันวาน นอกจากนี้ยังมีภาพจากบรรดาเพื่อนและคนใกล้ชิดของทั้งคู่ที่ทยอยปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่า สาวโบว์ มักจะจูงมือ หนุ่มปอ ที่ต้องใช้ไม้เท้าพยุงช่วยเดิน แสดงถึงความรัก ความห่วงใยที่มีให้แก่กันตลอดเวลา ซึ่งเป็นภาพที่น่ารักและอบอุ่นมาก ยิ่งดูก็ยิ่งคิดถึงคนบนฟ้า…

สามีไม่ว่า?? กุ๊บกิ๊บ พลิ้ว สวมส้นสูงอุ้มท้องโย้

 dbu[

    ส้นสูงกับผู้หญิงจัดว่าเป็นของคู่กันเลยนะฮ๊าาา เรียกว่าหุ่นสวยเพรียวเรียวน่ามองก็เพราะมีเจ้าส้นสูงนี่แหละที่เป็นตัวช่วยอยู่บ้าง เหมือนสาวร่างเล็กอย่าง กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ คนนี้ ที่แม้จะตัวไม่สูงแต่ได้ส้นสูงมาช่วยให้ดูดี ซึ่งดูเหมือนเจ้าตัวจะติดส้นสูงมากไปหน่อยนะ เพราะเวลานี้ท้องป่องท้องโย้ท้องโตจวนจะคลอดในอีกไม่กี่เดือนแล้ว แต่คุณเธอยังไม่วายปล่อยวางจากรองเท้าส้นสูงเลย ยังคงใส่ออกงานอยู่เรื่อยๆ    

     ภาพล่าสุดในอินสตาแกรมของเจ้าหล่อนก็เช่นกัน ร่างพลิ้วปลิวลมหมุน 180 องศาอยู่บนส้นสูงคู่โปรด ตายๆๆ บรรดาแฟนคลับเห็นแล้วร้องซี๊ดเลย เพราะมันหวาดเสียวเป็นบ้า เสียวว่าแม่เจ้าประคุณจะสะดุดร่วงลงมาจากรองเท้าที่มีความสูงหลายนิ้วนั่นเอง แหมๆๆ ก็ไม่รู้ว่าสาวกุ๊บกิ๊บเธอคิดยังไงกับเรื่องนี้เนอะ จะติดส้นสูงมาก จะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องน่ากังวล หรือจะรอคนมาหยิบไปเป็นประเด็นอ๊ะเปล่า เอาเถอะๆๆ ของแบบนี้ระวังไว้บ้างก็ดีนะหนู เพราะสรีระไม่ได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว ท้องโย้โตขึ้นทุกวันๆๆ พลาดขึ้นมามันจะแย่เอานะเออ เดี๋ยวสามีอย่างหนุ่ม บี้ ธรรศภาคย์ จะหัวใจวายซะก่อน อิอิ

งานยุ่งจัด!! หวงเสี่ยวหมิง แทบไม่พบ แองเจล่าเบบี้ หลังแต่งงาน

   งานยุ่งจัด!! หวงเสี่ยวหมิง แทบไม่พบ แองเจล่าเบบี้ หลังแต่งงาน

   จดทะเบียนสมรสและอยู่กินกันมานานกว่า 9 เดือน แต่ไม่น่าเชื่อว่าพระเอกหนุ่ม หวงเสี่ยวหมิง (Huang Xiaoming) กับภรรยาหน้าสวย แองเจล่าเบบี้ (Angelababy) หรือ หยางอิง จะมีงานรัดตัวมากจนแทบไม่มีเวลาเจอหน้ากัน แหล่งข่าวจาก http://hk.on.cc ระบุว่ากว่า 9 เดือนที่ผ่านมา หวงเสี่ยงหมิงและแองเจล่าเบบี้ พบหน้ากันเพียง 15 วันเท่านั้น โดยล่าสุดพวกเขาได้กลับไปฉลองเทศกาลตรุษจีนกันซึ่งก็มีเวลาได้อยู่ด้วยกันแค่ 3 วันเท่านั้น คิวงานมากมายนั้นทำให้พวกเขาไม่มีเวลาไปฮันนีมูน และไม่ต้องคิดถึวเรื่องมีลูกเลยเพราะไม่มีเวลาจริงๆ … ขยันทำงานขนาดนี้เอาเงินไปเก็บไว้ทีไหนจ๊ะ???