การบินไทยจัดเที่ยวบินพิเศษนำผู้แสวงบุญ

การบินไทยจัดเที่ยวบินพิเศษนำผู้แสวงบุญ

การบินไทยจัดเที่ยวบินพิเศษนำผู้แสวงบุญ

บริษัท การบินไทย จัดเที่ยวบินพิเศษ นำผู้แสวงบุญฮัจญ์สู่ซาอุดีอาระเบีย รวม 13 เที่ยวบิน

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทย จัดบริการเที่ยวบินพิเศษ ขนส่งผู้แสวงบุญชาวไทยมุสลิมจากภาคใต้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เส้นทางหาดใหญ่ – มะดีนะห์ และ นราธิวาส – มะดีนะห์ โดยเที่ยวบินแรกออกจากท่าอากาศยานหาดใหญ่เวลา 08.00 น. และออกจากท่าอากาศยานนราธิวาส เวลา 11.50 น. ในวันนี้ ซึ่งตรงกับวันแรกของเทศกาลแสวงบุญดังกล่าว ตามที่คณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ได้มีมติมอบหมายกระทรวงคมนาคม โดยการบินไทยเป็นผู้ดำเนินการจัดเที่ยวบินพิเศษเช่าเหมาลำ ขนส่งผู้แสวงบุญจากภาคใต้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นประจำทุกปี

ซึ่งปีนี้การบินไทยได้เตรียมการจัดเที่ยวบินพิเศษเช่าเหมาลำขนส่งผู้แสวงบุญเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ จำนวน 13 เที่ยวบิน โดยเที่ยวบินขาไป ทำการบินออกจากท่าอากาศยานนราธิวาส จำนวน 4 เที่ยวบิน ในวันที่ 4 – 5 สิงหาคม 2559 และออกจากท่าอากาศยานหาดใหญ่ จำนวน 9 เที่ยวบิน ระหว่างวันที่ 4 – 9 สิงหาคม 2559 ไปยังเมืองมะดีนะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส เอ330-300 สามารถรองรับผู้แสวงบุญได้ประมาณ 3,757 คน โดยตลอดการเดินทาง บริษัท ฯ ได้มุ่งเน้นความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการตรงต่อเวลาในทุกเที่ยวบิน พร้อมทั้งให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในทุกเที่ยวบินพิเศษ ที่ผลิตโดยครัวฮาลาลของการบินไทย ซึ่งมีขั้นตอนการประกอบอาหารเป็นไปตามหลักของศาสนาอิสลามและได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล HAL-Q

ทั้งนี้ ผู้แสวงบุญที่มีความประสงค์จะเดินทางขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารและข้อปฏิบัติในการเดินทางได้ที่สมาคมผู้ประกอบการกิจการฮัจย์ภาคใต้ หรือที่สำนักงานขายการบินไทยหาดใหญ่ โทร. 0-7423-3433 ระหว่างวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

สมคิดเปิดศูนย์ออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์

สมคิดเปิดศูนย์ออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์

สมคิดเปิดศูนย์ออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์

   ‘รองนายกฯสมคิด’ เปิดศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ แนะอุต ฯ เอกชน เข้าพัฒนาสินค้า OTOP SMEs เกิดการสร้างมูลค่า ด้าน รมว.อุตฯ สั่ง คณะทำงานออกแผนช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์ OTOP SMEs

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Design Center) ว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมและ SMEs จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งปัจจุบัน และในอนาคต การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ จะมีประโยชน์อย่างมากในเรื่องของนวัตกรรมใหม่ การผลักดันให้เกิดนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ การออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เช่น บริษัท Apple ที่เริ่มจากการออกแบบ เลือกวัตถุดิบ วัสดุและการผลิต แตกต่างจากไทยที่เริ่มจากการรับจ้างผลิต OEM ดังนั้น หากไทยจะก้าวเข้าสู่โมเดลประเทศไทย 4.0 จะต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะการ ช่วยเหลือพัฒนาออกแบบ สินค้า OTOP และ SMEs เพื่อให้เกิดการสร้างนวัตกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพสินค้า

โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย จะต้องลงไปวางแผนช่วยเหลือในด้านนี้ เพื่อยกระดับจากสินค้าชุมชน สู่สินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนจากโครงสร้างเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเพิ่มมูลค่าไปสู่การสร้างมูลค่า โดยประเทศไทยจะต้องเป็น Thailand Stand up ทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่ Thailand Start up  เพราะอนาคตทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่หน้าที่ขอวงรัฐเพียงอย่างเดียว และต้องร่วมมือจากภายในและต่างประเทศ สร้างให้เกิดสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และฝากความหวังการดำเนินการตามแนวทางประชารัฐ

รมว.อุตฯสั่งออกแบบผลิตภัณฑ์OTOP

นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีคุณภาพสูง จะต้องมีการดำเนินงานครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดทิศทางการดำเนินงาน ด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น เพื่อขับเคลื่อนตามนโยบายประเทศไทย 4.0 จึงจัดตั้งศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Thailand Industrail Design Center) ให้เป็นศูนย์กลางออกแบบระดับชาติ ที่จะเป็นสื่อกลางประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ยกระดับการออกแบบของไทยให้มีมูลค่าที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้คณะทำงานพัฒนาการออกแบบและสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมไทย (High Value Thailand) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานและการพัฒนาเอสเอ็มอี จัดทำนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ในการช่วยเหลือสินค้า OTOP และ SMEs ให้มีความสามารถในการแข่งขันและยกระดับสินค้าเข้าสู่ตลาดระดับบน รวมทั้งนำนักออกแบบภาคเอกชน และนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 ของมหาวิทยาลัยเข้ามาร่วมพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการให้ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 10,000 ราย จากเดิมอยู่ที่ปีละ 1,000 ราย โดยประเมินว่า หากมีการออกแบบเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ จะช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมไม่ต่ำกว่า 5 – 10 เท่า

กสทช.จ่อถกความมั่นคงหารือกรณีเนื้อหาไม่เหมาะสม

กสทช.จ่อถกความมั่นคงหารือกรณีเนื้อหาไม่เหมาะสม

กสทช.จ่อถกความมั่นคงหารือกรณีเนื้อหาไม่เหมาะสม

กสทช. เตรียมเชิญหน่วยความมั่นคง หารือประเด็นสัมภาษณ์ ‘สุลักษณ์’ ช่องสปริงนิวส์ และวอยซ์ ทีวี กรณีเนื้อหาไม่เหมาะสม – เตรียมหารือประเด็นสนับสนุนโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย กรณีถ่ายทอดสดโอลิมปิก

นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สายงานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กสท. ว่า ที่ประชุม ยังไม่มีการพิจารณาในประเด็นการตรวจสอบ รายการเผชิญหน้า Face Time ที่มีการสัมภาษณ์ นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หัวข้อ “ดราม่า… เนติวิทย์ เด็กเกรียนหรือหัวก้าวหน้า ไม่หมอบกราบ พิธีถวายสัตย์” โทรทัศน์ ช่องสปริงนิวส์ ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมอาจขัดต่อมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และกรณีช่องวอยซ์ ทีวี ออกอากาศเนื้อหารายการ Tonight Thailand อาจมีลักษณะต้องห้ามมิให้ออกอากาศ ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 93/2557 และฉบับที่ 103/2557 ที่ขัดต่อข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลง ที่ทำร่วมกับสำนักงาน กสทช.

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 เรื่องนี้จะต้องมีการเชิญตัวแทนหน่วยงานความมั่นคง ที่เกี่ยวข้องมาให้ความเห็นเพิ่มเติม ซึ่งจะมีการประชุมหารือกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

กสทช.ออกหนังสือยุติCTHออกอากาศ1ก.ย.

นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สายงานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้า การยุติการออกอากาศของ บริษัท CTH จำกัด (มหาชน) ในทุกแพลตฟอร์ม ตั้งแต่ 1 กันยายน 2559 เวลาเที่ยงคืนเป็นต้นไปนั้น ขณะนี้ คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีความเห็นว่าแผนเยียวยาที่ส่งมาก่อนหน้านี้ยังไม่ครอบคลุม ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลก่อนส่งให้ กสท. พิจารณา ในวันที่ 8 สิงหาคม นี้

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นสำนักงานได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนถึง CTH ให้ดำเนินการตามขั้นตอนขอยุติแล้ว นอกจากนี้ ทางคณะกรรมการ กสท. เตรียมประชาสัมพันธ์ดิจิตอลทีวี ไปยังพื้นที่ 8 จังหวัด โดยใช้งบประมาณ 53 ล้านบาท ตามแผน ทีโออาร์ ที่ค้างไว้ตั้งแต่ปี 2556 โดยประชาสัมพันธ์เป็นเวลา 6 เดือน

กสทช.เตรียมหารือถ่ายทอดสดโอลิมปิก

นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สายงานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า สำหรับการพิจารณาเงินสนับสนุนโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ในการถ่ายทอดการแข่งขันโอลิมปิกจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. จำนวน 150 ล้านบาท นั้น ที่ประชุม ได้มีมติส่งเรื่องกลับไปที่ คณะกรรมการ กทปส. ให้พิจารณาแล้วว่าควรจะสนับสนุนหรือไม่ และควรจะสนับสนุนจำนวนเท่าไร โดยจะมีการประชุมในวันที่ 11 สิงหาคม นี้ เพื่อพิจารณา

ขณะเดียวกัน จะเชิญผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมมาชี้แจงกรณีลิขสิทธิ์การถ่ายทอดโอลิมปิก ที่อาจจะมีสัญญาณหลุดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นทางสำนักงานจึงได้ใช้วิธีการเข้ารหัสใหม่ ตั้งแต่เที่ยงคืนวันนี้ และหากผู้ประกอบการไม่สามารถเข้ารหัสได้จะมีคอลเซ็นเตอร์ให้คำปรึกษาทุกขั้นตอน

EICมองเงินเฟ้อครึ่งปีหลังฟื้นตัวช้ากว่าคาด

EICมองเงินเฟ้อครึ่งปีหลังฟื้นตัวช้ากว่าคาด

EICมองเงินเฟ้อครึ่งปีหลังฟื้นตัวช้ากว่าคาด

EIC ชี้ เงินเฟ้อเดือน ก.ค. ชะลอลง สะท้อนการบริโภคในประเทศ ยังไม่ฟื้นตัว มองครึ่งปีหลัง ฟื้นตัวช้ากว่าคาด

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ EIC เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกรกฎาคม อยู่ที่ร้อยละ 0.10 ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ร้อยละ 0.38 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานก็ชะลอเช่นกันมาอยู่ที่ร้อยละ 0.76 จากร้อยละ 0.80 ในเดือนก่อนหน้า โดยเงินเฟ้อทั่วไปที่ชะลอลง ส่วนหนึ่งมาจากราคาผักและผลไม้ ที่ปรับลดลงหลังจากผลของภัยแล้งที่เริ่มคลี่คลาย ขณะที่ราคาสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหาร ก็ค่อนข้างทรงตัว และบางหมวดก็ปรับลดลง

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ซึ่งเป็นบวกในช่วงที่ผ่านมาเป็นผลจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น และราคาผักและผลไม้ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภัยแล้งเป็นหลัก ซึ่งยังไม่ได้สะท้อนการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศชัดเจนนัก

โดย EIC มองว่า อุปสงค์โลกที่ยังชะลอตัว มีผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังอยู่ในระดับต่ำ อาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลังฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดได้ อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานในระดับต่ำ ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนการบริโภคในประเทศ ให้ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

คกก.ปาล์มน้ำมันชี้ราคาแนวโน้มสูงขึ้น

คกก.ปาล์มน้ำมันชี้ราคาแนวโน้มสูงขึ้น

คกก.ปาล์มน้ำมันชี้ราคาแนวโน้มสูงขึ้น

   ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ชี้ ราคาอยู่ในระดับดี แนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะ 3 ส.ค. ประชุมพัฒนาโรงงานสกัด

นายสุคนธ์ เฉลิมพิพัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการปาล์มน้ำมันแห่งชาติ อดีตนายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ปัจจุบันราคาปาล์มสดและน้ำมันปาล์มอยู่ในระดับที่ดีและมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดราคาผลปาล์มอยู่ที่ 7.30 บาทต่อกิโลกรัม ราคาน้ำมันปาล์มดิบ 37.50 บาทต่อกิโลกรัม แต่น้ำมันปาล์มสำหรับการบริโภคอยู่ระดับเพดานของกระทรวงพาณิชย์อยู่ที่ 42 บาท โดยส่วนตัวมองว่าไม่เป็นไปตามกลไกตลาด

ทั้งนี้ ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ จะมีการประชุมการพัฒนาโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแบบสุญญากาศ ร่วมกับปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ โดยปัจจุบันโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มทั่วประเทศมีอยู่ทั้งหมด 139 แห่ง

อาหารสดดึงเงินเฟ้อ ก.ค. บวกได้ 0.1%

อาหารสดดึงเงินเฟ้อ ก.ค. บวกได้ 0.1%

อาหารสดดึงเงินเฟ้อ ก.ค. บวกได้ 0.1%

  กระทรวงพาณิชย์ เผยอาหารสด ดึงเงินเฟ้อ ก.ค. บวกได้ 0.1% 7 ด. ยังติดลบ 0.07% ทั้งปีคงกรอบ 0-1%

นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรืออัตราเงินเฟ้อของประเทศ ในเดือนกรกฎาคม 2559 พบว่าอัตราเงินเฟ้อขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 จากการปรับขึ้นของราคาผักสดและผลไม้ รวมไปถึงราคาเนื้อสัตว์สูงขึ้น ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อในช่วง 7 เดือนแรกของปี ยังคงติดลบที่ ร้อยละ 0.07 แต่ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อของปี 2559 อยู่ในกรอบร้อยละ 0-1 แต่จะมีการทบทวนตัวเลขอีกครั้งในเดือนสิงหาคมนี้ เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันเริ่มมีทิศทางขาลง อัตราเงินเฟ้อทั้งปีอาจขยายตัวติดลบได้

ธนาคารรัฐรับลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย

ธนาคารรัฐรับลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยวันแรก

ธนาคารรัฐรับลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยวันแรก

วันแรกเปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับ ปชช.ที่คาดว่าจะทยอยเดินทางมา

ในวันนี้เป็นวันแรก ที่รัฐบาลจะเปิดโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยผ่านธนาคารของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยการลงทะเบียนจะอยู่ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2559 ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลมีข้อมูลที่ถูกต้องในการจัดสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างเหมาะสมต่อไป โดยบรรยากาศ
ล่าสุด ที่ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ถนนพหลโยธิน ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างเตรียมสถานที่เพื่อรองรับประชาชนที่คาดว่าจะเดินทางมาในช่วงสาย

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเพื่อให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลนำไปใช้ในการจัดสวัสดิการให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในอนาคต ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเหมาะสม และยั่งยืน โดยคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียน จะต้องมีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป โดยต้องเกิดก่อนวันที่ 16 สิงหาคม 2541 อยู่ในภาวะว่างงาน หรือมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท ในปี 2558

พณ.ขายข้าวสู่ภาคอุตสาหกรรมกว่า1.63ล.ตัน

พณ.ขายข้าวสู่ภาคอุตสาหกรรมกว่า1.63ล.ตัน

พณ.ขายข้าวสู่ภาคอุตสาหกรรมกว่า1.63ล.ตัน

กระทรวงพาณิชย์ ระบายข้าวเป็นการทั่วไปและเข้าสู่อุตสาหกรรมครั้งที่ 1/59 กว่า 1.63 ล้านตัน โดยรอบนี้เป็นทั้งข้าวดีและข้าวเสียปนกัน เชื่อว่าจะได้ราคาดี

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ เตรียมเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาประมูลข้าวในสต๊อกรัฐบาลเป็นการทั่วไป และเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมปริมาณรวม 1.63 ล้านตัน ในวันที่ 25 กรกฎาคม โดยจะเปิดให้ตรวจสอบคุณสมบัติก่อนในวันที่ 21 กรกฎาคม ซึ่งเชื่อว่าการประมูลในครั้งนี้เป็นช่วงจังหวะที่เหมาะสม เพราะผลผลิตข้าวในตลาดลดลงจากผลกระทบของปัญหาภัยแล้ง ทำให้มีความต้องการข้าวเพื่อการบริโภค ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมก็ต้องการข้าวเพื่อทดแทนการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ขณะนี้ราคาข้าวขาว 5% ในตลาดเฉลี่ยอยู่ที่ 13,900-14,000 บาทต่อตัน

โดยข้าวที่นำมาประมูลครั้งนี้เป็นข้าวในคลังของ อ.ต.ก. และ อคส. จำนวน 108 คลัง จาก 26 จังหวัด ซึ่งจะมีทั้งข้าวหลายเกรดในคลังเดียวกัน ทั้งข้าวที่ยังนำมาปรับปรุงเพื่อการบริโภคได้ปริมาณ 7.3 แสนตัน และข้าวเสียเสื่อมสภาพเพื่อภาคอุตสาหกรรมกว่า 9 แสนตัน รวม 14 ชนิดข้าว ส่วนใหญ่เป็นข้าวขาว 5% และปลายข้าว ซึ่งผู้ที่จะเข้าร่วมประมูลเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ประกอบการกิจการค้าข้าว และโรงงานอุตสาหกรรม โดยต้องเสนอซื้อแบบยกคลัง และราคาประมูลจะเฉลี่ยจากข้าวทั้ง 2 ประเภท โดยแต่ละคลังจะมีสัดส่วนข้าวดี และข้าวเสียไม่เท่ากัน ซึ่งผู้ประกอบการต้องมาดูคุณภาพข้าวในคลัง ในวันที่ 11-15 กรกฎาคมนี้ เพื่อประเมินว่าต้องการประมูลข้าวประเภทใดในคลังใด และผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลข้าว สามารถขายต่อข้าวในคลังที่เป็นส่วนกองข้าวที่ไม่ตรงตามประเภทและความต้องการให้กับผู้ประกอบการรายอื่นต่อได้

ฟู้ดทรัค เทรนด์ ลงทุนรถอาหาร เครื่องดื่มเคลื่อนที่ธุรกิจที่น่าจับตา

ฟู้ดทรัค เทรนด์ ลงทุนรถอาหาร เครื่องดื่มเคลื่อนที่ธุรกิจที่น่าจับตา

ฟู้ดทรัค เทรนด์ ลงทุนรถอาหาร เครื่องดื่มเคลื่อนที่ธุรกิจที่น่าจับตา

   เทรนด์ฟู้ดทรัค Food Truck หรือรถอาหารเคลื่อนที่กำลังเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจและเหมาะกับการทำเป็นอาชีพอิสระ หรืออาชีพเสริม ซึ่งปัจจุบันมีคนหันมาสร้างอาชีพสร้างรายได้กับการเปิด Food Truck มากขึ้นแต่ก็ยังไม่มากจนเกินกว่าคนที่สนใจจะลงทุน

จุดเด่นของ Food Truck คือการที่สามารถย้ายที่ขายได้เรื่อยๆ เลือกทำเลได้ตามชอบ เช่นตลาดนัดไนท์บาร์ซ่าใหญ่ๆ หรือ แม้แต่ตลาดนัดเสาร์อาทิตย์ งานแฟร์ต่างๆ รวมถึงงานเทศกาลดนตรีต่างๆ หรือแม้แต่ตามแหล่งออฟฟิศที่มีสถานที่จอดรถได้และมีผู้คนเดินผ่านไปมาพอสมควร

ส่วนอาหารส่วนใหญ่ที่มักขายแนว Food Truck มักจะเป็นอาหารที่ทำง่าย ทานง่ายเช่น พิซซ่า แซนวิช แฮมเบอร์เกอร์ สเต็ก หรือแม้แต่อาหารญี่ปุ่น ข้าวแกงแบบไทยๆ และอาหารอิสาน ซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับสถานที่ขายและเทรนด์ความนิยมของผู้บริโภคด้วย เพราะสถานที่บางแห่งสามารถตั้งโต๊ะเพิ่มเติมจากที่มีที่นั่งที่เป็นเคาน์เตอร์ติดมากับรถ หรือสถานที่บางแห่งจอดขายได้แต่ตั้งโต๊ะไม่ได้ก็จะเน้นเป็นแนวห่อกลับบ้าน หรือ อาจเป็นการขายเครื่องดื่ม
ซึ่งการลงทุน Food Truck ขึ้นอยู่กับขนาดของรถและการตกแต่งซึ่งจะมีราคาตั้งแต่ 400,000 – 700,000 บาทซึ่งจะรวมการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆเช่นระบบไฟ เตาอุ่นหรือทำอาหาร เครื่องครัวต่างๆที่จำเป็นกับการทำอาหาร นอกจากเงินลงทุนแล้วสิ่งสำคัญคือฝีมือและสูตรอาหารหรือสูตรเครื่องดื่มต่างๆ เพราะการที่ลูกค้าจะนิยมมากน้อยแค่ไหน รสชาดนั้นเป็นส่วนสำคัญรองจาก ทำเลการขาย การตกแต่งรถ และราคา

ปัจจุบัน Food Truck ในกรุงเทพและตามแหล่งท่องเที่ยวนั้นมีหลายแห่งแต่ละแห่งก็จะเน้นรูปแบบการขายที่แตกต่างกันไป แล้วแต่ว่าใครมีทุนมากทุนน้อยในการเลือกรถสำหรับทำ Food Truck และเรื่องของการเลือกชนิดอาหารหรือเครื่องดื่ม
แม้ว่าคู่แข่งธุรกิจด้านนี้ยังไม่เยอะแต่ปัจจัยหลักของธุรกิจ Food Truck คือเงินลงทุนและเงินหมุนเวียนในธุรกิจ เพราะค่าแต่งรถสำหรับให้เหมาะกับการขายอาหารนั้นสูงพอสมควร และการเลือกชนิดอาหารเลือกทำเลจอดขายก็เป็นอีกปัจจัยที่จะบ่งบอกว่าจะได้ทุนคืนช้าหรือเร็ว และความสะดวกของการทำธุรกิจ Food Truck คือ ใช้จำนวนคนน้อยเพียง 2-3 คนก็สามารถเปิดร้านได้แล้ว ซึ่งสามารถทำกันเองในครอบครัวได้ สะดวกกับการเคลื่อนย้ายไปตามที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลายสถานที่

นอกจากนี้การทำการตลาดสำหรับธุรกิจ Food Truck ก็ยังใช้ต้นทุนต่ำเพราะสามารถโปรโมทผ่านโซเชี่ยลต่างๆได้ และการตกแต่งรถให้มีความสวยงาม และโดดเด่นจะกลายเป็นจุดดึงดูดลูกค้าด้วย ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้รถตู้ รถกระบะ หรือแม้แต่ รถหกล้อเล็กๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ที่จะทำธุรกิจ Food Truck และงบประมาณที่มีอยู่

นอกจากนี้หลายๆสถาบันการเงิน ยังมีโครงการปล่อยสินเชื่อให้ทำธุรกิจ Food Truck ด้วยซึ่งส่วนนี้คงต้องศึกษาหาข้อมูลกันสักนิด แต่หากสนใจทำธุรกิจ Food Truck ธุรกิจนี้ยังคงทำกำไรได้ยาวในอนาคตเพราะหากขายอาหารเครื่องดื่ม มันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องบริโภค และยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายให้ก้าวทันเทรนด์ฮิตต่างๆได้ไม่ยากด้วย

และหากหาสถานที่ขายที่มีคนเยอะๆและรสชาดอาหารอร่อยรับรองว่าธุรกิจ Food Truck ทำเงินได้เรื่อยๆแน่นอน และการโปรโมทหรือการทำการตลาดที่มีบทบาทต่อการทำธุรกิจ คงไม่พ้นโซเชี่ยลต่างๆ ที่สามารถทำได้ง่าย เพียงแค่ถ่ายรูปรถ Food Truck ให้สวยโพสตามโซเชี่ยล ถ่ายเมนูอาหารหน้าตาของอาหาร แจ้งราคาระบุวันเวลาจอดตามที่ต่างๆ สิ่งนี้จะช่วยดึงลูกค้าได้มากขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามควรศึกษาให้ละเอียดก่อนการลงทุนและต้องตั้งใจจริงเพราะอาจจะคืนทุนช้าและใช้ทุนค่อนช้างสูงแต่มันเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจของคนอยากทำธุรกิจ

ส.ผู้เลี้ยงสุกรชี้บางพื้นที่น้ำยังไม่พอใช้

ส.ผู้เลี้ยงสุกรชี้บางพื้นที่น้ำยังไม่พอใช้

ส.ผู้เลี้ยงสุกรชี้บางพื้นที่น้ำยังไม่พอใช้

นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกร ชี้บางพื้นที่ยังแบกภาระเรื่องน้ำไม่พอใช้ ยัน คัดค้านร่วมกลุ่มความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก

นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยผ่านรายการ INN โฟกัสเศรษฐกิจ ว่า ปัจจุบันผู้เลี้ยงสุกรในบางพื้นที่ยังได้รับผลกระทบเรื่องน้ำไม่พอใช้ แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์ภัยแล้งคลี่คลายแล้ว โดยหากดูถึงภาพรวมแล้วต้นทุนของผู้ประกอบการยังพอสามารถดำเนินธุรกิจได้ แต่หากฟาร์มไหนสัตว์มีโรคก็ต้องแบกรับภาระหนัก ส่วนเรื่องของราคานั้น เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์ราคาสินค้าเข้าสู่ภาวะปกติตามฤดูกาลแล้ว ราคาเนื้อหมูอาจปรับลดลงเล็กน้อย

ขณะที่ประเด็นการเข้าร่วมกลุ่มความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ ทีพีพี (TPP) ทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรยังขอยืนยันคัดค้านการเข้าร่วม ซึ่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีผลกับเกษตรกรผู้เลี้ยงอย่างแน่นอน