เนย โชติกา ว่าที่คุณแม่หุ่นเป๊ะ ฉลองครบรอบแต่งงาน 1 ปี

 

เนย โชติกา ว่าที่คุณแม่หุ่นเป๊ะ ฉลองครบรอบแต่งงาน 1 ปี

       กำลังนับถอยหลังเตรียมตัวเป็นคุณแม่อีกไม่กี่วันแล้วเหมือนกัน สำหรับนางร้ายหน้าสวย เนย โชติกา ที่ตอนนี้อุ้มท้องได้เกือบจะ 30 สัปดาห์แล้ว แถมเนยยังเป็นคุณแม่ที่สวยมาก ถึงแม้ว่าท้องจะโตมากแล้ว ก็ยังดูสวยสดใสมากด้วย และล่าสุดก็เพิ่งจะมีภาพหวานของเนยกับอาร์มสามีสุดที่รัก ที่ควงกันไปฉลองวันพิเศษในวันครบรอบแต่งงาน 1ปี พร้อมพยานรักที่เพิ่มเข้ามาในท้องในปีนี้ เรียกว่าสวีทกันเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ คู่นี้ เนย อาร์ม

Advertisement Replay Ad

“Thank you for being the reason i smile ขอบคุณที่ทำให้นู๋ยิ้มได้ทุกครั้งไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร ขอบคุณที่รักเข้าใจและเป็นกำลังใจให้กันในทุกๆเรื่อง นู๋จะเป็นภรรยาที่ดีและแม่ที่ดีของลูกค่ะ Happy anniversary ” “10/9/59 Happy 1st wedding anniversary kaa #NoeyArmbigday”

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เนย โชติกา ว่าที่คุณแม่หุ่นเป๊ะ ฉลองครบรอบแต่งงาน 1 ปี

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เนย โชติกา ว่าที่คุณแม่หุ่นเป๊ะ ฉลองครบรอบแต่งงาน 1 ปี

ที่มา : sanook

เสริมสวยสะพรึง !! ร้านย้อมผมให้สาว 4 ครั้ง จนถูกน้ำยากัด ต้องโกนผมทิ้งทั้งหัว

อุทาหรณ์ชวนช็อก… ร้านเสริมสวยย้อมผมให้หญิงสาว 4 ครั้ง จนหนังศีรษะถูกน้ำยากัดไหม้ได้รับความเสียหายเกือบครึ่ง และสุดท้ายต้องโกนผมทิ้งทั้งหัว วันที่ 11 กันยายน 2560 ได้มีการเผยรายงานชวนอึ้งระบุว่า หญิงสาวรายหนึ่งจากมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ประสบเหตุไม่คาดฝัน หนังศีรษะถูกทำลายได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนในที่สุดต้องโกนผมทิ้งทั้งศีรษะ โดยมีต้นเหตุมาจาก การตัดสินใจไปย้อมผมที่ร้านเสริมสวย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา หญิงสาวนามว่า เติง ได้ไปทำสีผมที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง โดยเธอได้ตกลงย้อมผมสีเขียวหม่นเหลือบเทา ซึ่งทางช่างใช้เวลาดำเนินการทั้งหมด 7 ชั่วโมง โดยได้มีการย้อมกัดสีผมทั้งหมด 4 ครั้งด้วยกัน

ตามรายงาน เติง หญิงผู้เสียหาย ระบุว่า ทางช่างเสริมสวยแจ้งกับเธอว่า หลังจากย้อมสีผมครั้งแรก สีผมไม่ติด จึงต้องทำการย้อมครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งนี้ เธอเริ่มมีอาการแสบหนังศีรษะ แต่ทางช่างได้บอกกับเธอว่า เป็นเรื่องปกติ และบอกให้ทนไป

 

ทว่าหลังจากนั้น ทางช่างเสริมสวยได้ย้อมผมเธออีกเป็นครั้งที่ 3 โดยเติงได้บอกกับทางช่างว่า รู้สึกเจ็บแสบหนังศีรษะมาก พร้อมทั้งชี้แนะว่าอาจจะมีบางอย่างผิดปกติที่เกี่ยวกับน้ำยาย้อมผม แต่ทางช่างกลับไม่ยอมรับและแย้งว่าเป็นเรื่องปกติ ก่อนจะเริ่มกระบวนการย้อมผมให้เธอต่อไป กระทั่งต่อมา สีผมของเติงออกกลายเป็นสีเขียวสว่างลักษณะเดียวกับสีแอปเปิ้ลเขียว แทนที่จะเป็นสีเขียวหม่นตามที่เธอต้องการ แม้จนถึงขณะนั้น ช่างเสริมสวยยังคงบอกกับเธอว่า เป็นเรื่องธรรมดาของสียี่ห้อดังกล่าว ที่ย้อมออกมาได้สีเช่นนี้

จากนั้น เติงจึงตัดสินใจให้ช่างย้อมสีผมใหม่เป็นครั้งที่ 4  ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกปวดแสบหนังศีรษะและทรมานมากจนน้ำตาไหลออกมา ซึ่งทางช่างก็ยังคงบอกว่าเป็นเรื่องปกติอยู่ จนในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว จึงโทรศัพท์เรียกให้ลูกสาวมารับที่ร้าน ในตอนนั้นเอง ทางช่างเสริมสวยถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเติง จึงรีบจัดการช่วยพาเธอไปล้างน้ำยาย้อมผมออก และสุดท้ายลูกสาวของเธอก็มารับตัวพาไปส่งรักษาที่โรงพยาบาล

ภายหลังจากการตรวจเช็ก แพทย์ผิวหนังเผยว่า หนังศีรษะของเติงเกิดปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรงเฉียบพลัน อันเป็นผลมาจากการถูกสารเคมีเผาไหม้กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ จนเกิดความเสียหายอย่างหนัก ด้วยความที่ไม่มีทางเลือก ในที่สุดเติงจึงต้องโกนผมทิ้งทั้งหมด เนื่องจากแพทย์เกรงว่า อาจจะมีสารเคมีหลงเหลือในเส้นผม ที่จะอาจจะส่งผลทำลายหนังศีรษะได้ เติงต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานถึง 5 วัน โดยเธอเผยว่า ตลอดชีวิตเธอไว้ผมยาวมาตลอด หลังจากเกิดเหตุเธอยังรู้สึกรับไม่ได้กับรูปลักษณ์ของเธอที่ต้องหัวล้านในขณะนี้

หลังจากนั้น เติงก็ได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาลจากทางร้านเสริมสวยเป็นจำนวนเงิน 60,000 หยวน (ราว 305,000 บาท) ขณะที่ด้านร้านเสริมสวย อ้างว่า สาวรายนี้เป็นผู้เสียหายรายแรกตั้งแต่เปิดร้านทำการมากว่า 10 ปี และยอมจ่ายเงินชดใช้ให้แค่เพียง 2,600 หยวน (ราว 13,200 บาท) สำหรับค่ารักษาพยาบาล

 


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO
ที่มา : kapook

 

โรงแรมแฉถูก น.ศ.แพทย์ขู่เอาเงิน – ภาพวงจรปิดจับชัด ปล่อยหมาร่วงลงพื้นไม่ไยดี

นักศึกษาแพทย์ฆ่าหมาเอาประกัน

นักศึกษาแพทย์ฆ่าหมาเอาประกัน

 โรงแรมดัง แฉนักศึกษาแพทย์ ตอนเช็กเอาท์สภาพห้องเต็มไปด้วยฉี่และอ้วกของหมา – ภาพจากล้องวงจรปิดจับชัด ทำหมาร่วงลงพื้น แถมกล่าวหาพนักงานขโมยหูฟัง เรียก 3 หมื่น ยังคงเป็นกรณีที่สื่อและประชาชนต่างติดตามอยู่ในขณะนี้ สำหรับเรื่องราวของนักศึกษาแพทย์ที่วางยาสุนัขเพื่อเอาเงินประกันจากบริษัทขนส่งสุนัข 50,000 บาท อีกทั้งยังพบว่านักศึกษาแพทย์รายนี้ เคยทำลักษณะเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง ก่อนที่ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้รับแจ้งความคดีดังกล่าว และเตรียมเรียก 3 ฝ่ายมาสอบปากคำ พร้อมส่งยา 12 เม็ดไปตรวจ พร้อมยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว (9 กันยายน 2560) รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง AMARIN TV รายงานว่า เจ้าของของโรงแรมที่นักศึกษาแพทย์ไปพักซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่นักศึกษาแพทย์วางยาหมา ได้เผยให้ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ฟังว่า ตอนที่เจ้าของหมามาพัก ยังจะเรียกเอาเงินค่าหูฟังหาย 3 หมื่นบาท จากพนักงานของโรงแรมโดยกล่าวหาว่าเป็นคนเอาไป ทันทีที่มาถึงโรงแรมก็อุ้มหมามาด้วย แล้วก่อนจะเช็กอิน ก็เข้าไปอ้างกับพนักงานโรงแรมว่า ตัวเองมีหูฟัง แล้วหูฟังราคาแพงด้วย 3 หมื่นบาท จากนั้นก็เข้าห้องพักแล้วออกไปข้างนอก พอกลับมาก็โวยวายว่าหูฟังหายไปไหน ต่อว่าต่อขานพนักงานและจะให้พนักงานชดใช้ค่าหูฟังให้ได้ ซึ่งพนักงานต่างยืนว่าไม่มีใครเข้าห้องของนักศึกษาแพทย์ จากนั้นนักศึกษาแพทย์จึงบอกว่า ถ้าอย่างนั้นไม่เอาก็ได้

เจ้าของโรงแรม บอกอีกว่า พอถึงตอนเช็กเอาท์ เมื่อเข้าไปตรวจสภาพห้องก็พบว่าห้องนั้นเต็มไปด้วยฉี่และอ้วกของหมา แล้วก็มีเหมือนเศษยาตกอยู่ด้วย พอเห็นห้องเลอะแบบนั้นพนักงานเลยรีบวิ่งตามเพราะนักศึกษาแพทย์ต้องจ่ายค่าปรับด้วย 2,000 บาท และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรม พบว่าก่อนหน้านั้นเจ้าของหมาอุ้มหมามาแล้วปรากฏว่าทำหมาร่วงลงไปกองกับพื้น เจ้าของโรงแรมตั้งข้อสังเกตว่ามันแปลกคือหมาไม่อี๋อ๋อกับเจ้าของเลย หมาเหมือนกับจะหนีด้วยซ้ำ

นักศึกษาแพทย์ฆ่าหมาเอาประกัน
นักศึกษาแพทย์ฆ่าหมาเอาประกัน

 

นักศึกษาแพทย์ฆ่าหมาเอาประกัน
นักศึกษาแพทย์ฆ่าหมาเอาประกัน

 


 รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : รายการทุบโต๊ะข่าว

เซอร์ไพรส์ ! หน้ากากมาคอว์ The Mask Singer 3 คาดไม่ถึงว่าเป็นสาวคนนี้

 

        หน้ากากมาคอว์ The Mask Singer Season 3 เป็นผู้พ่ายแพ้ตกรอบแรกของ Season 3 ต้องเปิดหน้าเฉลย จะเป็นใครตามไปชมกัน ระเบิดความมันเปิดเวที The Mask Singer Season 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันนี้ (7 กันยายน 2560) โดย 4 หน้ากากแรกที่มาประชันเสียงจนเวทีลุกเป็นไฟก็คือ หน้ากากหมีขาว หน้ากากมาคอว์ หน้ากากเสือดาว และ หน้ากากแมลง

ซึ่งในการแข่งขันคู่แรกเป็นคิวของ หน้ากากแมลง ปะทะ หน้ากากมาคอว์ และแล้วเราก็ได้ผู้ผ่านเข้าสู่รอบแรกเป็นคนแรกก็คือ หน้ากากแมลง ทำให้ผู้แพ้อย่าง หน้ากากมาคอว์ ต้องยอมเปิดหน้าเฉลยตัวตน และเธอคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นสาว พิ้งกี้ สาวิกา เซอร์ไพรส์สุด ๆ


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO
ที่มา : kapook

ยืนยันแล้ว เจ้าหญิงมาโกะจะทรงสละฐานันดรศักดิ์ สมรสกับคู่หมั้นสามัญชน

       สำนักพระราชวังญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ยืนยัน เจ้าหญิงมาโกะ จะทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์สู่สามัญชน เพื่อเข้าพิธีสมรสกับคู่หมั้น พระสหายสมัยเรียน วันที่ 3 กันยายน 2560 สำนักข่าวรอยเตอร์ส เผยรายงานว่า สำนักพระราชวังญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ยืนยันอย่างเป็นทางการผ่านสถานีโทรทัศน์สาธารณะเอ็นเอชเค (NHK) ระบุว่า เจ้าหญิงมาโกะ พระนัดดาองค์โตสุดในสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะแห่งญี่ปุ่น จะทรงเข้าพิธีสมรสกับคู่หมั้น อดีตพระสหายร่วมชั้นเรียนในมหาวิทยาลัย อันเป็นสาเหตุให้ต้องลาออกจากฐานันดรศักดิ์มาสู่ชนชั้นสามัญชน ตามกฎมณเฑียรบาลของญี่ปุ่น

โดยก่อนหน้านี้ ข่าวการหมั้นของนายโคมูระกับเจ้าหญิงมาโกะ ถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา หลังจากมีการอนุมัติผ่านร่างกฎหมายฉบับพิเศษ ยินยอมให้สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะสละราชบัลลังก์ตามพระประสงค์ เนื่องด้วยพระชนมพรรษาที่มากขึ้น รวมทั้งปัญหาเรื่องพระพลานามัย อันเกรงว่าจะส่งผลต่อการปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะองค์พระประมุขของประเทศ

สำหรับ เจ้าหญิงมาโกะและนายโคมูระ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอินเตอร์เนชั่นแนล คริสเตียน จากนั้นเจ้าหญิงมาโกะได้เสด็จไปศึกษาต่อด้านประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ที่มหาวิทยาลัยเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันทรงเป็นนักวิจัยในเครือของพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ขณะที่นายโคมูระ พระคู่หมั้น ทำงานที่สำนักงานกฎหมายในกรุงโตเกียว

 

ยลโฉมว่าที่คู่หมั้นของเจ้าหญิงมะโกะ ที่จะทรงสละฐานันดรศักดิ์มาสมรสด้วย

ยลโฉมว่าที่คู่หมั้นของเจ้าหญิงมะโกะ ที่จะทรงสละฐานันดรศักดิ์มาสมรสด้วย

ยลโฉมว่าที่คู่หมั้นของเจ้าหญิงมะโกะ ที่จะทรงสละฐานันดรศักดิ์มาสมรสด้วย


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook

14 ปีที่รอคอย… เด็กสาวถูกจับไปขาย ในที่สุดก็ได้กลับคืนสู่อกพ่ออีกครั้ง

          เด็กสาวถูกจับไปขายเมื่อ 14 ปีก่อน ในที่สุดก็ได้กลับคืนสู่อกพ่ออีกครั้ง แม้ถูกจับไปแสนนานจนจำบ้านไม่ได้ แต่ตำรวจยังช่วยได้สำเร็จ ทำให้เธอซึ้งใจจนคุกเข่าขอบคุณ  วันที่ 30 สิงหาคม 2560 สำนักข่าว China Xinhua News มีรายงานเรื่องราวชะตากรรมของเด็กสาวรายหนึ่ง ที่มีอันต้องพรากจากครอบครัวที่รักไปเมื่อเธอถูกคนจับไปขาย อย่างไรก็ตามหลังจากวันเวลาผ่านไปนานถึง 14 ปี ในที่สุดเธอก็ได้กลับคืนสู่อ้อมอกของผู้เป็นพ่ออีกครั้ง

 โดยรายงานเผยว่า หลังจากวันเวลาผ่านไปนานหลายปี ในที่สุดเด็กสาวรายนี้ก็สามารถหลบหนีออกมาจากที่ที่เธออยู่ เพื่อมาตามหาญาติจนได้ แต่เนื่องจากเวลาผ่านไปนานมากทำให้เธอไม่สามารถจดจำตำแหน่งของบ้านตัวเองได้ แม้แต่ชื่อของพ่อแม่ก็ไม่อาจระบุได้แน่ชัด

อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณเหล่าตำรวจใจดี ที่ช่วยกันพยายามปะติดปะต่อรายละเอียดจากการพูดคุยกับเธอ จนกระทั่งสามารถระบุตำแหน่งคร่าว ๆ ของบ้านเธอได้ และหลังจากที่ช่วยประสานเรื่องกับตำรวจในท้องที่อยู่ทั้งคืน พวกเขาก็สามารถติดต่อหาครอบครัวที่แท้จริงของเธอได้ในที่สุด

และนี่ก็คือช่วงเวลาอันน่าประทับใจที่พ่อลูกได้พบกันอีกครั้ง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในเมืองซีอาน มณฑลส่านซี ประเทศจีน ทั้งคู่ต่างโผเข้ากอดกันทั้งน้ำตา ขณะที่เด็กสาวถึงกับคุกเข่าลงเพื่อขอบคุณตำรวจที่ให้การช่วยเหลือ ขณะที่ผู้เป็นพ่อเปิดใจกับสื่อว่า เขาตามหาลูกสาวมาโดยตลอด แต่ก็ยังต้องทำงานไปด้วย ในตอนแรกที่รู้ว่าลูกหายไปเขาแทบบ้า ไม่อยากอยู่บนโลกแล้วด้วยซ้ำ

ทั้งนี้เมื่อข่าวการพบกันของพ่อลูกถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตในจีนต่างก็ร่วมกันขอบคุณและชื่นชมเหล่าตำรวจ ที่ร่วมกันช่วยเหลือเด็กสาวรายนี้ให้กลับคืนสู่ครอบครัวได้สำเร็จ พร้อมสนับสนุนให้ปราบปรามกลุ่มอาชญากรที่จับเด็กไปขายให้ถึงที่สุด

 

 

 


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook

สู้ชีวิต! คุณยายวัย 71 สวมชุดปิกาจูหาเงินรักษาผัวขาหัก-ลูกสาวป่วย-ลูกเขยอัมพาต

 

เป็นอีกเรื่องราวสุดสะเทือนใจ เมื่อคุณยายชาวจีนวัย 71 ปีแต่งตัวด้วยชุดมาสคอตปิกาจูและเปิดการแสดงริมถนนแห่งหนึ่งในมณฑลซานตง ประเทศจีน เพื่อหาเงินไปเป็นค่ารักษาคนในครอบครัวของเธอทั้ง 3 คนที่กำลังป่วย ลูกสาวของเธอได้รับวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกในสมอง สูญเสียการมองเห็นไปตั้งแต่ปี 2007 คุณยายหานใช้เงินเก็บทั้งหมดจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ลูกสาว หนึ่งปีต่อมาสามีของเธอซึ่งทำงานในไซต์ก่อสร้างเกิดอุบัติเหตุพลัดตกจากตึกขาหัก ครั้งนี้คุณยายหานจึงไม่มีเงินมาจ่ายค่าผ่าตัดของสามี

เรื่องร้ายๆ ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ ชีวิตกลั่นแกล้งเธออีกครั้งเมื่อลูกเขย ซึ่งเคยเป็นผู้ที่หารายได้หลักของครอบครัวต้องมาเป็นอัมพาตเมื่อปีที่แล้ว

คุณยายหานไม่มีทางเลือกอื่น เธอกลายเป็นคนเดียวที่สามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัวได้ แต่เนื่องจากเธอไม่มีงานประจำ จึงตัดสินใจสวมชุดมาสคอตปิกาจูเปิดการแสดงริมถนนใกล้ห้างสรรพสินค้า และเก็บเงินคนละ 9 หยวน (ประมาณ 45 บาท) สำหรับคนที่ต้องการถ่ายรูปกับเธอ

 

คุณยายหานกล่าวกับสื่อว่า “ฉันจะหมดหวังไม่ได้” พร้อมเสริมว่าเธอคือความหวังเดียวของครอบครัว

จากรายงานของสำนักข่าวซินหัว เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีจีนได้ออกโครงการดูแลสุขภาพประชาชน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบบประกันสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ และจะส่งผลให้ประชาชนทั้งประเทศมีประกันสุขภาพขั้นพื้นฐานถ้วนหน้า รวมถึงประกันโรคภัยไข้เจ็บส่วนใหญ่ภายในปี 2020

 


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

ที่มา : khaosod

เจ้าภาพมาเลย์ เปลี่ยนสนามนัดชิงบอลซีเกมส์ – โค้ชโย่ง รับกังวลกรรมการ

.

 

มาเลเซีย เจ้าภาพ เปลี่ยนสังเวียนนัดชิง บอลซีเกมส์ ด้าน โค้ชโย่ง เชื่อรับมือไหว รวมถึงจะเป็นประสบการณ์ให้นักเตะในการเจอกับกองเชียร์หลักแสนของเจ้าภาพด้วย ความเคลื่อนไหวของนักเตะทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ที่สามารถผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ พบ มาเลเซีย เจ้าภาพ ล่าสุด (28 สิงหาคม 2560) มีรายงานว่า นักเตะทีมชาติไทยได้เดินทางมาฝึกซ้อมยัง สนามปาดัง โบลา เซปัค มินเดฟ โดย โค้ชโย่ง วรวุธ ศรีมะฆะ กุนซือใหญ่ของ ทีมชาติไทย ได้ให้นักเตะลงฝึกซ้อมเบา ๆ โดย 11 ตัวจริงที่ลงสนาม พบ เมียนมา รอบรองชนะเลิศ ได้แยกออกมาซ้อมรีโคเวอรี่ร่างกาย ส่วนนักเตะที่เหลือได้ลงฝึกซ้อมเบา ๆ ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น

อย่างไรก็ดี ทางทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ได้รับการแจ้งจากฝ่ายจัดการแข่งขันว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงสนามแข่งขันที่ใช้ในเกมนัดชิงชนะเลิศ จากสนามบูกิต จาลิล  ย้ายมาแข่งขันที่สนามชาห์ อลัม สเตเดี้ยม ด้วยเหตุผลว่า สนามบูกิต จาริล ไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะลงแข่งและมีการปิดปรับปรุง โดยก่อนหน้านี้ ทีมชาติไทยเคยลงแข่งขันที่สนาม ชาห์ อลัม สเตเดี้ยม มาแล้ว 1 นัด ในการแข่งขันรอบแรกของกลุ่มบี เกมเสมอ อินโดนีเซีย 1-1

โดย โค้ชโย่ง กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า สำหรับเรื่องที่เจ้าภาพจะมีการเปลี่ยนสนามแข่งขันมาใช้ ชาห์ อลัม ก็ไม่เป็นไร เพราะว่ามาที่นี่เขาเปลี่ยนบ่อยอยู่แล้ว ทั้งเวลาแข่งขัน และก็โปรแกรม เรามีหน้าที่ต้องเล่น ถึงแม้ว่านัดแรกที่เราเล่นที่ชาห์ อลัม จะเสมอกับ อินโดนีเซีย แต่เราก็ไม่ได้แพ้

การเจอกับ มาเลเซีย พวกเขาเป็นทีมที่น่ากลัว รวมถึงมีการเตรียมทีมมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนสถิติที่ผ่านมาแม้ว่าเราจะเอาชนะมาเลเซียชุดนี้มาได้ตลอด 3 นัดที่เจอกัน เรายังไม่ได้เจอผู้เล่นที่ดีที่สุด ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้พวกเขามีนักเตะใหม่เพิ่มเข้ามาอีก 3-4 คน

ส่วนเรื่องกรรมการตัดไปเลยดีกว่า ถามว่ากังวลมั้ยมันก็กังวล แต่การแข่งขันฟุตบอลเดี๋ยวนี้มันเป็นสากล ถ้าไม่จะแจ้งจริงเขาก็ทำอะไรเราลำบาก สำหรับความกดดันเรื่องกองเชียร์ นักเตะอาจจะตื่นเต้นบ้าง แต่เชื่อว่าทุกคนจะรับมือไหว รวมถึงจะเป็นประสบการณ์ให้กับพวกเขาในการเจอกับกองเชียร์เรือนแสนของทีมเจ้าภาพด้วย”

สำหรับรอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง ไทย พบ มาเลเซีย แข่งขันอังคารที่ 29 สิงหาคม 2560 ที่สนามชาห์ อลัม สเตเดี้ยม เวลา 19.45 น.


 

ที่มา : kapook

เด็ก ม.6 ยันไม่ลาออก-ไม่ย้ายโรงเรียน จะไปนั่งเรียนจนกว่าครูจะใจอ่อน

 

เด็ก ม.6 ยันไม่ลาออก-ไม่ย้ายโรงเรียน บอกขอโอกาสสุดท้าย ขอ ผอ. อย่ารื้อฟื้นอดีต…ผมอยากจบจากที่นี่ จะไปนั่งเรียนจนกว่าครูจะใจอ่อน  เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2560 รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV รายงานความคืบหน้ากรณี น้องเก้า  เด็กนักเรียนชายชั้น ม.6 โพสต์คลิปปะทะกับคุณครู ก่อนจะจบด้วยบทสรุปที่ว่า ถูกสั่งให้ย้ายโรงเรียน เนื่องจากมีพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่เหมาะสมหลายครั้ง

โดยระบุว่า เมื่อวานนี้ (23 สิงหาคม) น้องเก้า ไม่ได้มาที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ และไม่ได้รับโทรศัพท์จากสื่อด้วย แต่ในช่วงค่ำ น้องเก้าได้เดินทางมาที่สถานีของอมรินทร์ ทีวี พร้อมบอกกับผู้สื่อข่าวว่า จะไม่ย้ายโรงเรียน เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะจบแล้ว ตนอยากจบจากโรงเรียนนี้ ตอนนี้สำนึกผิดแล้วและยังรักครูเหมือนเดิม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิต ซึ่งตอนนี้ตนอยากจะขอให้ครูให้โอกาส อยากจะเข้าไปกราบขอขมาครูที่ทำผิดกับครูในครั้งนี้ ถ้าตนจบจากที่นี่ก็จะรู้สึกภูมิใจ

“เอาง่าย ๆ นะครับคือ อยากให้ ผอ. มองผมเป็นคนใหม่ อย่าไปมองอดีต ผมขอแค่นั้น อย่าไปรื้อฟื้นมันเลย มันจบไปแล้ว ผมยังอยากเรียนที่นวลนรดิศ คนที่จบได้นี่คือคนดีมากเลยครับ วันที่ผมรู้ว่าผมทำผิด ผมจะโดนตัดสินให้ไล่ออก ผมเรียนมา 4 ปี ผมไม่เลือกเสพยานะ ผมเข้าวัด คือผมปลงสุดละ

ผมเคยติดคุกครับ ไอ้เรื่องนี้บอกไปได้เลย ผมไม่อายด้วย วันที่ผมเดินออกมาจากคุก จริง ๆ ไม่ได้ติดคุกนะครับ แค่ฝากขัง พอตัดสินคดี ผมถูกปล่อยตัว เพราะผมยอมรับผิด สิ่งนี้แหละทำให้ผมจำได้ ไม่ว่าจะทำอะไรผิด ต้องยอมรับผิด”

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะอีกไม่กี่เดือนก็จะจบ ม.6 แล้ว น้องเก้า บอกว่า ผมก็คงจะไปเรียน แม้ว่าทางโรงเรียนจะโทร. มาให้แม่เซ็นเอกสาร แต่แม่ก็ยังไม่ได้ไปเซ็น ผมจะไปนั่งเรียนจนกว่าครูจะใจอ่อน แต่ที่วันนี้ไม่ได้ไปเพราะกำลังเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วก็อยากอยู่กับแม่ เราตระเวนเดินสายทำบุญด้วยกัน ยืนยันว่าจะกลับไปเรียน ถ้า ผอ. ไล่ ก็จะเดินเข้าโรงเรียน ไปนั่งเรียนกับเพื่อน ๆ ตามปกติ เพราะอยากจะขอโอกาสจริง ๆ ยืนยันอีกครั้งว่าไม่ย้ายไปอีกโรงเรียน และจะกลับเข้าโรงเรียนเดิม และจะไม่เซ็นเอกสารใด ๆ

 

 


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

ที่มา : รายการทุบโต๊ะข่าว

ตรงนี้เลยเหรอ คู่รักเล่นจ้ำจี้กลางแจ้ง จัดกันจะจะ ใครเดินผ่านมาก็ไม่สน

     หนุ่มสาวโชว์โจ๋งครึ่มในโครเอเชีย นัวเซ็กส์แบบสุดมันกลางแจ้ง ไม่แคร์สายตาชาวบ้านชาวช่อง สื่อชี้เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตำรวจเร่งตามหาตัวแล้ว เมื่อวัน 22 สิงหาคม 2560 เว็บไซต์มิเรอร์ รายงานว่า คู่รักหนุ่มสาวอารมณ์เปลี่ยวคู่หนึ่งได้ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนรอบข้าง หลังจากที่ทั้งคู่เปิดฉากกิจกรรมเข้าจังหวะ เล่นเซ็กส์กันอย่างจัดหนักจัดเต็มบนม้านั่ง โดยไม่แคร์สายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเลยแม้แต่น้อย

เหตุการณ์อึ้งทึ่งเสียวดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองมาการ์สกา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวริมชายฝั่งของภูมิภาคดัตมาซียา ประเทศโครเอเชีย โดยฝ่ายหญิงนั่งอยู่บนม้านั่ง ยกขาเกี่ยวตัวแฟนหนุ่มของเธอไว้ และประกอบกิจกรรมเข้าจังหวะกันอย่างเผ็ดร้อน ไม่สนผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าภาพดังกล่าวจะถูกใครถ่ายคลิปไว้หรือไม่

จากเหตุการณ์ดังกล่าว สื่อท้องถิ่นของโครเอเชียรายงานว่า คู่รักผู้กระทำการบัดสีบัดเถลิง รวมทั้งผู้ที่ถ่ายคลิปเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยผู้ที่ถ่ายคลิปน่าจะเป็นชาวอังกฤษ แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าคู่รักหนุ่มสาวเป็นคนชาติใด ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนแล้ว

          

 


 

ที่มา :kapook