มาปิดฟีเจอร์ “อ่านแล้ว” บน Line และ Facebook Messenger เพื่อลดความร้าวฉานกันเถอะ

มาปิดฟีเจอร์ “อ่านแล้ว” บน Line และ Facebook Messenger เพื่อลดความร้าวฉานกันเถอะ

มาปิดฟีเจอร์ “อ่านแล้ว” บน Line และ Facebook Messenger เพื่อลดความร้าวฉานกันเถอะ

อย่างที่รู้กันว่า ใน Facebook กับ Line มันจะมีระบบข้อความที่ส่งออกไปได้ว่า ถูกเปิดอ่านแล้วหรือยัง หากถูกอ่าน ก็จะมีขึ้นแจ้งเตือนเลยว่า “เห็นแล้ว” หรือ “อ่านแล้ว” ทำให้ผู้ส่งรับรู้ว่า ข้อความของตนถูกอ่านแล้ว แต่มันจะมีเหตุ Drama ทันที หากคู่สนทนาไม่ตอบกลับข้อความทั้ง ๆ ที่อ่านแล้ว….

267e8981cfd632d3_shutterstock_206703538

“อ่านแล้วทำไมไม่ตอบ ?” หรือ “ทำไมไม่ตอบ Line !!” สองประโยคเด็ด ที่ทำเอาหลาย ๆ คน กลืนไม่เข้าคลายไม่ออกกันมาเยอะแล้ว สาเหตุก็มาจาก เทคโนโลยีอันชาญฉลาด ตัว หนึ่ง ที่สามารถเช็คได้ว่า ข้อความที่ส่งออกไปนั้น ถูกเปิดอ่านแล้วหรือยัง หากถูกอ่านแล้ว ก็จะมีขึ้นแจ้งเตือนเลยว่า “เห็นแล้ว” หรือ “อ่านแล้ว” จุดนี้เอง ถ้าหากคู่สนทนาไม่ตอบกลับข้อความทั้ง ๆ ที่อ่านแล้ว อาจจะมีเหตุ Drama ทันที ในบางกรณีอาจแค่รู้สึก Fail เฉย ๆ แต่กับ “คนพิเศษ” บางคน (เน้น บางคน) คือ งานมาเยือน…

2in1-belkin

ภาพจาก : Buzzfeed

ดังนั้น หากไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ของเรา ต้องมาจบเพราะเทคโนโลยีอันชาญฉลาดตัวนี้ งั้นก็ปิดมันเสีย !! ส่วนวิธีก็ตามนี้เลยครับ

สำหรับ PC ใช้ “Unseen” 

002

เปิด Google Chrome แล้วไปที่ ร้านค้าบนเว็บ หรือ Chrome เว็บสโตร์ (หากไม่เจอให้เปิด Chrome แล้วเสิร์ชชื่อเอาเลยก็ได้) พิมพ์ในช่องค้นหาว่า “Facebook Unseen” โหลดและติดตั้งให้เรียบร้อย

003

ติดตั้งเสร็จแล้ว ให้สังเกตที่มุมขวาบนของ Google Chrome ว่ามีไอคอน Facebook Unseen โผล่มาไหม ถ้ามีให้เช็คด้วยว่าเป็นไอคอนสีฟ้าหรือยัง ถ้ายังให้คลิกซ้ายที่ไอคอนเพื่อเปิดระบบ

004

เมื่อเป็นไอคอนสีฟ้าแล้ว ให้กดคลิกขวาที่ไอคอนต่อ แล้วไปที่ “ตัวเลือก” จากนั้นก็จะเห็นหน้าตั้งค่าของตัวแอพฯ ตรงช่อง “Block” ทั้ง 3 ช่อง ให้กดติ๊กเครื่องหมายถูกให้หมดเลยครับ

005

หลังตั้งค่าการทำงานของแอพฯ Facebook Unseen แล้ว เท่านี้เราก็สามารถแอบอ่านข้อความได้ โดยไม่ขึ้น “เห็นแล้ว” ให้ชวนอึดอัดใจอีกต่อไป หรือหากจะพิมพ์ตอบ ก็ไม่ขึ้น “กำลังพิมพ์” ด้วยเช่นกัน

สำหรับ Smartphone ใช้ “UnRead”

002

โหลดแอพฯ “UnRead” จาก Google Play จากนั้นก็ติดตั้งให้เรียบร้อยก่อนอันดับแรก

003

เปิดแอพฯ UnRead ขึ้นมา มันจะให้เราตั้งค่าสิทธิ์เข้าถึงการแจ้งเตือนก่อน ก็ให้ติ๊กที่ตัวแอพฯ UnRead ไว้ด้วย เสร็จแล้วก็จะเข้าสู่หน้าหลักตัวแอพฯ ให้ไปที่ “เลือก App” แล้วจัดการติ๊กที่แอพฯ Line หรือถ้ามี Facebook Messenger ด้วย ก็เอาให้หมดเลยครับ

004

หลังตั้งค่าเสร็จ ต่อไปนี้เวลามีคนส่งข้อความ Line หรือ Facebook Messenger มา ให้เราไปกดดูผ่านแอพฯ UnRead เลยครับ (แต่จะไม่เห็นสติ๊กเกอร์นะ) จะได้ไม่ขึ้นคำว่า “อ่านแล้ว” หรือ “เห็นแล้ว” ในหน้าผู้ส่งข้อความอีก

005

ทั้งนี้เพื่อให้ตัวแอพฯ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เราสามารถซื้อตัวเต็มในราคาเพียง 35 บาท จะทำให้แอพฯ สามารถเก็บข้อความของคนที่ส่งไว้ได้ตลอด เผื่ออยากกลับมาดูอีกครั้งนั้นเอง (ตัวฟรีจะเก็บข้อความได้นานสุด 30 วัน) และจะไม่มีโฆษณากวนใจด้วย

ปล. วิธีนี้ได้เฉพาะเครื่อง Android นะฮะ iOS อด (I tried But….)

 

[Tip & Trick] วิธีบ้าน ๆ ที่ทำให้ Facebook เลิกสูบแบต

[Tip & Trick] วิธีบ้าน ๆ ที่ทำให้ Facebook เลิกสูบแบต

  [Tip & Trick] วิธีบ้าน ๆ ที่ทำให้ Facebook เลิกสูบแบต

[Tip & Trick] 5 วิธีการใช้งาน Facebook แบบประหยัดแบตเตอรี่ เล่นเฟสบุ๊คอย่างไรไม่ให้เปลืองแบต มาดูกัน!

ผู้ใช้งานหลาย ๆ ท่านคงทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า แอปพลิเคชัน Facebook นั้น คือปัจจัยหลักที่ทำให้แบตเตอรี่บนสมาร์ทโฟนหมดไวมากที่สุด เนื่องจากตัวแอปพลิเคชันมีการประมวลผลแบบเบื้องหลังตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่ได้เปิดมาใช้งานก็ตาม

แต่จะให้เลิกใช้งาน Facebook ไปเลย ก็คงเป็นเรื่องที่ยากสักหน่อย ซึ่งในวันนี้ ทีมงาน techmoblog จะมาแนะนำ 5 วิธีการเล่น Facebook แบบประหยัดแบตเตอรี่ ด้วยการตั้งค่าการใช้งานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มาดูกันดีกว่าว่า มีวิธีใดบ้าง

1. ปิดฟีเจอร์เล่นคลิปวีดีโอแบบอัตโนมัติ

สำหรับฟีเจอร์การเล่นคลิปวีดีโอแบบอัตโนมัติบน Facebook แม้ว่าจะสามารถปิดการใช้งานไม่ให้เล่นผ่านเครือข่าย 4G หรือ 3G ได้ แต่การเล่นคลิปวีดีโอแบบอัตโนมัติผ่าน Wi-Fi บ่อย ๆ ก็ส่งผลทำให้เปลืองแบตเตอรี่เช่นกัน แต่เราสามารถปิดฟีเจอร์ดังกล่าวได้ ด้วยการเปิดแอปฯ Facebook > Settings > Account Settings > Videos and Photos ตรง Autoplay ให้เลือก Never Autoplay Videos

2. ปิด Background App Refresh และ Location Services

ถึงแม้ว่า การเปิด Background App Refresh หรือการทำงานแบบเบื้องหลัง จะทำให้ Facebook อัปเดตข้อมูลใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ฟีเจอร์นี้ ใช้งานแบตเตอรี่มากพอสมควรเนื่องจากมีการประมวลผลตลอดเวลานั่นเอง รวมไปถึงการเปิด Location Services อีกด้วย โดยผู้ใช้สามารถปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวได้ด้วยการเข้าไปที่ Settings > Facebook > Settings และปิดใช้งาน Background App Refresh และ Location Services

3. ปิดการแจ้งเตือนต่าง ๆ

จริงอยู่ที่คุณสมบัติด้านการแจ้งเตือนของ Facebook จะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้อย่างมาก แต่ถ้าหากมีการแจ้งเตือนเกิดขึ้นบ่อย ๆ หรือมากจนเกินไป จะทำให้หน้าจอติดอยู่ตลอดเวลา และเป็นการสิ้นเปลืองแบตเตอรี่ทางอ้อม ถ้าหากไม่มีความจำเป็นที่ต้องเข้าใช้งาน Facebook บ่อย ๆ ให้ปิดการแจ้งเตือนจะดีกว่า ด้วยการเข้าไปที่ Settings > Notification > Allow Notification เลือก OFF

หรือถ้าหากจำเป็นต้องให้มีการแจ้งเตือนจริง ตรงส่วนของ Show on Lock screen ให้เลือกเป็น OFF แทน

4. ลบแอปฯ Facebook แล้วติดตั้งใหม่ เพื่อทำการเคลียร์ Cache

นอกจากแอปฯ Facebook จะสิ้นเปลืองพลังงานแบตเตอรี่แล้ว ยังใช้พื้นที่บนสมาร์ทโฟนค่อนข้างสูง ซึ่งการลบแอปฯ Facebook และทำการติดตั้งใหม่ นอกจากจะช่วยลดพื้นที่แล้ว ยังทำให้ประหยัดแบตเตอรี่มากกว่าเดิมอีกด้วย โดยจากรูปจะเห็นว่า ตัวแอปฯ จริง ๆ กินพื้นที่เพียง 127.7 MB แต่ข้อมูลต่าง ๆ ของ Facebook ทำให้แอปฯ กินพื้นที่ถึง 476.5 MB

5. ใช้งาน Facebook บนเบราว์เซอร์แทน

การใช้งาน Facebook บนเบราว์เซอร์ ถือว่าเป็นวิธีที่ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ ยังสามารถสร้าง Shortcut บนหน้า Home Screen เพื่อให้เข้าใช้งานได้ไวขึ้น ไม่ต้องพิมพ์ URL ทุกครั้งที่ใช้งานบนเบราว์เซอร์ ด้วยการคลิกที่ Add to Home Screen

สำหรับท่านที่ใช้งาน Facebook แล้วรู้สึกว่า แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ ลองนำวิธีข้างต้นไปปรับใช้งานกันดูครับ