6 เคล็ดลับ ทำงานที่บ้านให้ได้ “งาน”

6 เคล็ดลับ ทำงานที่บ้านให้ได้ “งาน”

6 เคล็ดลับ ทำงานที่บ้านให้ได้ “งาน”

ในยุคนี้คงมีใครหลายต่อหลายคนนิยมการนั่งทำงานที่บ้าน หรือปรับแต่งบ้านให้กลายเป็นที่ทำงาน สำหรับบ้านที่กลายเป็นโฮมออฟฟิศที่มีคนทำงานร่วมกันจำนวนมากๆ ก็คงไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับฟรีแลนซ์หรือใครก็ตามที่ต้องนั่งทำงานคนเดียว กฎระเบียบ ความขยัน และความรับผิดชอบถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากคุณจะไม่มีคนคอยเตือนให้ทำงานด้วยแล้ว ยังไม่มีคนคอยแชร์ความคิดเห็น ไม่มีคนให้คอยคุยด้วย (ถ้าหากเลี้ยงสุนัขไว้ก็อาจมีเพื่อนแก้เหงาได้บ้าง)

อย่างไรก็ตาม Jacqueline Whitmore ผู้เชี่ยวชาญด้านมารยาท และยังเป็นผู้ก่อตั้ง Protocol School of Palm Beach ในรัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา ได้แนะนำแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้การทำงานที่บ้านได้ผลที่ดีที่สุด มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. ตั้งเวลาให้เหมือนกับการทำงานปกติ กลุ่มคนที่ทำงานในบ้านมักพบว่าพวกเขาทำงานมากกว่าคนที่ทำงานในออฟฟิศ บางคนทำงานในตอนกลางวันได้ไม่กี่ชั่วโมง แต่ตอนกลางคืนกลับต้องนั่งทำแบบหามรุ่งหามค่ำ เพราะช่วงกลางวันอาจมีเด็กเล็กอยู่ในบ้าน หรือปัญหาอื่นๆ ที่ทำให้การทำงานสะดุดได้เรื่อยๆ หรือลูกค้าขอเปลี่ยนกำหนดเวลาส่งงานให้เร็วขึ้น แต่จะปัญหาอะไรก็แล้วแต่ คุณต้องพยายามกำหนดเวลาทำงานให้ชัดเจนแล้วทำตามนั้น เช่น เวลางานของคุณคือ 09.00-16.00 น. ก็ทำให้เต็มที่ หลังเวลางานก็ลองปิดเสียงโทรศัพท์ แล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบคนปกติเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้ชีวิตของตัวเองดูบ้าง มันจะช่วยให้การทำงานในวันถัดๆ ไปดีขึ้น

2. วางแผนการทำงาน ในแต่ละวันคุณควรวางแผนการทำงานว่าจะทำอะไรบ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในแต่ละนาที และถ้าคุณรู้ว่าช่วงเช้าตัวเองมีสมาธิทำงานหรือไม่มีภาระอื่นๆ มากวนใจ ให้รีบทำงานในตอนเช้า งดเล่นเฟซบุ๊ค หรือท่องอินเทอร์เน็ตโดยไม่จำเป็น นอกจากนั้นต้องไม่ลืมลิสต์ลงไปว่าสิ่งสำคัญที่ต้องทำลำดับแรกคืออะไร และลำดับถัดๆ ไปคืออะไร

3. แต่งตัวให้พร้อม ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการแต่งตัวมีผลต่อสภาพจิตใจของคุณ ดังนั้น อย่าใส่ชุดนอนแล้วนั่งทำงานตลอดวัน หาเวลาไปอาบน้ำ แปรงฟัน ทานอาหารเช้า แล้วแต่งตัวเพื่อให้คุณรู้สึกว่าตอนนี้คุณพร้อมที่จะทำงานแล้วจริงๆ

4. จัดแต่งห้องให้เหมาะกับการทำงาน ห้องที่คุณใช้ทำงาน อาจเป็นห้องนอนสำรอง แต่คุณต้องนั่งทำงานตรงจุดนั้นทั้งวันใช่หรือเปล่าละ ดังนั้น การนำแจกันดอกไม้มาตั้งไว้บนโต๊ะ เปิดเพลงฟัง หรือติดรูปภาพที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีได้ถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เพราะมันคือการสร้างความสุขในจุดที่คุณทำงานนั่นเอง เพื่อให้การทำงานออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด
สุดท้ายคงไม่มีใครอยากนั่งทำงานในห้องที่รกๆ หาข้าวของไม่เจอ มีแต่เศษขยะเต็มไปหมด ถูกไหม ดังนั้น ทำความสะอาด และจัดให้เป็นระเบียบด้วยก็เป็นความคิดที่ดีไม่ใช่น้อย

5. หาเวลาพักบ้าง การทำงานที่บ้านมีข้อได้เปรียบสูงสุดคือ พักได้เต็มที่ ดังนั้น อย่าลืมหาเวลาพักบ้าง เช่นตอนกลางวัน คุณอาจจะอยากมีสังคมกับเพื่อนหรือลูกค้า ถ้าตารางเวลาในวันนี้เอื้ออำนวย ก็ไปทานข้าวกับพวกเขาเถอะ เพราะต่อให้คุณกลับมาบ่าย 2 โมง ก็ไม่มีหัวหน้ามาคอยตำหนิคุณ เพียงแต่งานต้องเสร็จตามกำหนดเท่านั้น ดังนั้น ควรบริหารจัดการเวลาให้ดี อย่าให้เครียดจนเกินไป

6. ตั้งสมาธิในการทำงานให้ดี ความท้าทายขั้นสูงสุดของการทำงานที่บ้านก็คือ คุณต้องเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ เพราะการที่เราไม่มีเพื่อนร่วมงานหรือพาร์ทเนอร์ มันเป็นเรื่องง่ายมากๆ ที่เราจะเสียสมาธิให้กับเรื่องอื่นๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ทำงานบ้าน จนงานไม่คืบหน้า ดังนั้น พยายามอย่าเพิ่งให้สิ่งรบกวนต่างๆ เหล่านั้นมาแย่งชิงเวลาการทำงานของคุณไป จนกว่าจะหมดเวลางานที่เรากำหนดไว้จริงๆ

ผู้ประกันตนเช็คด่วน! 78 สถานพยาบาลทำฟัน ไม่ต้องสำรองจ่าย

ผู้ประกันตนเช็คด่วน! 78 สถานพยาบาลทำฟัน ไม่ต้องสำรองจ่าย

ผู้ประกันตนเช็คด่วน! 78 สถานพยาบาลทำฟัน ไม่ต้องสำรองจ่าย

เปิดสถานพยาบาล 78 แห่ง 22 จังหวัด ที่รับบริการทำฟัน ให้กับผู้ประกันตน ของประกันสังคม โดยไม่ต้องสำรองจ่ายหลังปรับวงเงินเป็น 900 บาทต่อปี และ ยกเลิกประกาศแนบท้ายเป็นแบบไม่มีเงื่อนไข

หลังจาก มีข้อเรียกร้องให้กองทุนประกันสังคมมีการปรับค่าบริการในการทำฟัน หรือ บริการทางทันตกรรม ให้เพิ่มมากขึ้น และปรับปรุงระเบียบการใช้จ่ายไม่ให้เป็นภาระแก่สมาชิกกองทุนประกันสังคม ทางสำนักงานประกันสังคมโดย คณะกรรมการประกันสังคม หรือ บอร์ด สปส. ได้มีการปรับปรุง เพิ่มวงเงินจากเดิม 600 บาทต่อปี เป็น 900 บาท ต่อปี และยังได้ปรับปรุงยกเลิก บัญชีราคาแนบท้ายประกาศคณะกรรมการการแพทย์ ทำให้ผู้ประกันตนสามารถใช้บริการทันตกรรมในคลินิกทุกแห่งได้เต็มวงเงิน 900 บาทต่อคนต่อปีแบบไม่มีเงื่อนไข

ทั้งนี้มีสถานพยาบาลที่เป็นคู่สัญญาของ สปส. จะต้องคิดราคาบริการทันตกรรมในอัตราที่เป็นจริง ไม่เกิน 900 บาท โดยนำร่องสถานพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนที่ไม่ต้องสำรองจ่ายจำนวน 78 แห่ง ใน 22 จังหวัด ที่ทำความตกลงในการให้บริการทางการแพทย์กรณีทันตกรรมแก่ผู้ประกันตน ประจำปี 2559  โดย มีรายละเอียดของสถานพยาบาลดังนี้

ฟู้ดทรัค เทรนด์ ลงทุนรถอาหาร เครื่องดื่มเคลื่อนที่ธุรกิจที่น่าจับตา

ฟู้ดทรัค เทรนด์ ลงทุนรถอาหาร เครื่องดื่มเคลื่อนที่ธุรกิจที่น่าจับตา

ฟู้ดทรัค เทรนด์ ลงทุนรถอาหาร เครื่องดื่มเคลื่อนที่ธุรกิจที่น่าจับตา

   เทรนด์ฟู้ดทรัค Food Truck หรือรถอาหารเคลื่อนที่กำลังเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจและเหมาะกับการทำเป็นอาชีพอิสระ หรืออาชีพเสริม ซึ่งปัจจุบันมีคนหันมาสร้างอาชีพสร้างรายได้กับการเปิด Food Truck มากขึ้นแต่ก็ยังไม่มากจนเกินกว่าคนที่สนใจจะลงทุน

จุดเด่นของ Food Truck คือการที่สามารถย้ายที่ขายได้เรื่อยๆ เลือกทำเลได้ตามชอบ เช่นตลาดนัดไนท์บาร์ซ่าใหญ่ๆ หรือ แม้แต่ตลาดนัดเสาร์อาทิตย์ งานแฟร์ต่างๆ รวมถึงงานเทศกาลดนตรีต่างๆ หรือแม้แต่ตามแหล่งออฟฟิศที่มีสถานที่จอดรถได้และมีผู้คนเดินผ่านไปมาพอสมควร

ส่วนอาหารส่วนใหญ่ที่มักขายแนว Food Truck มักจะเป็นอาหารที่ทำง่าย ทานง่ายเช่น พิซซ่า แซนวิช แฮมเบอร์เกอร์ สเต็ก หรือแม้แต่อาหารญี่ปุ่น ข้าวแกงแบบไทยๆ และอาหารอิสาน ซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับสถานที่ขายและเทรนด์ความนิยมของผู้บริโภคด้วย เพราะสถานที่บางแห่งสามารถตั้งโต๊ะเพิ่มเติมจากที่มีที่นั่งที่เป็นเคาน์เตอร์ติดมากับรถ หรือสถานที่บางแห่งจอดขายได้แต่ตั้งโต๊ะไม่ได้ก็จะเน้นเป็นแนวห่อกลับบ้าน หรือ อาจเป็นการขายเครื่องดื่ม
ซึ่งการลงทุน Food Truck ขึ้นอยู่กับขนาดของรถและการตกแต่งซึ่งจะมีราคาตั้งแต่ 400,000 – 700,000 บาทซึ่งจะรวมการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆเช่นระบบไฟ เตาอุ่นหรือทำอาหาร เครื่องครัวต่างๆที่จำเป็นกับการทำอาหาร นอกจากเงินลงทุนแล้วสิ่งสำคัญคือฝีมือและสูตรอาหารหรือสูตรเครื่องดื่มต่างๆ เพราะการที่ลูกค้าจะนิยมมากน้อยแค่ไหน รสชาดนั้นเป็นส่วนสำคัญรองจาก ทำเลการขาย การตกแต่งรถ และราคา

ปัจจุบัน Food Truck ในกรุงเทพและตามแหล่งท่องเที่ยวนั้นมีหลายแห่งแต่ละแห่งก็จะเน้นรูปแบบการขายที่แตกต่างกันไป แล้วแต่ว่าใครมีทุนมากทุนน้อยในการเลือกรถสำหรับทำ Food Truck และเรื่องของการเลือกชนิดอาหารหรือเครื่องดื่ม
แม้ว่าคู่แข่งธุรกิจด้านนี้ยังไม่เยอะแต่ปัจจัยหลักของธุรกิจ Food Truck คือเงินลงทุนและเงินหมุนเวียนในธุรกิจ เพราะค่าแต่งรถสำหรับให้เหมาะกับการขายอาหารนั้นสูงพอสมควร และการเลือกชนิดอาหารเลือกทำเลจอดขายก็เป็นอีกปัจจัยที่จะบ่งบอกว่าจะได้ทุนคืนช้าหรือเร็ว และความสะดวกของการทำธุรกิจ Food Truck คือ ใช้จำนวนคนน้อยเพียง 2-3 คนก็สามารถเปิดร้านได้แล้ว ซึ่งสามารถทำกันเองในครอบครัวได้ สะดวกกับการเคลื่อนย้ายไปตามที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลายสถานที่

นอกจากนี้การทำการตลาดสำหรับธุรกิจ Food Truck ก็ยังใช้ต้นทุนต่ำเพราะสามารถโปรโมทผ่านโซเชี่ยลต่างๆได้ และการตกแต่งรถให้มีความสวยงาม และโดดเด่นจะกลายเป็นจุดดึงดูดลูกค้าด้วย ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้รถตู้ รถกระบะ หรือแม้แต่ รถหกล้อเล็กๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ที่จะทำธุรกิจ Food Truck และงบประมาณที่มีอยู่

นอกจากนี้หลายๆสถาบันการเงิน ยังมีโครงการปล่อยสินเชื่อให้ทำธุรกิจ Food Truck ด้วยซึ่งส่วนนี้คงต้องศึกษาหาข้อมูลกันสักนิด แต่หากสนใจทำธุรกิจ Food Truck ธุรกิจนี้ยังคงทำกำไรได้ยาวในอนาคตเพราะหากขายอาหารเครื่องดื่ม มันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องบริโภค และยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายให้ก้าวทันเทรนด์ฮิตต่างๆได้ไม่ยากด้วย

และหากหาสถานที่ขายที่มีคนเยอะๆและรสชาดอาหารอร่อยรับรองว่าธุรกิจ Food Truck ทำเงินได้เรื่อยๆแน่นอน และการโปรโมทหรือการทำการตลาดที่มีบทบาทต่อการทำธุรกิจ คงไม่พ้นโซเชี่ยลต่างๆ ที่สามารถทำได้ง่าย เพียงแค่ถ่ายรูปรถ Food Truck ให้สวยโพสตามโซเชี่ยล ถ่ายเมนูอาหารหน้าตาของอาหาร แจ้งราคาระบุวันเวลาจอดตามที่ต่างๆ สิ่งนี้จะช่วยดึงลูกค้าได้มากขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามควรศึกษาให้ละเอียดก่อนการลงทุนและต้องตั้งใจจริงเพราะอาจจะคืนทุนช้าและใช้ทุนค่อนช้างสูงแต่มันเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจของคนอยากทำธุรกิจ